วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยังไม่ถึงคิวปรองดอง

ม้วนเสื่อแต่ไก่โห่ตามคาด โมเดลปรองดอง ตามสูตรใหม่ “กฎหมายรอการกำหนดโทษ”

ภายใต้การดำเนินการของโต้โผใหญ่ เสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)

จบเห่ตั้งแต่ยังไม่ทันได้ออกสตาร์ต ตามการส่งสัญญาณปรามดังๆจาก “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม

ไม่รับพิมพ์เขียวปรองดองเวอร์ชั่นใหม่ให้ล้างผิดคดีความทางการเมืองแก่แกนนำทุกกลุ่ม ทุกสีเสื้อ หากกล้ายอมรับสารภาพผิดถึงสิ่งที่ได้กระทำลงไป

ในภาวะที่ตัวต้นเรื่องถึงกับตัดพ้อดังๆ “วันนี้ไม่เห็นด้วยกับผมไม่เป็นไร อีกหน่อยติดคุกกันหมดก็นึกถึงผมเอง”

สะท้อนอารมณ์ผิดหวังปนอาการน้อยใจที่โมเดลปรองดองไม่ได้รับไฟเขียวจาก คสช.

โปรเจกต์สร้างสันติสุข สลายสงครามสีเสื้อยังจุดไม่ติด ถูกยัดเก็บใส่ลิ้นชักไปอีกฉบับ

แต่อย่างน้อยก็ช่วยกระตุกแผนปรองดองที่ระยะหลังดูจะถูกดอง เงียบหายไปดื้อๆ ให้กลับมาอยู่ในกระแสความสนใจของสังคมอีกครั้ง

หลายฝ่ายร่วมปลุกกระแสสร้างความปรองดอง อาทิ อดีตคณะกรรมการศึกษาแนวทางสร้างความปรองดอง ยุคสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่มี นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็นประธาน ก็ออกมาขายฝันโมเดลใหม่

รอตั้งไข่ร่างกฎหมายอำนวยความยุติธรรม ร่วมกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ยึดสาระสำคัญจากรายงานคณะกรรมการศึกษาแนวทางสร้างความปรองดอง มาวางหลักเกณฑ์

ล้างผิดให้ประชาชนและแกนนำทุกสีอย่างมีขั้นตอนรัดกุม

กระทุ้ง คสช.อย่าละเลยการสร้างความปรองดอง

แต่ในรูปการณ์ที่ความขัดแย้งในสังคมยังมีหัวเชื้อคุกรุ่นอยู่ ท็อปบูตก็ไม่กล้าบุ่มบ่าม ปลดชนักปักหลังคดีความการเมืองแก่หัวโจกทุกสีเสื้อให้ตีปีกกันล่วงหน้า

สถานีปรองดองยังต้องตีตั๋วรอ ให้ถึงเวลาและโอกาสที่เหมาะสม

ไม่จำเป็นต้องเหยียบคันเร่งใส่ สู้เก็บไว้เป็นช้อยส์ สร้างเหลี่ยมต่อรองในอนาคตก็ยังไม่สาย

ยังไม่ให้ราคาเสียงเรียกร้องแนวทางสร้างความปรองดองจากกลุ่มต่างๆ

ในอารมณ์ที่ คสช.ยังเล่นบทขึงขังต่อเนื่องตั้งแต่การจับกุมกลุ่มพลเมืองโต้กลับที่เคลื่อนไหวแหย่ คสช. การจับกุมกลุ่มทำเพจล้อเลียนผู้นำรัฐบาล

ไปจนถึงการเปิดปฏิบัติการปูพรมต่อเนื่องลุยโซนอิทธิพลแดงตัวพ่อ เมืองปากน้ำ จำนวน 14 จุด

บุกค้นรัง “เดอะเงาะ” วรชัย เหมะ และ ประชา ประสพดี สองตัวจี๊ดฝีปากกล้า จ.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ตรวจยึดอาวุธปืนและเครื่องกระสุนจำนวนมาก

ในช่วงไล่เลี่ยกับที่ “เดอะเงาะ” เพิ่งออกมาให้สัมภาษณ์โจมตี “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. จนถูกนำไปเชื่อมโยงกับปฏิบัติการเหยียบจมูกขาใหญ่เมืองปากน้ำเที่ยวนี้

คสช.ยังกระชับกระบองยักษ์ สะกดทั้งกลุ่มนักศึกษา นักเคลื่อนไหวทางการเมือง นักการเมือง และกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ไม่ให้เคลื่อนไหวแตกแถว สร้างความวุ่นวาย

เมินแรงกดดันจากโลกภายนอกที่แสดงความเป็นห่วงปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย

ตามสัญญาณของพี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ที่ขอเคลียร์แรงต้าน ฝ่าด่านประชามติร่างรัฐธรรมนูญตามโรดแม็ปให้ลุล่วงก่อน และยืนยันประเทศไทยไม่มีปัญหาละเมิดสิทธิมนุษยชน

ไม่แคร์ท่าทีของ นายกลิน เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย อ่านเอกสารแถลงการณ์แสดงความไม่สบายใจ และวิตกกังวลต่อการจับกุมนักเคลื่อนไหวทางการเมือง การนำพลเรือนขึ้นศาลทหาร ให้สื่อมวลชนฟังต่อหน้าต่อตานายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ระหว่างการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน

ขณะที่ท่าที “บิ๊กตู่” ก็ยังเล่นบทดุให้สัมภาษณ์โซ้ยกลับแรงๆใส่ฝ่ายโจมตีรัฐบาลอยู่เป็นประจำ ตอบโต้ฝ่ายเห็นต่างแบบช็อตต่อช็อต ไม่เว้นแม้กระทั่งสื่อมวลชนก็พลอยโดนหางเลขไปด้วย

ดูยังไงก็ไม่เป็นใจต่อบรรยากาศความปรองดองที่หลายฝ่ายอยากเห็นในช่วงการทำประชามติ

สะท้อนอาการห่วงแรงเสียดทานจากกลุ่มในประเทศจะเป็นตัวแปรสำคัญ ฉุดการทำงานของรัฐบาลไม่ให้เดินหน้าไปตามโรดแม็ป

ต้องเคลียร์แรงต้าน สยบแรงกระเพื่อม ก่อนถึงคิวปรองดอง.


ทีมข่าวการเมือง

13 พ.ค. 2559 23:52 13 พ.ค. 2559 23:52 ไทยรัฐ