วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ประชาคมโลกกดดันหนัก

โดย ลมกรด

ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนของรัฐบาล คสช.ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นในระดับนานาชาติ โดยในการประชุมคณะทำงานทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชน (Universal Periodic Review Working Group หรือ UPR) ของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ระหว่างวันที่ 11-13 พ.ค. ที่ผ่านมา ประชาคมโลกร้อยกว่าประเทศรุมโจมตีประเทศไทยอย่างหนัก

โดยหลักการนานาชาติจะไม่เข้าไปแทรกแซงกิจการภายในของประเทศใด ยกเว้นเพียงเงื่อนไขเดียวคือเกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน

แม้รัฐบาล คสช.อ้างว่าขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในห้วงสถานการณ์พิเศษ แต่ก็ไม่อาจใช้เป็นข้อยกเว้นให้ออกคำสั่งหรือกระทำใดๆที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไทยเป็นสมาชิกสหประชาชาติ และได้ร่วมลงนามรับรองปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน จึงเป็นพันธกรณีที่ต้องปฏิบัติตาม ซึ่งรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 มาตรา 4 บัญญัติว่า “...พันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีอยู่แล้ว ย่อมได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญนี้”

ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนข้อ 5 ระบุว่า บุคคลใดจะถูกกระทำทรมาน หรือปฏิบัติ หรือลงโทษอย่างโหดร้าย ไร้มนุษยธรรม และย่ำยีศักดิ์ศรีไม่ได้ ข้อ 9 ระบุว่า บุคคลใดจะถูกจับกุม กักขัง หรือเนรเทศตามอำเภอใจไม่ได้ ข้อ 19 ระบุว่า ทุกคนมีสิทธิในอิสรภาพแห่งความเห็นและการแสดงออก ทั้งนี้ สิทธิรวมถึงการแสดงความเห็นโดยปราศจากการแทรกแซงไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารออกมาในรูปแบบใดก็ตาม

การจับกุมพลเรือนผู้เห็นต่างจากรัฐบาลไปขึ้นศาลทหาร รวมถึงการจับนักการเมืองไปกักขังปรับทัศนคติ แม้จะทำได้ตามประกาศคสช. แต่ในเวทีนานาชาติถือว่าขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน

ในสเตทเมนท์หรือรายงาน UPR ถึงกับระบุชื่อ คุณวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ ที่ถูกทหารควบคุมตัวไปปรับทัศนคติ 4 วัน เพียงเพราะโพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ (ซึ่งทูตานุทูตหลายประเทศ สำนักข่าวบีบีซี สเตรทไทม์ เป็นประจักษ์พยานในเหตุการณ์ด้วย) เป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงการกระทำที่ขัดต่อปฏิญญาฯ ข้อ 5, 9 และ 19 อย่างชัดเจน

การประชุม UPR ครั้งนี้ มีหลายประเทศ เช่น นอร์เวย์ นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา เยอรมนี ฟินแลนด์ ได้แสดงความกังวลต่อสิทธิเสรีภาพการแสดงออก สิทธิเสรีภาพพลเมือง และเรียกร้องให้ไทยยกเลิกการก่อกวน จับกุม ทารุณกรรมผู้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล รวมถึงยกเลิกการนำพลเรือนไปขึ้นศาลทหาร

แรงกดดันจากประชาคมโลกไม่ใช่มีแค่ในเวทีดังกล่าว แม้แต่ ทูตสหรัฐฯ ที่เพิ่งไปเข้าพบ คุณดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ทูตสวีเดน ที่เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต่างก็กระทุ้งให้รัฐบาล คสช.ยกเลิกการจำกัดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน

ถึงแม้ผู้นำรัฐบาลพยายามแสดงท่าทีไม่แยแสต่อแรงกดดัน แต่ลึกๆในใจรู้สึกอย่างนั้นจริงหรือ ถ้าไม่แคร์ประชาคมโลก แล้วส่งคณะผู้แทนไทยไปประชุม UPR ทำไมล่ะครับ ในเมื่อรู้ทั้งรู้ว่าคณะผู้แทนไทยต้องโดนขึงพืดอยู่กลางเวทีให้ร้อยกว่าประเทศรุมประณาม

สำหรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ถ้าไทยไม่ปรับปรุงหรือปฏิบัติตามข้อเสนอของ UPR ก็จะโดนประเทศสมาชิกแซงก์ชั่นหนักขึ้น 2 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยทรุดหนักอยู่แล้ว หากโดนบอยคอตรุนแรงขึ้น การค้าขาย การส่งออกจะยิ่งโงหัวไม่ขึ้น

ประเทศไทยยังไม่แข็งแรงพอที่จะอยู่โดดเดี่ยวในประชาคมโลกหรอกครับ.

ลมกรด

15 พ.ค. 2559 10:22 15 พ.ค. 2559 10:22 ไทยรัฐ