วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กรธ.โดดป้อง 'มีชัย' โบ้ยสื่อแปลเจตนาผิด ใช้วิธีบิดเบือนหักล้าง

กรธ.โดดป้อง 'มีชัย' โบ้ยสื่อแปลเจตนาผิด ใช้วิธีบิดเบือนหักล้าง

  • Share:

กรธ.โร่กางปีกป้อง “มีชัย” โดนฝ่ายการเมืองรุมกินโต๊ะ โบ้ยสื่อตีความคำพูดผิดพลาด โต้ไม่มีเจตนาชี้นำให้ประชาชนรับร่างรัฐธรรมนูญไปก่อน แจงประธาน กรธ.แค่อธิบายหลักการไม่สามารถร่างกติกาให้ถูกใจทุกฝ่ายได้ ซัดมีพวกจ้องบิดเบือนนำไปขยายผลสร้างความวุ่นวาย เลขาธิการ สมช.รับมุก “บิ๊กตู่” แพลมมีสัญญาณก๊วนฝ่ายตรงข้ามวางแผนล้มประชามติ “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” ร่วมขย่มวลีเก่า บอกอันตรายแน่ หากให้รับร่างไปก่อน กลุ่มประชาธิปไตยใหม่ลองของรัฐบาล เปิดตัวคู่มือโต้แย้ง 10 ข้อดี รธน.-สติกเกอร์โหวตโน ท้า กรธ.ร่วมวงดีเบตพิสูจน์ใครบิดเบือนความจริง ปลัดยุติธรรมยังไม่ตอบรับข้อเสนอยูพีอาร์เรื่องละเมิดสิทธิมนุษยชน 68 ข้อ ขอนำกลับมาหารือ ครม. “วัฒนา เมืองสุข” ยังห้าวกระทุ้ง คสช.ร่วมรับผิดเป็นตัวการร่วมทุจริตขุดลอกบึงหนองพล จ.พิษณุโลก

หลังจากที่ฝ่ายการเมืองหลายฝ่ายออกมารุมกินโต๊ะ แสดงความไม่พอใจที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) พูดกล่าวในงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการในทำนองให้ประชาชนรับร่างรัฐธรรมนูญไปก่อน แล้วค่อยไปแก้ไขในภายหลัง ล่าสุดโฆษก กรธ.ออกมาชี้แจงเรื่องดังกล่าวโดยระบุว่า สื่อมวลชนตีความคำพูดนายมีชัยผิด และนายมีชัยไม่มีเจตนาชี้นำให้ประชาชนรับร่างรัฐธรรมนูญไปก่อน เป็นเพียงการระบุว่า กรธ.ไม่สามารถร่างรัฐธรรมนูญให้ถูกใจทุกฝ่ายได้

กรธ.ป้อง “มีชัย” โดนรุมกินโต๊ะ

เมื่อวันที่ 15 พ.ค. นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณีฝ่ายการเมืองออกมาโจมตีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ที่ระบุให้ประชาชนรับร่างรัฐธรรมนูญไปก่อน แล้วค่อยไปแก้ไขภายหลังว่า สิ่งที่นายมีชัยพูดไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้น เหตุการณ์ในวันนั้นนายมีชัยได้พูดให้ กรธ. สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ฟัง เพื่อทำความเข้าใจในการร่วมลงพื้นที่เตรียมความพร้อมเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ประเด็นคำถามเพิ่มเติมของ สนช. ประโยคที่นายมีชัยพูดคือ “ร่างที่มีอยู่ไม่ตรงกับสิ่งที่ สนช. สปท.บางท่านอยากให้เป็น แต่ กรธ.ทั้ง 21 คนใคร่ครวญดีแล้ว จึงเขียนอย่างที่เป็นและคิดว่าดีที่สุดแล้ว ตอนนี้ทำอะไรไม่ได้แล้ว หากวันข้างหน้ามีข้อขัดข้องอย่างไร เขาก็คงไปแก้ไขกันเอง” ความหมายของนายมีชัยคือต้องการให้ สนช. และ สปท.เข้าใจว่า อย่าไปยึดติดความเห็นหรือข้อเสนอต่างๆของตัวเองที่เสนอมาแล้วไม่ได้รับการแก้ไขจาก กรธ. ไม่มีเจตนาสื่อความหมายว่า ต้องการให้ประชาชนรับร่างไปก่อนแล้วไปแก้ไขภายหลังเลย

โต้ไม่มีเจตนาชี้นำรับร่าง รธน.

นายอมรกล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นนายมีชัยไม่มีเจตนาจะชี้นำให้ประชาชนรับร่างไปก่อน เพราะ กรธ.ไม่สามารถทำอะไรเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดได้ กรธ.อยู่ภายใต้กฎหมายเช่นเดียวกับประชาชน กรณีที่เกิดขึ้นส่วนตัวเห็นว่าอาจเป็นเพราะสื่อมวลชนเข้าใจผิด หรือมีคนพยายามนำข้อมูลไปขยายผลบิดเบือนให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสื่อ แต่ยิ่งมีการบิดเบือนเท่าใดก็ยิ่งสะท้อนความวิตกกังวลมากไปของคนอีกฝ่ายต่อเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ ถึงขั้นที่ต้องใช้วิธีบิดเบือนมาหักล้าง ส่วนระยะเวลาการลงพื้นที่ชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญในช่วงเวลา 2 เดือนหลังจากนี้ เชื่อว่าถ้า กรธ.ได้ทำงานอย่างเต็มเวลา มั่นใจว่าจะชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนให้เข้าใจร่างรัฐธรรมนูญได้ ไม่ถือว่ามีเวลาน้อยเกินไป

