วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กลไกรัฐปูพรมปลุกพลังประชาชน : เดิมพันอนาคตประเทศ

กลไกของรัฐขับเคลื่อนทันทีตามมติ ครม.5 เม.ย.59 ให้กระทรวง ทบวง กรม รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอื่น ร่วมมือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

เพื่อให้การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สุจริต และเที่ยงธรรม

กระทรวงมหาดไทย เด้งรับแจ้งให้ทุกจังหวัดถือปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติในการออกเสียงประชามติ โดย นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ ทีมข่าวการเมือง ถึงบทบาทของกระทรวงมหาดไทยนับจากนี้เป็นต้นไปว่า เรามีภารกิจเร่งให้ความรู้ในสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญ

โดยจะจัดอบรมวิทยากรที่จะเป็นผู้ลงไปขยายความรู้ในระดับอำเภอ ตำบลและหมู่บ้าน เพื่อชี้แจงให้ประชาชนรับทราบอย่างกว้างขวางและทั่วถึง

ภารกิจการอำนวยความสะดวกให้ กกต. ทั้งการสนับสนุนบุคลากร สถานที่การจัดหน่วยออกเสียง การตรวจสอบทะเบียนราษฎรในส่วนของผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติทั่วประเทศ

จัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงของแต่ละหน่วยออกเสียงและแจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงในทะเบียนบ้านไปยังเจ้าบ้านให้ทราบก่อนวันออกเสียงไม่น้อยกว่า 15 วัน

การรับลงทะเบียนเพื่อขอใช้สิทธิออกเสียงนอกเขตจังหวัด ซึ่งผู้มีสิทธิออกเสียงจะต้องยื่นคำขอลงทะเบียนก่อนวันออกเสียงอย่างน้อย 30 วัน ตั้งแต่วันนี้จนถึง 7 ก.ค.59 ในวันและเวลาราชการ โดยยื่นต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น

ผ่านทางไปรษณีย์ สามารถยื่นได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 มิ.ย.59 ซึ่งจะปิดก่อนการยื่นด้วยตนเอง

เช่นเดียวกับยื่นผ่านเว็บไซต์ http://election.dopa.go.th ซึ่งเป็นวิธีการใหม่ที่อำนวยความสะดวกให้ผู้มีสิทธิลงคะแนน สามารถยื่นได้ตลอด 24 ชั่วโมง จากนั้นระบบจะปิดการรับสมัครในเวลา 24.00 น.ของวันที่ 30 มิ.ย.59

และภารกิจการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยในการออกเสียงประชามติ การช่วยเหลือในการปฏิบัติที่หน้าที่ของ กกต. โดยผู้ว่าราชการจังหวัด (ผวจ.) นายอำเภอ และพนักงานฝ่ายปกครอง เป็นผู้มีหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในการออกเสียงตามกฎหมาย

โดยได้ให้ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ ลูกจ้าง พร้อมขอความร่วมมือกลุ่มอาสาสมัคร กลุ่มเครือข่ายต่างๆในสังกัดทุกประเภท ทุกระดับ

ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น สนับสนุนให้การดำเนินการออกเสียงประชามติให้เกิดความถูกต้อง โปร่งใสและดำเนินการอื่นที่จำเป็นเมื่อ กกต.ร้องขอ

และกำชับให้วางตัวเป็นกลางอย่างเคร่งครัด อย่าชี้นำให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไปลงคะแนนออกเสียงเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ

แม้งานจะถาโถมเข้ามาตลอด ปลัดกระทรวงมหาดไทยก็ยังบอกว่าบางวันก็มีความสุข เมื่อเห็นสิ่งที่ผลักดันตามนโยบายของรัฐบาลในรอบ 2 ปีเกิดเป็นมรรคเป็นผล

เมื่อประชาชนยอมรับจากที่เราได้ลงไปทำงานในยามที่ประชาชนทุกข์ยาก แม้จะเกิดความไม่พอใจบ้าง แต่เมื่อประชาชนได้เจอหน้านายอำเภอ ผวจ.ที่เคยไปช่วยเหลือในยามทุกข์ยาก ความไม่พอใจตรงนั้นก็จะลดลง

