วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไม่จบ

กรณีที่ คณะอนุกรรมาธิการวิสามัญศึกษากลไกปราบปรามการทุจริต สปท. ออกมาเคลื่อนไหวเรื่องของการไม่ส่งคืนทรัพย์สินของสองบริษัทขนาดใหญ่ คิง เพาเวอร์ และเอไอเอส ซึ่งได้มีการยืนยันมาจากบริษัทที่ถูกกล่าวหาแล้วว่า ไม่ได้ทำให้รัฐเสียหายจากการแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาในการประกอบกิจการโทรคมนาคม ดังนั้น การที่จะนำข้อมูลเดิมๆมาพิจารณาและพยายามที่จะเสนอในแง่มุมว่าเป็นกลไกในการปราบปรามการทุจริตของคณะอนุกรรมการชุดนี้ จึงทำให้เกิดความสับสนของข้อมูลข่าวสารขึ้นในสังคมตามมา


เช่นเดียวกับการส่งคืนท่อก๊าซของ ปตท. แม้จะมีคำสั่งจากศาลปกครองสูงสุดว่า ปตท.คืนท่อก๊าซครบถ้วนแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีกระบวนการที่ต้องการจะรื้อฟื้นเรื่องเหล่านี้ให้กลับมาเป็นประเด็นความขัดแย้งอีกระลอก

คำถามก็คือ จะได้ประโยชน์อะไรจากการออกมารื้อฟื้นเรื่องเหล่านี้ หรือมีอะไรแอบแฝงอยู่หรือไม่ เพราะอีกด้านจะส่งผลกระทบถึงธุรกิจเหล่านี้โดยตรง ด้วยวิธีการที่อ้างว่าเป็นการรักษาผลประโยชน์ของชาติ ป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนอย่างมาก

คิดดูเล่นๆ ถ้าหากธุรกิจขนาดใหญ่ของประเทศถูกกล่าวหาว่ามีการทุจริตคอร์รัปชันทั้งหมด อะไรจะเกิดขึ้น ประเทศก็จะปั่นป่วนวุ่นวาย ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าจะสนับสนุนให้มีการกระทำผิดโดยธุรกิจเหล่านี้ แต่ต้องแบ่งแยกระหว่างการตรวจสอบการทุจริต กับ การกล่าวหาหรือโจมตีว่ามีการทุจริต โดยวิธีการจับแพะชนแกะ

ในที่สุดแล้ว ธุรกิจที่ถูกกล่าวหาว่ามีการกระทำความผิดซ้ำซากก็จะรู้สึกว่า ไม่มีความมั่นคงเกิดขึ้น โดยเฉพาะเกิดจากฝีมือของรัฐหรือองค์กรที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญด้วยแล้ว คงถอดใจกันเป็นแถว ย้ายการลงทุนไปประเทศอื่นที่พัฒนากว่า

ก่อนหน้านี้ก็มีการหยิบยก เรื่องของการขายของนอกสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งทางการท่าอากาศยานก็ยืนยันไปแล้วว่า สามารถดำเนินการได้ ไม่ผิดระเบียบแต่อย่างใด และร้านค้าปลอดภาษีก็ไม่จำเป็นต้องตั้งอยู่เฉพาะในสนามบินเท่านั้น

หรือเรื่อง เคาน์เตอร์พิกอัพ หรือสถานีส่งของ ก็ได้มีการชี้แจงจากผู้ประกอบการไปแล้วใครจะเข้ามาตั้งร้านค้าในเมืองก็มีวิธีการขนส่ง มีช่องทางขนส่งตั้งมากมาย หรือรอให้มีการเปิดประมูลจากการท่าอากาศยานตามปกติก็สามารถที่จะเข้าไปแข่งขันประมูลได้

หรือเรื่อง POS ที่ การท่าฯยืนยันว่ามีการทำงานอย่างโปร่งใส และผู้ประมูลร้านค้ายินดีที่จะให้ติดตั้ง POS ทุกจุด ประโยชน์ก็ตกอยู่กับการท่าฯอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

คำถามหรือการตั้งข้อสังเกตที่เกิดขึ้นจากคนบางกลุ่มเป็นประโยชน์กับประเทศหรือทำให้เกิดความสับสนและส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจของประเทศ ต้องพิจารณาให้รอบด้าน ไม่เช่นนั้นจะเป็นเหยื่อพวกมือถือสากปากถือศีลไปฉิบ.

หมัดเหล็ก
mudlek@hotmail.com

16 พ.ค. 2559 09:09 16 พ.ค. 2559 09:09 ไทยรัฐ