โบ้ยสื่อตีความคำพูดผิด

นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ โฆษก กรธ.กล่าวว่า สิ่งที่หลายฝ่ายวิจารณ์นายมีชัยที่ให้รับร่างรัฐธรรมนูญไปก่อนนั้น เป็นความเข้าใจผิด สื่อไปลงข่าวตีความผิด นายมีชัยไม่มีเจตนาเช่นนั้น และไม่ใช่การชี้นำให้รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ นายมีชัยเพียงต้องการบอกว่า การร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 279 มาตรา กรธ.ทั้ง 21 คน ไม่สามารถเขียนให้ถูกใจคนทุกคนได้ แม้แต่ สนช.หรือ สปท. ในขณะนี้ถ้าจะให้มาปรับแก้อะไร เพื่อให้คนถูกใจ อาจจะสายเกินไปแล้ว จึงจำเป็นที่ต้องให้เป็นเรื่องของวันข้างหน้าในอนาคต หากใครเห็นว่าเรื่องไหนไม่ดี จะเปลี่ยนจะแก้ไขอย่างไรแล้วแต่จะเห็นสมควร สิ่งที่นายมีชัยพูดเป็นข้อเท็จจริง ไม่ว่าใครก็ตามคงไม่สามารถเขียนออกมาให้ถูกใจคนทั้งประเทศได้ ขอให้เข้าใจว่า กรธ.ไม่มีเจตนาตามที่วิจารณ์กัน การพูดของนายมีชัยไม่เป็นความผิดตามกฎหมายประชามติ เพราะไม่ได้ชี้นำให้ประชาชนลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ แต่เกรงอาจมีบางกลุ่มนำประเด็นไปสร้างความบิดเบือนในอนาคต ส่วนการประชุม กรธ.ในวันที่ 17 พ.ค.จะมีรองปลัดกระทรวงมหาดไทยร่วมประชุมกับ กรธ. เพื่อซักซ้อมเตรียมความพร้อมการอบรมวิทยากรอาสาสมัครระดับจังหวัด (ครู ก.) ระหว่างวันที่ 18-19 พ.ค. ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ จะได้เข้าใจตรงกันในการชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญ

ฉะนักการเมืองตัวปัญหาประชามติ

นายวันชัย สอนศิริ โฆษกคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าบ้านเมืองยังอยู่ในภาวะไม่ปกติ ประชาชนยังแตกแยกกันอยู่ และมีคนพยายามขยายความแตกแยกออกไป เพื่อประโยชน์ทางการเมืองของตัวเอง คนบางพวกทำมาหากินอยู่บนความขัดแย้ง ยิ่งปล่อยให้แสดงความคิดเห็นชักจูงให้รับหรือไม่รับรัฐธรรมนูญในการทำประชามติยิ่งเข้าทางคนพวกนี้ให้สร้างความขัดแย้งเข้าไปใหญ่ กฎหมายประชามติไม่มีปัญหาเรื่องตัวกฎหมาย ออกมาด้วยความรอบคอบ โดยคำนึงว่า เสียงประชาชนคือเสียงสวรรค์ ให้ประชาชนตัดสินใจด้วยตัวเอง ไม่ให้ใครมาจูงจมูกประชาชนเหมือนตอนเลือกตั้ง ขืนปล่อยให้นักการเมืองไปรณรงค์ชักจูง บ้านเมืองก็เละ อยากแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญก็แสดงไป แต่อย่าชักจูงโน้มน้าว กฎหมายไม่มีปัญหา นักการเมืองที่เตรียมสร้างความวุ่นวายนั่นแหละคือตัวปัญหา

กระทุ้ง กกต.เคลียร์กติกาให้ชัด

นายวันชัยกล่าวว่า ถ้าต้องการให้เกิดบรรยากาศที่ดี กกต.ต้องเป็นหลัก มีความชัดเจนต่อการดำเนินการมากกว่านี้ ต้องประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะทุกกลุ่มการเมืองให้มีความเห็นและวางแนวทางตามกฎหมายให้ตรงกัน และเข้าใจแนวทางปฏิบัติไปในทางเดียวกัน มิใช่เห็นไปคนละทาง อะไรทำได้อะไรทำไม่ได้ ต้องชี้ให้เห็นเป็นรูปธรรมมากกว่านี้ การทำงานครั้งนี้เป็นการพิสูจน์ฝีมือ กกต.ว่าควรให้อยู่ต่อไปหรือไม่ตามที่กฎหมายลูกกำหนด ถ้าทำงานได้ดีก็ควรจะเอาไว้ แต่ถ้าขัดกันไปขัดกันมา มีปัญหาในการทำงาน เห็นทีต้องพิจารณายกเครื่องกันใหม่ เพื่อเตรียมรองรับการเลือกตั้งใหญ่ที่จะมีต่อไป

สมช.รับมีแผนป่วนล้มประชามติ

พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงกรณี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ หวั่นมีคนทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญวุ่นวายจนบานปลายว่า นั่นคือสิ่งที่เตือนกันว่า มีการวิเคราะห์ไว้ล่วงหน้าว่า มีแนวโน้มแน่นอน กลุ่มที่ไม่เห็นด้วยพยายามทำอย่างนั้น จึงต้องคอยติดตามและป้องกัน เมื่อถามว่า เป้าหมายถึงขั้นล้มประชามติหรือไม่ พล.อ.ทวีปตอบว่า ใช่ เขาต้องการที่จะให้ไม่ผ่าน เพื่อแสดงจุดยืน เขาไม่เห็นด้วยกับที่เขียนในร่างรัฐธรรมนูญ จึงพยายามแสดงออกในจุดนี้ ถ้าคนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยร่างรัฐธรรมนูญ ก็เหมือนเห็นด้วยกับเขา คนที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าส่วนรวม จ้องจะทำทุกเรื่องอยู่แล้ว

