วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฝั่งทะเลตะวันออกวันนี้ ไปไกลเกินกว่าจะกู่กลับ

โดย ซูม

ผมบ่นพึมพำผ่านคอลัมน์นี้ เมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้วว่า ไปพักผ่อนเพื่อท่องเที่ยว และใช้จ่ายเงินสนองนโยบายหยุดยาวกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่พัทยา เมื่อสุดสัปดาห์ก่อนโน้น เจอปัญหารถติดอย่างหนักหนาสาหัส

ทำให้เที่ยวไม่สนุกเท่าไรนัก และก็พลอยเป็นห่วงนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่แห่กันมาเที่ยวพัทยาจำนวนมาก และเจอปัญหารถติดเช่นกัน จะรู้สึกเบื่อพัทยาจนไม่อยากมาพัทยาอีกเลย หรือไม่หนอ?

บ่นไปแค่วันเดียว วันรุ่งขึ้นก็ได้รับจดหมายชี้แจงจากโฆษกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คุณ ชาญวิทย์ ผลชีวิน หรือ “โค้ชหรั่ง” คนกันเองแจ้งให้ทราบว่า ผู้บริหารและบุคลากรของกระทรวงฯ มีความตระหนักต่อปัญหาการท่องเที่ยวที่ผมหยิบยกมาพูดถึงเป็นอย่างดียิ่ง

โดยเฉพาะผู้ใหญ่ของบ้านเมืองที่รับผิดชอบโดยตรง อันได้แก่ พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี และคุณ กอบกาญจน์ วัฒน-วรางกูร รัฐมนตรีฯ ได้มีการนำคณะลงพื้นที่จังหวัดชลบุรีเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

มีการประชุมร่วมกับจังหวัดในกลุ่มคลัสเตอร์ท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลตะวันตก ซึ่งประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และจังหวัดตราด พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางคลี่คลายปัญหาด้านการท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบในภาพรวม ฯลฯ

ก็ต้องขอบคุณท่านโฆษกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่กรุณาชี้แจงกลับมาอย่างรวดเร็ว แสดงถึงความเอาใจใส่ต่อปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว โดยเฉพาะผู้หลักผู้ใหญ่ของกระทรวงนี้

แต่จะช่วยแก้ปัญหาการท่องเที่ยวได้มากน้อยแค่ไหน คงต้องติดตามให้กำลังใจต่อไป

โดยเฉพาะในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ซึ่งมีโครงการพัฒนาชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกอยู่ด้วย ทำให้เป็นเรื่องยากอย่างยิ่งที่จะรักษาดุลยภาพระหว่างการท่องเที่ยวกับการพัฒนาอุตสาหกรรมให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติควบคู่กันไปในระยะยาว

เมื่อตอนที่เราพบก๊าซในอ่าวไทยในยุคป๋าเปรม และเกิดคำว่า “โชติช่วงชัชวาลย์” พร้อมกับโครงการพัฒนาชายฝั่งทะเลตะวันออกนั้น เราเชื่อกันว่าเราจะรักษาดุลยภาพเอาไว้ได้ เมื่อเราเริ่มลงมือพัฒนาในบริเวณนี้

การพัฒนาอุตสาหกรรมต่างๆอันสืบเนื่องมาจากก๊าซและการกำหนดให้นิคมอุตสาหกรรมใหญ่ถึง 2 แห่ง อยู่ที่ภาคนี้ รวมไปถึงการมีท่าเรือน้ำลึกในภูมิภาคนี้น่าจะไปด้วยกันได้กับการท่องเที่ยวซึ่งเป็นจุดเด่นของภาคนี้มาแต่ดั้งเดิม

ประเทศไทยเราต้องการรายได้จากทั้งการพัฒนาอุตสาหกรรม การขนส่ง และการท่องเที่ยว จะตัดอย่างใดอย่างหนึ่งเสียมิได้

เราจึงกำหนดไว้เป็นแผนพัฒนาและลงมือพัฒนาชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกไปพร้อมๆกันทุกทาง นับตั้งแต่บัดนั้น

มาถึงบัดนี้ผมไม่แน่ใจว่าเราจะรักษาความสมดุลไว้ได้ เพราะเท่าที่เห็นจากการไปพัทยาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมมีความรู้สึกว่าดุลด้านการท่องเที่ยวตลอดจนชีวิตที่เคยสุขสงบของชาวตะวันออกกำลังจะเสียเปรียบ

ถนนหนทางที่เรียกว่ามอเตอร์เวย์กำลังจะไปถึงพัทยา คาดว่าจะ แล้วเสร็จใช้การได้เต็มที่ในเวลาไม่นานนี้

เส้นทางเข้าแหลมฉบังก็สร้างขึ้นใหม่ทั้งสูงทั้งต่ำ ฉวัดเฉวียนไปมาจนคนไม่ได้ไปพัทยา 5 ปีเศษอย่างผมก็แทบจะจำทางเลี้ยวเข้าถนนสุขุมวิทเพื่อไปพัทยาไม่ได้เอาด้วยซ้ำ

การมีถนนใหญ่ขึ้นสะดวกขึ้นในทางหนึ่ง เหมือนจะแก้ปัญหารถติด แต่ในอีกทางหนึ่งก็จะเป็นการเพิ่มปัญหาให้มากขึ้น เพราะจะทำให้ รถจากที่อื่นไหลไปติดขัดที่แถวๆ พัทยาแถวๆแหลมฉบังได้เร็วกว่าเดิม

ตึกรามบ้านช่องโดยเฉพาะตึกสูงประเภทคอนโดก็โผล่ผุดขึ้นมาตลอดทั้งที่บริเวณพัทยา และเลยออกไปจนถึงสัตหีบ

นี่ขนาดผมยังไปไม่ถึงระยองไม่ถึงมาบตาพุด ยังเปลี่ยนแปลงไปมากถึงขนาดนี้ ทำให้ความสวยงามของชายฝั่งทะเลตะวันออกลดลงไปมาก

เห็นแล้วก็ได้แต่อุทานไปตลอดทาง และคิดว่าน่าจะเกินกำลังของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไปแล้วละครับ

ที่เขียนมาทั้งหมดนี้ไม่มีข้อเสนอแนะ ไม่มีข้อคิดเห็น ไม่มีคำ ตำหนิ ไม่มีคำตัดพ้อใดๆทั้งสิ้น เพียงแต่อ่านจดหมายของโค้ชหรั่งหรือโฆษกกระทรวงการท่องเที่ยวแล้วก็กลับไปนึกถึงภาพทุลักทุเลวันเดินทางไปและกลับจากพัทยาขึ้นมาอีกหน ก็ถือโอกาสนำมาระบายสู่กันฟังเพิ่มเติมเท่านั้นเอง.

“ซูม”

16 พ.ค. 2559 09:12 16 พ.ค. 2559 09:12 ไทยรัฐ