วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เครื่องเคียง

คำว่า “ข้างเคียง” ที่เราใช้เป็นคำเดียวกันในวันนี้ ถ้าแยกเป็น ข้าง คำหนึ่ง และเคียง อีกคำหนึ่ง ข้าง อยู่ใกล้ เคียง อยู่ไกลออกไปอีกหน่อย

ม.จ.หญิง พูนพิศมัย ดิศกุล ทรงนิพนธ์ ไว้ในหนังสือ สารคดีที่น่ารู้ (คลังวิทยา 2518) ว่า เครื่องเสวยพระกระยาหารของพระเจ้าแผ่นดิน มีโต๊ะเงิน 3 ใบเถา ใบใหญ่ใส่เครื่องประจำ แกง น้ำพริก ปลา ผัด ยำ ฯลฯ

แต่ที่ไม่พอสำรับที่มีผักหลายอย่าง จึงต้องเติมโต๊ะใบที่ 2 เรียกว่า “เครื่องข้าง” ถ้ามีอาหารพิเศษ ที่คิดใหม่ หรือมาจากที่อื่นนำมาถวาย ก็ใส่โต๊ะใบเล็ก เรียกว่า “เครื่องเคียง”

โดยมากมีทั้งสามโต๊ะ แต่ที่ทรงเห็นมีแต่ 2 โต๊ะ คือ เครื่องใหญ่ และเครื่องข้าง

ท่านหญิงพูน เล่าว่า เคยเห็นเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ยังประทับเสวยกับพื้นในตอนแรกๆเสวยราชย์ ในเวลาเสวยกลางวันพระองค์เดียว มีชามหยกเลี่ยมทองวางบนโต๊ะทองสำหรับเสวยด้วยพระหัตถ์

มีขันน้ำเสวยจอกทอง พระสุพรรณศรี (กระโถน) ทอง กับโต๊ะทองใส่ผ้าเช็ดพระหัตถ์ และกลักสบู่เล็กๆ วางอยู่ข้างขวา

มหาดเล็กนุ่งผ้าม่วงสีน้ำเงินแก่ ใส่เสื้อปิดคอกระดุม 5 เม็ด ใส่แผงคอตามตำแหน่ง หมอบเฝ้าข้างขันน้ำเสวย คอยหยิบยื่นสิ่งที่ต้องพระราชประสงค์

เมื่อพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกมาประทับบนเบาะพิง มหาดเล็กก็เชิญโต๊ะเครื่องใหญ่ เครื่องข้าง เครื่องเคียง คลานเชิญเครื่อง เข้ามาตั้งตามที่แล้ว คนหนึ่งนั่งอยู่ถวายงานพัดต่อไป คนที่หมอบอยู่ข้างพระองค์ ก็เปิดฝาชามเครื่องและตักพระกระยา (ข้าว) ใส่ในชามหยกถวาย

เมื่อเสวยเสร็จผู้อยู่ใกล้ก็ยกเครื่อง ส่งให้คนที่สองที่สามรับส่งต่อๆออกไปและในทางเดียวกัน เขาก็ส่งโต๊ะเครื่องหวาน (โดยมาก 2 โต๊ะ) กลับเข้ามาตั้งถวาย จนครบแล้ว ก็พร้อมกันหมอบกราบ คลานถอยหลังออกไป

คำ “ข้างเคียง” ที่ใช้กันอีกอย่าง ก็คือ คนที่อยู่ใกล้เคียง

นอกจากฤาษีชีไพร มนุษย์จะอยู่ลำพังคนเดียวไม่ได้ โดยธรรมชาติต้องการปรึกษาหารืออย่างน้อยกับใครคนหนึ่ง

ข้าพเจ้าเคยได้ยินเสด็จพ่อ (สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ) ตรัสว่า “บุญของพ่อที่มีแม่ดี เมียก็ดี มิฉะนั้นก็ทำงานไม่สำเร็จ” ท่านหญิงพูนทูลถาม

ท่านก็ตรัสว่า “คนเรา จะทำดีหรือทำชั่ว ก็ทำไม่ได้คนเดียว ต้องมีคนช่วยทั้งทางตรงและทางอ้อม”

“พ่อเห็นคนฉิบหายเพราะผู้ข้างเคียงมาเสียนักต่อนักแล้ว ทั้งคุณย่าและแม่เธอถูกทดลอง หีบหมากเต็มไปด้วยทองก็มี เงินเป็นหมื่น...ก็มี แต่ทั้ง 2 คน ไม่ยอมรับตอบว่ากลัวพ่อ พ่อจึงรอดตัวมาได้ด้วยดี”

คำสนทนาระหว่างพ่อลูก ทำให้เห็นคติธรรมของคนชั้นเก่า แต่ถ้าดูไปแล้ว ก็เป็นความจริงทุกข้อ เป็นแต่ว่า กรรมจะเกิดผล ก็ต้องใช้กรรมอยู่นานเท่านั้นเอง

แต่ความจริง ยังคงไม่ตายอยู่เสมอ และบาปก็คงเป็นบาป บุญก็คงเป็นบุญอยู่เสมอ ทั้งในชาตินี้และชาติหน้า จะผิดกันก็แต่พละการ เช่น คนข้างเคียงสมัยนี้ น่ากลัวมากกว่าสมัยก่อนมาก

เพราะมีการเมือง การล้มชาติ แทรกเข้ามายิ่งกว่าอยากได้เงินเฉยๆข้างเดียว

ท่านหญิงพูนทิ้งท้าย...ขอเตือนท่านผู้มีบุญทั้งหลาย...จงระวังคนข้างเคียงของท่าน ขอให้นึกถึงภาษิตโบราณ หวานเป็นลม ขมเป็นยาและขอเตือนนักพงศาวดารว่า จงช่วยกันรักษาความจริงไว้ให้ได้

แม้ความจริงนั้นจะขมขื่นอย่างไร...มิฉะนั้นคนดีจะท้อถอย ไม่ทำความดีให้เป็นตัวอย่างแก่ลูกหลานสืบไป
และอย่าลืมจดชื่อคนข้างเคียงไว้ด้วย อย่าให้ผู้มีบุญต้องเสียชื่ออยู่ในพงศาวดารแต่คนเดียว

ผมอ่านพระนิพนธ์ เรื่องคนข้างเคียงจบ...เรื่องที่ต้องขบเทียบเคียงต่อ...ถ้าเป็นในสมัยนี้ ผู้มีบุญนั้น เห็นหน้าตาชัด นักพงศาวดาร น่าจะเป็นสัญลักษณ์ของพวกสื่อสารมวลชน...ก็พวกผมนี่เอง

ที่เลือนๆพร่าๆ ก็คนข้างเคียงผู้มีบุญนั่นล่ะครับ...มีอยู่หลายคน ผมเองยังนึกไม่ออกว่า...ใคร?

กิเลน ประลองเชิง

15 พ.ค. 2559 09:56 15 พ.ค. 2559 09:56 ไทยรัฐ