“สมชาย” ชี้อันตรายรับร่างไปก่อน

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ระบุให้รับร่างรัฐธรรมนูญไปก่อนแล้วค่อยแก้ไขทีหลังว่า พูดเรื่องนี้อันตราย วลีนี้เป็นวลีเดิมที่เคยได้ยินเมื่อปี 2550 แต่ปี 2550 ดีกว่าตรงที่อนุญาตให้มีการรณรงค์ ใครชอบไม่ชอบบอกได้ แต่คราวนี้รณรงค์ไม่ได้ เหตุที่รับร่างรัฐธรรมนูญปี 50 เพราะประโยคที่บอกว่าให้รับไปก่อนแล้วค่อยแก้ แต่แก้ได้เพียงครั้งเดียวสมัยพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล มาครั้งนี้ไม่คิดว่าจะได้ยินประโยคนี้อีก เท่าที่สังเกตร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ไม่ง่าย การจะพูดอย่างไรก็เป็นสิทธิของท่าน แต่เป็นวิจารณญาณของประชาชน ทั้งนี้พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์เสนอให้แก้ไข พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญไปแล้ว ไม่รู้ว่าจะแก้ให้หรือไม่

ท่องคาถา ปชต.ต้องมีเสรีภาพ

เมื่อถามว่า รับได้หรือไม่กรณีที่นายวิษณุระบุว่า หากประชามติไม่ผ่านอาจใช้เวลา 1 เดือน ร่างรัฐธรรมนูญแล้วประกาศใช้ และอาจเลือกตั้งในเดือน ก.ย.2560 นายสมชายตอบว่า ไม่รู้ว่านายวิษณุจะแก้รัฐธรรมนูญฉบับใด อย่างไร ก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทยเคยขอให้แก้รัฐธรรมนูญก่อนการทำประชามติ แต่เมื่อไม่แก้ก็แล้วแต่ เมื่อถามว่า การรณรงค์ร่างรัฐธรรมนูญช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ประชาชนยังไม่ค่อยเข้าใจเนื้อหาเท่าที่ควร นายสมชายตอบว่า เนื่องจากทุกคนกังวลว่า อธิบายแล้วจะเป็นการชี้นำ อย่างไรก็ตาม เคยพูดเสมอว่า ต้องให้ประชาชนรู้ให้มากที่สุด ถ้าอยู่ในประชาธิปไตยก็ต้องให้เสรีภาพ ถ้าไม่มีเสรีภาพก็ไม่ควรมีประชาธิปไตย

แนะชาวบ้านอัดคลิปจับผิด จนท.

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ขอเสนอแนะให้ประชาชนเข้ารับฟังในช่วงที่เจ้าหน้าที่รัฐลงพื้นที่ชี้แจงเนื้อหาสาระร่างรัฐธรรมนูญในการทำประชามติ แล้วใช้โทรศัพท์อัดเทปถ่ายวีดิโอคำบรรยายต่างๆไว้เป็นหลักฐานจะได้นำกลับไปศึกษารายละเอียดให้ถ่องแท้ หากพบว่าการชี้แจงนั้น กระทำผิด พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เช่น มีการชี้นำก็นำไปใช้เป็นพยานหลักฐานแจ้งความดำเนินคดีกับ กกต.ได้ การชี้แจงของแต่ละฝ่ายต้องเปิดเผยตรงไปตรงมา ไม่ชี้นำหรือแอบชักจูงโน้มน้าวให้คนหลงเชื่อ การลงประชามติ ประชาชนมีอิสระ ใครจะมาขู่บีบบังคับไม่ได้

บีบแก้ ก.ม.ประชามติแก้ความสับสน

นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการแสดงความคิดเห็นระหว่างการทำประชามติว่า ที่ผ่านมาพรรคออกแถลงการณ์ต่อสาธารณะแล้วว่า กฎหมายประชามติมีข้อย้อนแย้งหลายประเด็น แม้ให้สิทธิเสรีภาพประชาชนในการแสดงออก แต่กลับกำหนดไว้ว่า ทำอะไรได้หรือไม่ได้บ้าง และบางมาตราให้บางคนมีสิทธิแสดงความเห็น แต่บางคนไม่มีสิทธิแสดงความเห็น หลายเรื่องมีลักษณะขัดแย้งกัน ทำให้ประชาชนสับสน จึงเสนอให้ปรับแก้ พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติจะนำฉบับอื่นมาแก้ไขเพื่อประกาศใช้ต่อไปนั้น ไม่อยากให้นายวิษณุตอบโต้เป็นรายวัน อยากทำอะไรขอให้เกิดความชัดเจน มีอำนาจอยู่แล้วสามารถเสนอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาเพื่อให้สังคมได้รับรู้ สังคมจะได้ตัดสินใจบนพื้นฐานที่ชัดเจน

แนะ กรธ.เลิกทัวร์แจงชาวบ้าน

นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข อดีต รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงกรณี กรธ.แบ่งสายลงพื้นที่ชี้แจงประชาชนถึงเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญในการทำประชามติว่า การลงพื้นที่ของ กรธ.เป็นแค่การสร้างภาพ จะเสียทั้งงบประมาณและเวลา สุดท้ายจะเข้าถึงประชาชนทั่วประเทศได้แค่ 20% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งเท่านั้น เพราะประชาชนไม่มีเวลาและไม่พร้อมจะมารับฟัง ทางออกที่ดี กรธ.ควรยกเลิกการลงพื้นที่ หันไปชี้แจงผ่านสื่อของรัฐ โดยเฉพาะสถานีโทรทัศน์จะเข้าถึงประชาชนได้มากกว่า พร้อมเปิดให้มีการซักถามสดระหว่างที่ออกอากาศ ส่วนงบประมาณการลงพื้นที่ให้รัฐบาลนำไปแก้ไขปัญหาภัยแล้งจะดีกกว่า

ซัด “มีชัย” พูดชี้นำให้รับร่าง รธน.

นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ระบุว่า ถ้าร่างรัฐธรรมนูญยังขาดตกบกพร่องอะไร วันข้างหน้าค่อยไปแก้ไขกันนั้น คำกล่าวนี้ค่อนข้างไม่ถูกหลักการ รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีข้อดีข้อด้อยหลายจุด หลายฝ่ายติติงว่ามีบางประเด็นควรปรับแก้ ถ้าจะบอกว่าให้รับไปก่อนแล้วค่อยแก้ทีหลังนั้น ข้อเท็จจริงการขอแก้รัฐธรรมนูญทำได้ยากมาก แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะแก้รัฐธรรมนูญ การบอกให้รับก่อน แล้วค่อยไปแก้ถือเป็นการชี้นำ ขัดกับกฎหมายประชามติชัดเจน สาระกฎหมายฉบับนี้ห้ามประชาชน นักการเมือง นักวิชาการ แสดงความเห็น หรือชี้นำต่อร่างรัฐธรรมนูญ นายมีชัยไม่ควรชี้นำรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เช่นกัน แทบจะคาดหวังเรื่องการทำประชามติไม่ได้เลย เพราะห้ามฝ่ายอื่นแสดงความคิดเห็น แต่ กกต. กรธ. และ สนช. สามารถชี้นำประชาชนข้อดีร่างรัฐธรรมนูญได้ฝ่ายเดียว เป็นการชี้นำชัดเจน หากยังปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นการทำประชามติ ปลายทางร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะเป็นมลทินในระบอบประชาธิปไตยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อยากให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้ความรู้กับประชาชนทั้งข้อดี ข้อด้อยอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อประกอบการตัดสินใจของประชาชนในการใช้สิทธิลงประชามติ

เอ็นดีเอ็มเปิดตัวคู่มือแย้ง รธน.

ที่อาคารอเนกประสงค์ 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ กลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ (เอ็นดีเอ็ม) นำโดยนายรังสิมันต์ โรม นักศึกษาปริญญาโท นิติศาสตร์ มธ. นายวรวุฒิ บุตรมาศ นักศึกษานิติศาสตร์ มธ. แถลงข่าว “จับผิดกรรมาธิการร่าง รธน. ใครบิดเบือนกันแน่” พร้อมเปิดตัวคู่มือ “ความเห็นแย้ง” เพื่อโต้แย้ง 10 ข้อดีร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ. โดยนายวรวุฒิกล่าวว่า เอ็นดีเอ็มได้จัดทำคู่มือความเห็นแย้ง เพื่อโต้แย้งคู่มือของ กรธ.ที่ระบุ 10 ข้อดีร่างรัฐธรรมนูญ แม้ฝ่ายรัฐบาลอาจกล่าวว่า คู่มือนี้ขัดต่อกฎหมายประชามติ แต่เอ็นดีเอ็มยืนยันจะใช้เสรีภาพแสดงความคิดเห็น เพราะมองว่า หากรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เสียงของประชาชนจะไม่มีความหมายจะมีรัฐบาลที่ถูกควบคุมโดย ส.ว.และองค์กรอิสระที่ตั้งโดย คสช. เพื่อสืบทอดอำนาจให้คสช.แฝงตัวอยู่ต่อไปอย่างน้อย 5 ปี

ท้า กรธ.ดีเบตพิสูจน์ใครบิดเบือน

นายรังสิมันต์ โรม กล่าวว่า คู่มือที่ กรธ.ทำ เป็นรายละเอียดแจกประชาชนนั้น ไม่ให้รายละเอียดอะไรเลย แต่พอใครเสนอรายละเอียดอีกทางจะถูกกล่าวหาว่าบิดเบือน เอ็นดีเอ็มขอท้าดีเบตกับ กรธ. ความจริงจะได้ปรากฏว่าใครบิดเบือน ส่วนเสื้อยืดโนโหวตที่เจ้าหน้าที่ตีความว่า ไม่สามารถขายได้ เอ็นดีเอ็มยืนยันว่า การขายเสื้อไม่ผิด เพราะประกาศของ กกต.พูดถึงความผิดต่อเมื่อมีการชักชวน เพื่อนำไปสู่การปลุกระดมทางการเมือง แต่การขายเสื้อของเอ็นดีเอ็มไม่ใช่การปลุกระดม ถ้ามีตำรวจมาจับกุมใครที่ใส่เสื้อตัวนี้ขอให้แจ้งความข้อหาผิดมาตรา 157 ได้ทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการแถลงข่าวเอ็นดีเอ็มได้เปิดตัวเว็บไซต์ใหม่ของกลุ่มที่มีข้อมูลความเห็นแย้งกับ 10 ข้อเสนอของ กรธ. และ 12 เหตุผลที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมเปิดตัวสติกเกอร์โหวตโน รวมทั้งเปิดขายเสื้อโหวตโนให้ผู้สนใจในงาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ข่าวกรองตำรวจทหารทำได้แค่บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน แต่ไม่กล้าเข้าจับกุม

ตร.ไล่ญาติวีรชนจัดงานรำลึก

อีกด้านหนึ่งที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มูลนิธิวีรชนประชาธิปไตย นำโดย นพ.เหวง โตจิราการ นพ.สันต์ หัตถีรัตน์ นางประทีป อึ๊งทรงธรรม ฮาตะ พร้อมญาติผู้เสียชีวิตเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ปี 35 ประมาณ 30 คน เดินทางมาทำกิจกรรมคารวะดวงวิญญาณวีรชนประชาธิปไตย 35 โดยทางกลุ่มได้อ่านคำปฏิญาณสืบสานเจตนารมณ์วีรชนพฤษภาทมิฬต่อหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 4 ข้อ ใจความว่า 1.นายกต้องมาจากการเลือกตั้ง 2.ส.ว.มาจากการเลือกตั้ง 3.ส.ส.เป็นประธานรัฐสภา 4.รัฐธรรมนูญมาจาก ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม ขณะที่การจัดกิจกรรมดำเนินไปได้ไม่นาน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สำราญราษฎร์ เดินทางมาขอร้องให้ทั้งหมดออกไปนอกอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยโดยเร็ว

ปชช.ลังเลกาบัตรรับ–ไม่รับ รธน.

