วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทางอีศาน

ปกทางอีศาน นิตยสารรายเดือน ฉบับ พฤษภาคม 2559 ภาพ จิตร ภูมิศักดิ์ ในเล่ม มีเรื่อง ก่อนสหายปรีชา จะล้มลงตรงชายป่า เขียนโดย แคน สาริกา

แคน สาริกา ย้อนความหลัง 50 ปีที่แล้ว ชาวบ้านหนองกุง ไม่มีใครรู้จักชายนิรนาม ที่มาถูกยิงเสียชีวิตบริเวณดอนหัวนาจารย์รวย เรียกกันว่า “บักผีข่อหล่อ” คำอีสาน เรียก ศพที่นอนขดตัว

นับแต่วันนั้นจนถึงวันป่าแตก ปี 2525 สหายภูพาน จัดให้ทั้งบ้านหนองกุงและทุกหมู่บ้านใน อ.วาริชภูมิ เป็นเขตขาว แนวหลังข้าศึก

เขตขาว คือแนวเขตที่ชาวบ้านเป็นพลังมวลชนฝ่ายรัฐบาล รวมถึงป่าบ้านไพรในละแวก ภูเตี้ย ภูผาเหล็ก ภูผาลม ภูหินตั้ง ภูผาหัก ภูผาผึ้ง ไปถึงภูอ่างศอ

ยกเว้น “ดงพระเจ้า” ป่าดงกว้างใหญ่กินพื้นที่ อ.สว่างแดนดิน อ.ส่องดาว จรดเขต “ดงพันนา” อ.พรรณานิคม

ชาวบ้านดงพระเจ้าและดงพันนา ตื่นตัวทางการเมืองมาตั้งแต่สมัยที่ครอง จันดาวงศ์ ครูชาวสว่างแดนดิน ร่วมขบวนการเสรีไทยสายอีศาน กับเตียง ศิริขันธ์ อดีต ส.ส.สกลนคร

ปลายระบอบพิบูลสงคราม ครูครองสมัครเลือกตั้งได้เป็นผู้แทนสกลนคร ปี 2500 จอมพลสฤษดิ์ ยึดอำนาจ สั่งจับ ครูครอง ในข้อหาคอมมิวนิสต์ แถมข้อหาแบ่งแยกดินแดน และใช้ ม. 17 สั่งประหารชีวิต เมื่อ 31 พ.ค.2504

หลังการประหาร ชาวบ้านรอบดงพระเจ้า หนีตายเข้าไปซ่อนตัวอยู่กลางป่า คนใกล้ชิดครูครอง 50 คน ตัดสินใจ “โสตาย” (ไปตายดาบหน้า) ข้ามโขงไปติดต่อฝ่ายลาวเป็นกลาง (ร.อ.กองแล) ไปอยู่กับขบวนการแนวลาวฮักชาติ ที่แขวงหัวพัน

ปี 2506 กลุ่มคน “โสตาย” จากดงพระเจ้าอีกนับร้อยคน ก็ข้ามโขงไปเข้าโรงเรียนการเมือง การทหารที่เวียดนาม ต้นปี 2508 คนเหล่านี้ก็กลับมา เวลานั้นดงพระเจ้าคือบ้านหลังใหญ่ของพลพรรคนักปฏิวัติ

ปลายฝนต้นหนาว คณะกรมการการเมือง พคท.เลือกดงพระเจ้า เป็นสถานที่จัดประชุมประจำปี มีมติ 2508 รับรองวันเสียงปืนแตก 7 สิงหาคม เป็นวันเริ่มต้นสงครามประชาชน

เดือน พ.ย.2508 เริ่มมี “คนผ่านทาง” จากกรุงเทพฯ เข้ามาในจำนวนนั้น มี “ลุงอรรถ” (อุดม สีสุวรรณ) กรรมการกลาง พคท.และจิตร ภูมิศักดิ์ ปัญญาชนอีกคน ที่เพิ่งออกจากคุกลาดยาว

สหายชาวนารู้จักเขาในนาม “สหายปรีชา” มีความสามารถในการแต่งเพลง

เวลานั้น รัฐบาลเปิดยุทธการล้อมปราบดงพระเจ้า กองป่าส่วนใหญ่เคลื่อนออกจากดงใหญ่ไปตั้งทัพใหม่อยู่ที่ภูหินตั้ง กึ่งกลางที่ราบดงพระเจ้ากับที่ราบวาริชภูมิ

สหายปรีชาขออาสาลงไปทำงานมวลชนในที่ราบ จึงมีการจัดหน่วยพิเศษ 6 คนเป็นทหารพิทักษ์ ลงไปเกาะติดมวลชนแถว ต.คำบ่อ อ.วาริชภูมิ ขณะที่กองทัพภาคที่ 2 ส่งทหารมาประจำการที่บ้านคำบิด

สายข่าวทางการ พบเห็นหน่วยทหารสหายปรีชาในป่าละเมาะ

ไม่นาน ทหารจากบ้านคำบิดก็เข้าโจมตีทัพสหายปรีชา สหายทั้ง 6 ต้องล่าถอยแยกออกเป็น 2 ชุด ชุดสหายปรีชา พลัดหลงไปโผล่ที่บ้านหนองกุง เย็นย่ำวันที่ 5 พ.ค.2509 เสียงปืนดังสนั่นดอนหัวนาจารย์รวย

ร่างสหายปรีชานอนจมกองเลือด แคน สาริกา ทิ้งท้ายว่า นับเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของสังคมไทย

นี่คือเรื่องย่อ...ที่รู้แล้วอาจทบทวนเทียบเคียง กับการใช้อำนาจทหารสมัยใหม่ได้ ใครอยากอ่าน เรื่องจิตร ภูมิศักดิ์ ให้เต็มหัวใจไปหา “ทางอีศาน” อ่านกันนะครับ ในเล่ม มีเรื่องดีๆ มีคุณค่า ที่หาอ่านได้ยาก อีกมาก

แค่หน้าแรกๆ ดูภาพเขียนสีน้ำ และทางกวี ของ ศิวกานท์ ปทุมสูติ “สบายดีนะเทือกภูหมู่ไม้ ลมหายใจหุบผาป่าฝน สัตว์ป่าพิทักษ์เธอให้คงทน แต่สัตว์เมืองจะปล้นเธอพรุ่งนี้” ก็เกินคุ้ม

“ทางอีศาน” เล่มนี้เป็นเล่มที่ 49 นับเป็นปีที่ 5 หยัดยืนมาได้ถึงวันนี้ ยังต้องใช้คำปลอบใจว่า ขาดทุน คือกำไร หาซื้อยากนักลอง โทร. 0–2879–9154–6 เป็นสมาชิกเสียเลยดีกว่า.

กิเลน ประลองเชิง

16 พ.ค. 2559 09:10 16 พ.ค. 2559 09:10 ไทยรัฐ