เราจึงไม่ลำบากใจที่จะเข้าไปให้ความรู้กับประชาชน และไม่ลำบากใจที่รัฐบาลมอบให้กระทรวงมหาดไทยรับภารกิจนี้ไปดำเนินการ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ก็ไม่ได้บอกไปทำให้ประชามติผ่านหรือไปทำอย่างไรให้ประชามติไม่ผ่าน

แต่จะติดปัญหานิดหนึ่งตรงที่ครู ก. 5 ที่มาจากส่วนราชการ เช่น ปลัดจังหวัดหรือรอง ผวจ. อีกกลุ่มมาจากครู สาธารณสุข กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ที่ ผวจ.คัดเลือกมาเป็นตัวแทนคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และส่วนราชการ ลงไปทำความเข้าใจกับประชาชน

ถ้าเกิดมีคนมาทักท้วงว่าเอาทหารมาร่วมเป็นครู ก. 5 ด้วยจะรู้เรื่องหรือ ตรงนี้เป็นสิ่งที่ลำบากใจ ความจริงคนที่ 5 มาจากทหารจะมีผลดีต่อการทำประชามติ

เพราะอย่าลืมว่าอำนาจในการรักษาความสงบเรียบร้อยแบ่งออกเป็น 2 ขา ขาหนึ่งมาจากตำรวจและฝ่ายปกครอง อีกขาหนึ่งมาจากทหาร

ที่เราใช้ตำรวจและฝ่ายปกครองซึ่งมีความใกล้ชิดกับประชาชนอาจจะทำอะไรได้ไม่ถนัดนัก

เมื่อมีทหารเข้ามาจะช่วยได้ถ้าเกิดเหตุความไม่สงบเรียบร้อยระหว่างเผยแพร่ ทำความเข้าใจเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญหรือในวันทำประชามติก็สามารถประสานแม่ทัพนายกองและประสานหน่วยกำลังต่างๆเข้ามาระงับเหตุ

เรื่องแบบนี้จะต้องระวังไว้ก่อน บางทีไม่สามารถคาดการณ์ได้ นายก- รัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทยล้วนไม่ต้องการให้เกิดเหตุความไม่สงบเรียบร้อย ถึงสั่งย้ำนักย้ำหนาว่าในเมื่อรัฐบาลไม่มีธงว่าจะให้ผ่านหรือไม่ผ่าน บทบาทของ ผวจ.ต้องรักษาสถานการณ์ให้ได้ ไม่ให้ฝ่ายเชียร์หรือฝ่ายที่ไม่อยากให้ผ่านตีกัน

ขณะที่การโกงก็ทำได้ยากแสนเข็ญ เพราะมีความผิดตามกฎหมายและหากข้าราชการทำยังผิดวินัยอีก ประกอบกับทุกวันนี้อยู่ในยุคโซเชียลมีเดีย ที่มีอยู่ในมือของทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยจะจ้องฝ่ายที่เห็นด้วย ต่างฝ่ายต่างจ้องตรวจสอบกัน และกัน ที่สำคัญอยู่ในสถานการณ์ที่นักการเมืองและทุกคนอยากให้มีการเลือกตั้ง ด้วยเหตุผลเหล่านี้เชื่อมั่นว่าการทำประชามติครั้งนี้จะโปร่งใสแน่นอน

ตอนนี้มีทั้งเครือข่ายกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข ครอบคลุมทั้งประเทศแล้ว ยังมีทหารเข้ามาเสริมอีก ปัญหาคือจะเชื่อมโยงข้อมูลกันอย่างไรให้เป็นไปในทิศทางเดียวกับทาง กรธ. นายกฤษฎา บอกว่า ทุกฝ่ายที่ลงพื้นที่จะใช้ข้อมูลชุดเดียวกันหมด

เริ่มจากในวันที่ 18-19 พ.ค.นี้จะเปิดอบรมชนิดเข้มข้นครู ก. โดย กรธ.จะมาชี้แจงทำความเข้าใจในประเด็นต่างๆ พร้อมเก็งคำถามที่จะถูกถามในพื้นที่

เมื่อฟังจากครู ก. ครู ข. ครู ค. กรธ.ที่จะออกไปตามกลุ่มจังหวัด 18 กลุ่ม ทำงานเป็นคู่ขนานและติดตามผ่านสื่อต่างๆแล้ว ในวันใกล้ๆทำประชามติอาจจะมีการทำความเข้าใจผ่านสถานีโทรทัศน์อีก