วันเดียวกัน นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “ผลสำรวจครั้งที่ 2 : การลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 2559” ระหว่างวันที่ 10-11 พ.ค. เกี่ยวกับการตัดสินใจลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 2559 โดยผลการสำรวจครั้งที่ 2 ถึงการตัดสินใจของ ประชาชนเกี่ยวกับการลงประชามติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ พบว่าร้อยละ 39.53 ระบุว่ายังไม่ ตัดสินใจ ร้อยละ 28.33 ระบุว่ารับร่างรัฐธรรมนูญ ร้อยละ 23.27 ระบุว่าไปใช้สิทธิ แต่ไม่มีมติไปทางใด ทางหนึ่งชัดเจน และร้อยละ 8.87 ระบุว่าไม่รับร่าง รัฐธรรมนูญ ส่วนข้อเสนอการให้ ส.ว.สรรหาในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี มีสิทธิร่วมกับ ส.ส.โหวตเลือกนายกฯ พบว่าร้อยละ 31.93 ระบุว่าเห็นด้วย ร้อยละ 29.40 ระบุว่ายังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 27.33 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย และร้อยละ 11.34 ระบุว่าไปใช้สิทธิ แต่ไม่มีมติไปทางใดทางหนึ่งอย่างชัดเจน

ชาวบ้านเกือบ 60% ไม่เคยอ่าน รธน.

ขณะที่นายนพดล กรรณิกา ประธานชมรมขับเคลื่อนวิชาการเพื่อวิจัยความสุขชุมชน สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจเรื่องการติดตามอ่านรัฐธรรมนูญของประชาชน จากตัวอย่างประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 15 จังหวัด จำนวน 5,329 ตัวอย่าง พบว่าร้อยละ 58.2 ไม่เคยอ่านรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นเรื่องไกลตัว อ่านยาก ร้อยละ 35.7 เคยอ่านบ้าง และร้อยละ 6.1 เคยอ่านอย่างละเอียด ส่วนการรู้ว่า รัฐธรรมนูญฉบับใดดีหรือไม่ดีนั้น ร้อยละ 83.5 ระบุว่าฟังเขาว่ามา และติดตามจากสื่อ ร้อยละ 16.5 อ่านด้วยตนเอง ขณะที่เหตุผลที่ทำให้ประชาชนตัดสินใจรับร่างรัฐธรรมนูญพบว่าร้อยละ 71.8 ระบุเป็นรัฐธรรมนูญที่ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ร้อยละ 65.3 ระบุช่วยแก้ปัญหาทุจริตได้ และร้อยละ 64.7 ช่วยปฏิรูปประเทศได้

หนุนเกินครึ่งให้ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง

ด้านสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,341 คน เรื่องการปฏิรูปประเทศไทย พบว่า ประชาชนร้อยละ 56.7 อยากให้ปฏิรูปประเทศให้เสร็จก่อนเลือกตั้ง เพราะบ้านเมืองมีปัญหาหลายด้าน ร้อยละ 22.46 เห็นว่าควรทำไปพร้อมๆกัน ทั้งปฏิรูปและเลือกตั้ง ร้อยละ 20.84 ให้เลือกตั้งก่อนแล้วค่อยปฏิรูปประเทศ เพราะอยากเลือกตั้งโดยเร็ว เพื่อลดความขัดแย้ง ส่วน 5 อันดับแรกการปฏิรูปที่อยากให้ดำเนินการก่อนคือ ปฏิรูปการเมืองร้อยละ 77.78 ปฏิรูปเศรษฐกิจ ร้อยละ 76.86 ปฏิรูปการศึกษา ร้อยละ 72.18 ปฏิรูปกฎหมาย ร้อยละ 69.57 และปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน ร้อยละ 62.49

สปท.ตีปี๊บแผนโรดแม็ประยะ 2

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า สปท.กำลังเร่งรัดการปฏิรูปประเทศตามโรดแม็ประยะที่ 2 คือ การปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง นับแต่เดือน ต.ค.58 ถึง ก.ค.60 โดยส่งแผนปฏิรูปประเทศให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแล้ว 42 แผน แยก เป็นแผนปฏิรูปที่ผ่านมติ สปท. 28 แผน แผนปฏิรูป ที่ส่วนราชการเห็นพ้องกับ สปช. 9 แผน และแผนปฏิรูปที่ประธาน สปท.คัดกรองจากแผน สปช.เดิม 5 แผน ทั้งนี้ ยังมีแผนปฏิรูปที่ สปท.พิจารณาเห็นชอบแล้วรอการนำส่งอีก 9 แผน ซึ่ง สปท.ดำเนินการคืบหน้าตามแผนและขั้นตอนที่วางเป้าหมายไว้

ติงหยุดใช้เวทีนานาชาติบีบไทย

พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการ สมช. กล่าวถึงกรณีองค์กรระหว่างประเทศกังวลเรื่องการจำกัดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประเทศไทยว่า เป็นจังหวะที่มีการประชุมสิทธิมนุษยชน (ยูพีอาร์) จึงเหมือนเอาเวทีนี้มาบีบ องค์กรเหล่านั้นต้องมาศึกษากฎระเบียบในบ้านเราให้เข้าใจก่อนที่จะบอกว่า ประเทศไทยละเมิดสิทธิ แต่ละประเทศมีสิทธิไม่เท่ากันอยู่แล้ว เขาก็มีกฎหมายประเทศเขา เราก็มีกฎหมายประเทศเรา ในทางกลับกันมาบ้านเราต้องปฏิบัติตามกฎหมายบ้านเรา ไปบ้านเขาก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายของเขา คนในบ้านเรารู้อยู่แล้วว่า กฎหมายเรามีข้อจำกัดอย่างไร จะเอากฎหมายในสภาวะบ้านเขามาใช้บ้านเราไม่ได้ มันไม่ถูกต้องตั้งแต่แรก

