วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ต้นแบบ "หมู่บ้านสันติสุข"

มจร.นำหลัก "สติ-ขันติ-สันติ" ผนวก 4 ยุทธศาสตร์พัฒนา "บ้านท่าคอยนาง" จ.ศรีสะเกษ 

สติ–ขันติ–สันติ

หลักคิดพื้นฐานทางพระพุทธศาสนาในการนำมาซึ่งความสันติสุข

โดย สติ หมายถึง เครื่องกั้นกิเลสทั้งหลาย ส่วน ขันติ คือ การอดทนต่อแรงยั่วยุ ขณะที่ สันติ คือ สิ่งที่จะนำมาสู่ความสงบ ซึ่งเป็นผลหรือสิ่งที่เกิดขึ้นจากการที่ยึดหลักการใช้สติและขันติ

เมื่อเกิดความสงบ สิ่งที่ตามมาก็คือ การอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข

และด้วยหลักคิดพื้นฐานดังกล่าวนี้เอง นำมาซึ่งแนวคิดในการดำเนินการพัฒนา โครงการหมู่บ้านสันติสุข ของ หลักสูตรปริญญาโทและปริญญาเอก สาขาวิชาสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) ที่ต้องการเสาะหาหมู่บ้านใช้เป็นพื้นที่ให้นักศึกษาลงพื้นที่นำผลจากการศึกษามาทดลองใช้ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาให้เป็นหมู่บ้านสันติสุขอย่างแท้จริง

และพื้นที่ซึ่งผ่านการคัดเลือก จากสาขาวิชาสันติศึกษา มจร. เพื่อพัฒนาให้เป็นหมู่บ้านสันติสุข คือ บ้านท่าคอยนาง ต.สวาย อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีจุดอ่อนในมิติของการแย่งชิงสมบัติสาธารณะ การขาดความโปร่งใสในการบริหารจัดการกองทุนต่างๆ จึงเริ่มเดินเครื่องโครงการตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา โดยใช้ 4 ยุทธศาสตร์หลัก คือ

1.เชิงกายภาพ พัฒนาสิ่งแวดล้อม โดยร่วมมือกับ หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ พัฒนาความพร้อมด้านกายภาพของหมู่บ้านมอบอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีพ ช่วยซ่อมแซมถนนเส้นหลักที่เป็นทางเข้าหมู่บ้าน และเชื่อมกับ จ.สุรินทร์ ขอการสนับสนุนจาก รพ.ปรางค์กู่ และหน่วยงานสาธารณสุข อ.ปรางค์กู่ เข้ามาให้การช่วยเหลือด้านสุขอนามัย และเปิดพื้นที่ให้พัฒนาการอำเภอเข้ามาให้คำปรึกษาด้านอาชีพพื้นฐาน

2.เชิงพฤติภาพ ทำให้หมู่บ้านเป็นเขตอภัยทาน เป็นหมู่บ้านแห่งการให้อภัย อยู่ร่วมกันด้วยความรัก เคารพ ให้เกียรติกัน มีสัมมาวาจา และการมีสติไม่ข้องเกี่ยวกับอบายมุข ย้ำเตือนให้ชาวบ้านนำศีล 5 ไปปฏิบัติเป็นวิถีชีวิต ส่งเสริมการประกอบอาชีพตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

3.เชิงจิตภาพ จัดกิจกรรมการพัฒนาจิตใจของชาวบ้าน ทั้งผู้นำครูชาวบ้าน และนักเรียน โดยจัดกิจกรรมพัฒนาจิตของนักเรียนผ่านค่ายจริยธรรม และจัดสวดมนต์ข้ามปี ทำวัตรสวดมนต์เพื่อสันติภายในวัด รวมไปถึงการแจกบทสวดมนต์เพื่อส่งเสริมให้ชาวบ้านได้สวดมนต์ก่อนนอนทุกคน

และ 4.เชิงปัญญาภาพ จัด “สันติ สนทนา” รับฟังความทุกข์ ปัญหา และอุปสรรคต่างๆในการดำเนินชีวิต รวมไปถึงการกระตุ้นถามชาวบ้าน ถึงสิ่งที่ต้องการจะเห็นบ้านท่าคอยนางพัฒนาไปทิศทางใด เพื่อตอบโจทย์การเป็น “หมู่บ้านสันติสุข”