ทีมข่าวการเมือง ถามว่า คสช. รัฐบาลเหมือนต้องการใช้กลไกของกระทรวงมหาดไทยออกไปกระตุ้นประชาชนให้ออกมาใช้สิทธิ์ลงประชามติให้ผ่านร่างรัฐธรรมนูญ นายกฤษฎา บอกว่า ขอย้ำอีกครั้งรัฐบาลไม่มีธง

ไม่เหมือนสมัยก่อนๆนายอำเภอ ผวจ.จะรู้ดีว่าช่วงมีธงเป็นอย่างไร ช่วงไม่มีธงเป็นอย่างไร ซึ่งอาจจะย้อนไปว่าเมื่อสมัยก่อนมีธง แล้วคราวนี้จะเป็นไปได้อย่างไรที่ไม่มีธง ก็ต้องไปพิสูจน์กัน

วันนี้ฝ่ายปกครองเตรียมพร้อมรับมือฝ่ายไม่รับร่างรัฐธรรมนูญอย่างไร เพราะการเคลื่อนไหวในช่วงนับจากนี้ไปอาจเป็นเชื้อปะทุก่อให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงได้ นายกฤษฎา บอกว่า ในช่วงวันที่ข้าราชการหยุดยาว ได้ทดสอบข้าราชการกระทรวงมหาดไทยที่อยู่ตามหัว เมืองหรืออำเภอ โดยเรียกประชุมด่วนภายใน 12 ชั่วโมง

ผวจ. นายอำเภอสามารถขึ้นมาสแตนด์บายบนที่ว่าการอำเภอ บนศาลากลางได้เกิน 80 เปอร์เซ็นต์ เพื่อรับฟังข้อสั่งการผ่านวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ และยังสามารถมีทั้งภาพและเสียงลงไปถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้านได้ด้วย

ส่วนการรับมือเหตุการณ์ต่างๆ มี ผวจ.เป็นผู้จัดการพื้นที่ผ่านศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ ที่มีตำรวจ กองร้อยอาสารักษาดินแดน ร่วมกับฝ่ายทหาร และรัฐบาลยังมีอำนาจพิเศษอยู่

ฉะนั้น หาก ผวจ.ลงไปเจรจาไม่สำเร็จ ขอให้ตั้งสติกลับมาหารือผู้บังคับการตำรวจภูธรในจังหวัดและหัวหน้าหน่วยทหารในพื้นที่ เรื่องนี้ได้บอกกับ ผบ.ตร. (พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา) ผบ.ทบ. (พล.อ.ธีรชัย นาควานิช) ไว้แล้ว ให้หารือ 3 ฝ่ายก่อนตัดสินใจแก้ไขปัญหาร่วมกัน

ถ้าสถานการณ์ยังหนัก กระทรวงมหาดไทยจะเป็นแบ็ก ออฟฟิศให้ ผวจ. นายอำเภอ หรือถ้าต้องการให้สนับสนุน เช่น การออกมติ ครม.แก้ไขระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องก็ต้องดำเนินการ จะไม่ทอดทิ้งกัน

มาถึงวันนี้คงถึงเวลาที่ทุกคนคงไม่อยากถูกตราหน้าว่า เป็นต้นเหตุก่อให้เกิดความรุนแรง จนไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ จึงเชื่อมั่นว่าจะไม่มีใครขัดขวางและสนับสนุนทำให้เกิดเหตุวุ่นวาย

ถ้ามีเหตุวุ่นวายเกิดขึ้น ส่วนตัวมีความคิดเห็นว่าอาจจะกระทบต่อโรดแม็ปได้

ฉะนั้น อยากจะบอกประชาชนถ้ามีจิตมุ่งมั่นที่จะพาประเทศเคลื่อนไปข้างหน้า จะชอบหรือไม่ชอบ ก็ขอให้ไปใช้สิทธิลงคะแนนประชามติร่างรัฐธรรมนูญ

การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นตามโรดแม็ปแน่นอน.

ทีมการเมือง

15 พ.ค. 2559 10:00 15 พ.ค. 2559 10:00 ไทยรัฐ