ไม่ตอบรับข้อเสนอยูพีอาร์ 68 ข้อ

ที่กระทรวงยุติธรรม นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงผลการนำเสนอรายงานการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศไทยต่อที่ประชุมยูพีอาร์ว่า การนำเสนอรายงานภาพรวมของประเทศไทยได้รับการชื่นชมในการพัฒนาการด้านสิทธิมนุษยชนหลายด้าน อาทิ สิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม แผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ทั้งนี้ คณะทำงานยูพีอาร์ได้รับรองสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของไทย โดยไทยได้รับข้อเสนอแนะ 249 ข้อ จาก 102 ประเทศที่เข้าร่วมประชุม ประเทศไทยตอบรับทันที 181 ข้อ และขอนำกลับมาพิจารณา 68 ข้อ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต่างชาติยังมีความกังวลหลายประเด็น เช่น การจำกัดเสรีภาพการแสดงออก การแสดงความคิดเห็น สิทธิการชุมนุม การนำพลเรือนขึ้นศาลทหาร การจับกุมและคุมขังตามอำเภอใจ การคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน การมีส่วนร่วมกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ หลังจากนี้กระทรวงยุติธรรม กระทรวงต่างประเทศ จะจัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแจ้งให้ทราบถึงผลการทบทวนรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของไทย และพิจารณาข้อเสนอแนะ 68 ข้อ และขอความเห็นชอบต่อ ครม.เพื่อแจ้งให้ที่ประชุมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 33 ในเดือน ก.ย.ทราบถึงข้อเสนอแนะที่ไทยตอบรับเพิ่มเติมต่อไป

ชมทูตมะกันไม่หน้าไหว้หลังหลอก

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีนายกลิน เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย แสดงความกังวลการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยว่า เป็นเรื่องปกติ เพราะมีการแสดงความกังวลเช่นนี้กับอีกหลายประเทศ สหรัฐฯเป็นมิตรกับประเทศไทยมานาน เป็นประเทศยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย เคารพสิทธิเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างได้ ภายใต้ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ การที่สื่อมวลชนสอบถามทูตสหรัฐฯ ถึงรายละเอียดการเข้าพบกับ รมว.ต่างประเทศของไทย ถูกต้องแล้วที่นายกลินต้องเปิดเผยความจริงที่ได้พูดคุยกัน ไม่จำเป็นต้องแกล้งพูดเอาใจแบบคนหน้าไหว้ หลังหลอก เป็นการพูดตรงๆ ในสิ่งที่คนอเมริกันและประเทศสหรัฐฯ ยึดมั่น ยิ่งน่าสรรเสริญพฤติกรรมของทูตสหรัฐฯ ที่ทำหน้าที่ตรงไปตรงมา มีความจริงใจต่อคนไทยที่มีหัวใจประชาธิปไตย

ชี้ ก.ม.เปิดช่องสู้คดีคลองด่านใหม่

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เสนอให้กระทรวงการคลังยื่นเรื่องต่อศาลปกครองกลางพิจารณาคดีบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่านใหม่ว่า ไม่ขอพูดในเรื่องนี้ สตง.จะพูดอะไรให้พูดไปก่อน แต่รัฐบาลในฐานะผู้ต้องจ่ายเงินจะพูดอะไรให้เกิดความเข้าใจในรูปคดีว่ารัฐบาลเบี่ยงบ่ายไม่ชำระหนี้ไม่ได้ เพราะเรายินดีและเต็มใจชำระหนี้ ตอนนี้ยังเร็วไปที่รัฐบาลจะพูดอะไร ทั้งแนวทางของ สตง. เป็นหนึ่งในแนวทางที่มีการเสนอในการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่รัฐบาลยังไม่ขอแสดงท่าที แต่มาตรา 75 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง เปิดช่องว่าเมื่อคดีถึงที่สุด หากคู่กรณี ผู้มีส่วนได้เสีย ผู้ได้รับผลกระทบ มีเหตุหลักฐานพยานข้อเท็จจริงใหม่ สามารถร้องขอต่อศาลให้พิจารณาคดีใหม่ได้ ขณะนี้ทราบ ว่านายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ อดีต รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้ได้รับผลกระทบ ได้ยื่นคำร้องให้ศาลปกครองพิจารณาใหม่แล้ว

ป.ป.ช.แจงเหตุไม่ฟ้องเอกชน

นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช.กล่าวถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ตั้งข้อสังเกตเหตุใด ป.ป.ช.ไม่ดำเนินการฟ้องกลุ่มกิจการร่วมค้า NVPSKG ในคดีบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่านว่า เหตุที่ ป.ป.ช.ไม่ฟ้องกลุ่มกิจการร่วมค้า เนื่องจากขณะนั้นกรมควบคุมมลพิษได้ดำเนินการฟ้องร้องคดีอาญาในความผิดฐานฉ้อโกงกับกลุ่มกิจการร่วมค้าไปแล้ว ป.ป.ช.จึงไม่ได้ฟ้องร้องร่วมกับกลุ่มข้าราชการ 3 รายที่ ป.ป.ช.ฟ้องไปก่อนหน้านี้

นายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ในส่วนบริษัทเอกชนนั้น กรมควบคุมมลพิษดำเนินการฟ้องร้องไปแล้ว ดังนั้น ป.ป.ช.จะไปดำเนินการซ้ำไม่ได้ การที่ ป.ป.ช.ไม่ได้ฟ้องร้องเอกชนจึงไม่มีอะไรผิดปกติ ซึี่งการดำเนินการไม่สามารถทำรวดเดียวทั้งหมดได้ ต้องทำทีละส่วน แล้วค่อยนำมาสู่จุดเดียวกัน

“สมชาย” แจงขอสู้ตามสิทธิคดี พธม.

