วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แค่คำสร้างภาพ

จะว่ากันไปผมเขียนเรียงหน้า-ชนที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับวงการฟุตบอลในบ้านเรามาหลายตอนติดๆกันแล้ว และครั้งนี้ก็เช่นกัน

ก็มันมีเรื่องให้น่าเขียนนิ...พับผ่าซิ!!!!

สัปดาห์ที่ผ่านมาสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯได้ประกาศรับสมัครทีมเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลกึ่งอาชีพ ดิวิชั่น 3 พร้อมกับเชิญชวนให้ผู้ที่สนใจแสดงความจำนง โดยจะแข่งขันในรูปแบบทัวร์นาเมนต์ที่สนามกลางของแต่ละโซน และจะมีแบ่งโซนการแข่งขันออกเป็น 8 โซน เช่นเดียวกับดิวิชั่น 2 ที่มีอยู่

ขณะเดียวกัน ก็มีการระบุถึงคุณสมบัติของทีมที่อยากเข้าร่วมแข่งขันไว้ด้วยว่า จะต้องเป็นสมาชิกของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ, มีการชำระค่าบำรุงประจำปีกับสมาคมฯเรียบร้อยแล้ว และไม่ได้ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันในรายการการแข่งขัน ไทยลีก, ลีกดิวิชั่น 1 และ ลีกดิวิชั่น 2ประจำปีนี้

ผมเห็นข่าวนี้ก็รู้สึกแปลกใจไม่น้อย...

ที่เป็นอยู่ตอนนี้ในดิวิชั่น 2 ก็ยังเอาตัวกันไม่รอด ปัญหาหลังบ้านของสโมสรต่างๆรุมเร้ามากมาย เงินที่ทวงสมาคมกีฬาฟุตบอลฯก็ยังไม่ได้แถมยังต้องรูดซิปปากให้เงียบด้วยเพราะกลัวจะโดนตัดสิทธิ์อีก

แต่นี่กลับกลายเป็นว่าสมาคมกีฬาฟุตบอลฯจัดรายการ (ใหญ่ๆ) เพิ่มขึ้นอีก แม้จะเป็นการเข้ามาทดแทนฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน ข ค และ ง เดิมก็ตาม

จึงเกรงว่าจะเอาไม่อยู่ และจะส่งผลเสียตามมาอีกบานเบอะถ้ามาทำเอาตอนนี้

ติงให้ระวังเรื่องการทำงานให้ฉุกคิดซักหน่อย สมาคมกีฬาฟุตบอลฯยุคนี้ทำอะไรต้องหารือให้ครบถ้วนทุกฝ่าย รวมถึงพันธมิตรที่เข้ามาเป็นสปอนเซอร์ด้วย

อย่าถือว่ากำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น...เลยไม่จำเป็นต้องง้อ

ทุกวันนี้คนที่เข้ามาร่วมงานด้วยนั้น มีส่วนหนึ่งที่เขาทำงานแบบ “จำใจ” ไม่ใช่คำว่า “เต็มใจ” เหมือนแต่ก่อน (อีกต่อไป) นี่เป็นข้อเสียที่จะทำให้เป็นอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจต่อกัน

เมื่อไหร่หมดความอดทน เมื่อไหร่บอลลีกเริ่มถดถอย เมื่อนั้นแหละจะรู้สึก

เอ้า...อีกเรื่องไม่เขียนถึงคงไม่ได้ คือ “บิ๊กดีล” กับการที่สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตัดสินใจปล่อยตัว “เจ้าอุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน แบ็กซ้ายกัปตันทีมชาติไทย เข้าสู่อ้อมกอดของคู่รักคู่แค้นตลอดกาลอย่าง “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด โดยมีการเปิดตัวนักเตะไปหมาดๆ

กรณีนี้ก็มีการวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานาถึงสาเหตุการย้ายทีมของวิงแบ็กยอดเยี่ยมของทวีปเอเชีย

ขอฟันธงคำที่ว่าเป็นวิถีทางของฟุตบอลอาชีพตามในหนังสือแถลงการณ์ของทีมเก่าที่ออกมานั้น เป็นเพียงแค่คำที่ทำให้ฟังดูสวยหรู

จริงๆแล้วนักเตะและผู้บริหารสโมสรคงจะระหองระแหงกันพอสมควร รวมไปถึงเป็นเรื่องของการทำธุรกิจระหว่างสโมสรด้วย จึงเป็นที่มาของค่าตัว 30 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่เป็นสถิติสูงสุดของนักเตะไทย

หากจำกันได้ถ้อยประโยคในคอมเมนต์ที่ผู้มีบุญคุณเคยเขียนไว้ว่า “วิเคราะห์ถูกต้องค่ะ” คงจะเป็นส่วนหนึ่งในการกัดกร่อนจิตใจอันจงรัก-ภักดีของธีราทร และผมก็เชื่อว่าในช่วงหลังๆมานี้ “แฟนบอล” เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวเพียงแค่สิ่งเดียวที่รั้งให้เขาอยู่กับบุรีรัมย์จวบจนวินาทีสุดท้ายนี้

เอาล่ะครับ เมื่อทุกอย่างมันเกิดขึ้นแล้วก็คงต้องดำเนินต่อไป ผมขออวยพรให้เจ้าอุ้มมีอนาคตที่ดีและพัฒนาฝีเท้าให้เจ๋งขึ้นกับต้นสังกัดใหม่ก็แล้วกัน และเชื่อว่าตอนนี้เจ้าตัวก็คงสบายใจขึ้นบ้างแล้ว

อย่างน้อยๆก็ไม่ต้องขึ้นไปเล่นจำอวดบนเวทีตอนปีใหม่สงกรานต์แล้วนะอุ้มเอ๊ย!


พาวเวอร์บอมบ์

13 พ.ค. 2559 23:42 13 พ.ค. 2559 23:42 ไทยรัฐ