“หลังจากเริ่มพัฒนาที่บ้านท่าคอยนาง ผ่านมา 2 ปี พบความเปลี่ยนแปลงในตัวชาวบ้านอย่างชัดเจน ปัญหาการแย่งพื้นที่สร้างถนนก็หมดไป หลังจากที่เราได้เข้าไปแนะนำให้ใช้การเจรจาหาทางออกร่วมกัน จิตใจของชาวบ้านที่นี่มีความสุขมากขึ้น ทุกหลังคาเรือนไปทำบุญ ตักบาตรเป็นประจำ ตั้งประชาคมหมู่บ้านเพื่อหาทางออกในแต่ละปัญหาร่วมกัน และสิ่งที่เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของบ้านท่าคอยนางที่เป็นรูปธรรมอีกอย่างก็คือ โครงการหมู่บ้านช่อสะอาด ของ สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คัดเลือกให้บ้านท่าคอยนางเป็น ต้นแบบของหมู่บ้าน ปลอดทุจริตแห่งแรกของประเทศ ทั้งยังจะใช้เป็นต้นแบบในการดำเนินงานโครงการหมู่บ้านช่อสะอาดไปยังทั่วประเทศด้วย” พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส ผอ.หลักสูตรปริญญาโทและปริญญาเอกสาขาวิชาสันติศึกษา บอกถึงผลแห่งความสำเร็จในการพัฒนาบ้านท่าคอยนางให้เป็นหมู่บ้านสันติสุข

ผอ.หลักสูตรปริญญาโทและปริญญาเอกสาขาวิชาสันติศึกษา มจร. ย้ำด้วยว่า การจะส่งเสริมให้ประชาชนเกิดสันติภาพอย่างแท้จริง ควรเริ่มจากระดับหมู่บ้าน ซึ่งผลจากการทดลองดำเนินการที่บ้านท่าคอยนางคือคำตอบ และที่สำคัญวันที่ 19-20 พ.ค.นี้ จะมีการจัดงานรวมพลคนสร้างสันติภาพโลกโดยใช้พื้นที่บ้านท่าคอยนางจัดกิจกรรมต่างๆรองรับผู้เข้าร่วมงานจาก 17 ประเทศ นั่นหมายความว่าผลการดำเนินงานที่บ้านท่าคอยนางจะเป็นที่รู้จักในระดับสากลด้วย อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะมีการพัฒนาบ้านท่าคอยนางเป็นหมู่บ้านสันติสุขที่สมบูรณ์แบบ เพื่อเป็นต้นแบบให้กับหมู่บ้านแห่งอื่นต่อไป โดยจะนำนักศึกษาที่เข้าเรียนในหลักสูตรนี้ทุกคนมาร่วมกันพัฒนาหมู่บ้านสันติสุข ซึ่งขณะนี้ทางหลักสูตรกำลังเปิดรับสมัครทั้งระดับปริญญาโทและเอก จนถึงวันที่ 20 พ.ค.นี้ ซึ่งสามารถสอบถามได้ที่โทร. 09-9924-5401, 0-3524-8000 ต่อ 8528

“ทีมข่าวศาสนา” มองว่า แม้บ้านท่าคอยนาง จะเป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย แต่ การเริ่มต้นที่บ้านท่าคอยนางจนสำเร็จเป็นหมู่บ้านสันติสุข ทั้ง ป.ป.ช.ยังยกเป็นต้นแบบของหมู่บ้านปลอดทุจริตด้วยนั้น

เหมือนเป็นบทพิสูจน์กลายๆว่า หมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้แหละจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นอันยิ่งใหญ่ในการสร้างสังคมสันติสุข

ทั้งเรายังหวังด้วยว่า หมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้ และโครงการนี้ จะเป็นตัวจุดประกายให้กับหน่วยงานหลายๆแห่ง หันกลับไปพัฒนาสร้างสันติสุขขึ้นมาจากระดับหมู่บ้าน

เพื่อเป็นรากฐานที่สำคัญนำไปสู่การสร้าง “สังคมแห่งสันติสุข” ในสังคมไทยต่อไป.

ทีมข่าวศาสนา

สติ หมายถึง เครื่องกั้นกิเลสทั้งหลาย ส่วน ขันติ คือ การอดทนต่อแรงยั่วยุ ขณะที่ สันติ คือ สิ่งที่จะนำมาสู่ความสงบ ซึ่งเป็นผลหรือสิ่งที่เกิดขึ้นจากการที่ยึดหลักการใช้สติและขันติ 16 พ.ค. 2559 14:10 16 พ.ค. 2559 14:11 ไทยรัฐ