ที่หมู่บ้านเบเวอร์รี่ ฮิลล์ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.ให้พิจารณาถอนฟ้องคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่า ต้องฟังจาก ป.ป.ช.ว่า จะพิจารณาถอนฟ้องให้หรือไม่ ไม่ขอก้าวล่วง เพราะเป็นผู้มีส่วนได้เสีย หน้าที่ของตนคือต่อสู้คดี ส่วนเรื่องอื่นให้เป็นดุลยพินิจของผู้มีหน้าที่ ส่วนที่ศาลปกครองสูงสุดให้ ป.ป.ช.เปิดเผยรายชื่อผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในการสลายการชุมนุมต่อจำเลยในคดี ถือเป็นประโยชน์ในการสู้คดี เพราะเดิมเคยขอเอกสารดังกล่าวต่อ ป.ป.ช.ชุดเก่า แต่ ป.ป.ช.อ้างว่า ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ ทำให้ต่อสู้คดีได้ไม่เต็มที่ เมื่อศาลปกครองสูงสุดให้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าว ก็ต้องขอบคุณ ซึ่งมอบหมายให้ทนายความเป็นผู้ดูแลเรื่องนี้ ตนต่อสู้คดีไปตามสิทธิ

นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ในวันที่ 17 พ.ค.นี้ คณะทำงานที่มีตนเป็นประธานฯ จะประชุมกันนัดสุดท้าย เพื่อพิจารณาว่า จะยื่นถอนคดีดังกล่าวหรือไม่ ก่อนส่งให้ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติในช่วงปลายเดือน พ.ค. ยืนยันว่าขณะนี้ ป.ป.ช.ยังไม่ได้ถอนฟ้องคดี

“วัฒนา” ดึง คสช.รับผิดขุดลอกบึง

วันเดียวกัน นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊กถึงข้อครหาความไม่โปร่งใสการดำเนินโครงการขุดลอกบึงหนองพล อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก ว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยตกลงว่าจ้าง อผศ.ดำเนินการ โดยไม่ต้องประกวดราคา เป็นผลมาจากที่ประชุม คสช.วันที่ 15 ก.ค.57 ลงมติรับทราบมติคณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษฯ ที่ให้ อผศ.ได้รับสิทธิพิเศษรับจ้างทำงานจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ โดยไม่ต้องประกวดราคาตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่ง อผศ.ต้องเป็นผู้ดำเนินการเอง แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า อผศ.ไม่มีความพร้อมมาแต่ต้น ซึ่ง คสช.ทราบดีอยู่แล้ว เพราะเป็นหน่วยงานกองทัพและรองหัวหน้า คสช.ยังเป็นนายกสภาทหารผ่านศึก ดังนั้น คสช.และ อผศ. จึงเป็นตัวการร่วมกันในความผิดฐานหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมตาม พ.ร.บ.การเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ส่วนงานที่ อผศ.ได้รับจากส่วนราชการโดยไม่ต้องประกวดราคาจะมีกี่โครงการ มูลค่าเท่าใด คนที่รู้ดีที่สุดคือนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการใช้จ่ายเงินงบกลาง นายกฯเพิ่งพูดในรายการคืนความสุขฯ ว่า เรื่องนี้ใครทุจริตต้องเข้าสู่กระบวนยุติธรรม อย่าตรวจสอบด้วยความรู้สึก วันนี้จึงนำเอกสารหลักฐานแสดงการทุจริตของผู้เกี่ยวข้องคือ อผศ.และ คสช.มาให้หัวหน้า คสช.ดำเนินการ การทุจริตครั้งนี้เกิดจากหน่วยงานรัฐ มีคนของกองทัพเข้าไปเกี่ยวข้อง ถ้าจริงจังกับการปราบโกงอย่างที่ชอบพูดคงไม่ต้องใช้เวลานาน

ริบเบี้ยคนแก่ยังแค่แนวคิด

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวถึงกรณีกระทรวงการคลังกำลังทบทวนนโยบายการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแก่ผู้ที่มีรายได้เกินเดือนละ 9,000 บาทว่า กรณีดังกล่าวยังเป็นเพียงแนวคิดที่ต้องพิจารณาเหตุผลต่างๆก่อน น่าจะพิจารณาทบทวนเฉพาะผู้มีฐานะ ที่ผ่านมามีผู้สูงอายุบางรายไม่ได้ลงทะเบียนรับเงินอยู่แล้ว โดยปีงบประมาณ 2559 มีผู้สูงอายุลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 7.9 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 74 ของผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ที่มี 10 ล้านคนเศษ วงเงินงบประมาณที่เบิกจ่ายไป 6.3 หมื่นล้านบาท เพิ่มจากปีงบประมาณ 2558 ที่เบิกจ่ายไป 6.1 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้สูงอายุร้อยละ 20 ไม่ได้ลงทะเบียนรับเบี้ย คงเป็นกลุ่มคนที่มีฐานะอยู่แล้ว ทั้งนี้กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ตั้งงบประมาณและเบิกจ่ายผ่านกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ส่วนกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เป็นเพียงผู้กำหนดนโยบายและติดตามการดำเนินงาน

ไล่หั่นงบซื้ออาวุธแทนตัดเบี้ยยังชีพ

นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ อดีต รมช.แรงงาน กล่าวถึงกรณีกระทรวงการคลังมีแนวคิดยกเลิกเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุว่า เห็นใจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ประสบภาวะยากลำบากในการหารายได้มาใช้จ่ายในทุกโครงการ เพราะตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ตัวเลขชี้วัดทางเศรษฐกิจมีแต่ลดลงเรื่อยๆอย่างน่าใจหาย รัฐบาลจึงพยายามลดรายจ่ายทุกด้านลง และมุ่งตัดรายจ่ายในโครงการที่รัฐบาลในอดีตเคยจัดให้แก่ประชาชน การตัดเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่มีรายได้เกินเดือนละ 9,000 บาทนั้น อาจกระทบความรู้สึกและความเป็นอยู่ผู้สูงอายุประมาณ 1 ล้านคน ซึ่งกระทรวงคลังได้สำเร็จหรือไม่ว่า คนกลุ่มนี้มีภาระหนี้สินที่ต้องชำระทุกเดือนหรือไม่ และมีเงินเหลือใช้เดือนละเท่าใด เชื่อว่าเงินจำนวน 600-800 บาทต่อเดือน มีคุณค่ามหาศาลต่อคนทีี่่มีภาระหนี้สินและมีรายได้น้อย หากไปตัดเบี้ยยังชีพจะสร้างความเดือดร้อนให้คนกลุ่มนี้ หากรัฐบาลต้องการลดรายจ่ายลง ควรปรับลดรายจ่ายการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ปีละหลายหมื่นล้านบาทที่ซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้งาน เพราะไม่มีสงคราม ดีกว่ามาตัดเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 1 ล้านคน เพื่อประหยัดงบปีละ 1 หมื่นล้านบาท

พท.พาเหรดเบิร์ธเดย์ “เจ๊แดง”

เมื่อเวลา 08.00 น. ที่หมู่บ้านเบเวอร์รี่ ฮิล แจ้งวัฒนะ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย เปิดบ้านให้บุคคลต่างๆ เข้าอวยพรวันเกิดครบ 61 ปี บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น มีอดีตรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย แกนนำ นปช.เข้าอวยพรวันเกิดอย่างคึกคัก อาทิ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายวราเทพ รัตนากร อดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายชูศักดิ์ ศิรินิล หัวหน้าฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย นายอุดมเดช รัตนเสถียร อดีต ส.ส.นนทบุรี นายพิชิต ชื่นบาน ที่ปรึกษาทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ นายสมหวัง อัสราษี แกนนำ นปช. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยโอกาสนี้ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และนางเยาวภา ได้ร่วมรับประทานอาหารกับคนที่มาร่วมงานด้วย

“ยิ่งลักษณ์” ทำบุญกวนข้าวทิพย์

วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาสในพิธีกวนข้าวทิพย์ (ข้าวมธุปายาส) ที่วัดพิชยญาติการามวรวิหาร เขตคลองสาน เนื่องในวันวิสาขบูชา พร้อมด้วย พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีต ผบ.ทหารสูงสุด นางเยาวเรศ ชินวัตร นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ และพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก เพื่อนำข้าวทิพย์ไปถวายแด่พระสงฆ์ในวันที่ 20 พ.ค. ก่อนเริ่มพิธี น.ส.ยิ่งลักษณ์เข้าสักการะหลวงพ่อสมปรารถนาในพระอุโบสถ และนมัสการเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการามวรวิหาร ขณะที่ประชาชนที่ไปร่วมพิธี ต่างเข้ามาขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกร่วมกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมให้กำลังใจ ทั้งนี้ การกวนข้าวทิพย์ ถือเป็นพิธีที่สืบทอดกันมาช้านานและเชื่อว่าหากได้นำข้าวทิพย์ไปรับประทานจะเกิดมงคลต่อชีวิต

โรงตึ๊งเตรียมพันล้านรับเปิดเทอม

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย โดยเฉพาะพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีภาระค่าใช้จ่ายสำหรับบุตรหลานช่วงเปิดเทอม โดยสำนักงานธนานุเคราะห์ (สธค.) เตรียมเงินหมุนเวียนรองรับความต้องการของประชาชนไว้ 1 พันล้านบาท ทั้งนี้สำหรับผู้ที่ประสบภัยแล้ง เช่น เกษตรกรสามารถนำเครื่องมือการเกษตรไปจำนำโดยปลอดดอกเบี้ย 2 ปี ส่วนผู้ปกครองทั่วไป สธค.ได้ขยายเวลาหรือยืดอายุตั๋วจำนำให้อีก 30 วัน สำหรับผู้ที่จำนำทรัพย์สินตั้งแต่เดือน พ.ค.-ก.ค.59 จากปกติจะกำหนดไว้ที่ 5 เดือน จะเพิ่มอายุตั๋วให้อีก 1 เดือนเป็น 6 เดือน ขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ได้กำชับให้ทุกโรงเรียนเตรียมพร้อมรับเปิดเทอม โดยการตรวจสอบ ซ่อมแซมอาคารเรียน อุปกรณ์ต่างๆ เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน รวมทั้งวางแนวทางป้องกันปัญหาต่างๆ เช่น การพนันทายผลฟุตบอลที่กำลังแพร่หลายเข้าสู่เด็กและเยาวชน ปัญหาการทะเลาะวิวาท โรคไข้เลือดออก และกำชับให้กระทรวงศึกษาธิการเดินหน้านโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ให้มีคุณภาพมากขึ้น ให้ปรับรูปแบบกิจกรรมให้เหมาะสมกับพื้นที่และความต้องการของผู้เรียน เน้นพัฒนากิจกรรมด้านการคิดวิเคราะห์และคุณธรรมจริยธรรมให้มากขึ้น

คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญกรธ.มีชัย ฤชุพันธุ์ร่างรัฐธรรมนูญชี้แจงร่างฯลงพื้นที่แจงร่างฯชี้นำประชามติชาติชาย ณ เชียงใหม่รับก่อนแก้ทีหลังประชามติสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุลปฏิรูปประเทศสปท.เสรีภาพสิทธิมนุษยชนสมชาย วงศ์สวัสดิ์เพื่อไทยสิทธิเสรีภาพยิ่งลักษณ์ ชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรีพิธีกวนข้าวทิพย์ข้าวมธุปายาสวัดพิชยญาติการามวรวิหารวันวิสาขบูชาเปิดเทอมโรงรับจำนำสรรเสริญ แก้วกำเนิดพนันบอลภาระค่าใช้จ่ายมาตรการช่วยเหลือ ปชช.เงินหมุนเวียนค่าเทอมอุปกรณ์การเรียนตั๋วจำนำดอกเบี้ยการศึกษาเล่าเรียนความปลอดภัยข่าวข่าวหน้า1ไทยรัฐออนไลน์ไทยรัฐฉบับพิมพ์ไทยรัฐหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้