วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กู้ภัย ขอความเป็นธรรม ถูกแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกาย หลังช่วยสกัดคนร้าย

หนุ่มอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู จุดบางแวกตัดราชพฤกษ์ ร้อง ผกก.สน.จักรวรรดิ ถูกแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกาย หลังช่วยเจ้าหน้าที่สกัดจับคนร้ายขับรถแหกด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ บริเวณ ซ.จรัญสนิทวงศ์ 13 ขณะภรรยาผู้ต้องหายอมรับผิดจริง ติดใจทำไมต้องทำรุนแรงจนบาดเจ็บสาหัส ด้านตำรวจสอบประวัติพบหมายจับค้างเก่าคดีลักทรัพย์ เร่งเคลียร์ 2 ประเด็น ขับรถแหกด่าน-ถูกรุมทำร้าย เตรียมสั่งชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบวงจรปิด ยืนยันพร้อมให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 13 พ.ค.59 ที่ สน.จักรวรรดิ ทางนายเจด็จ มาประดิษฐ์ อายุ 30 ปี อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู จุดบางแวกตัดราชพฤกษ์ รหัสท่าพระ 17 เดินทางมาขอความเป็นธรรมกับทาง พ.ต.อ.ภพธร จิตต์หมั่น ผกก.สน.จักรวรรดิ หลังจากทางพนักงานสอบสวน สน.จักรวรรดิ ได้ทำการออกหมายจับอาสาสมัครร่วมกตัญญู 1 ราย ที่เข้าช่วยสกัดจับคนร้ายแหกด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์บริเวณปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 13 ก่อนทางคนร้ายเป็นชายจะถูกรุมทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณเวิ้งนาครเขษม ถนนจักรวรรดิ แขวงและเขตสัมพันธวงศ์ กทม. เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา

นายเจด็จ กล่าวว่า ช่วงก่อนเกิดเหตุตนและเพื่อนอาสาสมัครกู้ภัยร่วมกตัญญูได้เข้าประชุมประจำจุดบางแวก-ราชพฤกษ์อยู่ ต่อมาได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ามีคนร้ายขับรถยนต์แหกด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์บริเวณซอยจรัญสนิทวงศ์ 13 ตนจึงนำอาสาสมัครบางส่วนออกติดตามสกัดจับคนร้ายโดยใช้ยานพาหนะที่ก่อเหตุเป็นรถโดยสาร 4 ล้อเล็กรับจ้าง ขับหลบหนีโดยใช้เส้นทางหลบหนีเส้นราชพฤกษ์มุ่งหน้าถนนรัตนาธิเบศร์ ไปยังถนนกรุงเทพฯ-นนทบุรี ก่อนเบี่ยงเข้าถนนพระราม 5 เลี้ยวเข้าทางด่วนประปา 2 โดยพุ่งชนไม้กั้นของตู้เก็บเงินและมุ่งหน้ามาลงด่วนยมราช เลี้ยวซ้ายเข้าถนนหลานหลวง ซึ่งขณะนั้นมีรถเจ้าหน้าที่ตำรวจและรถอาสาสมัครขับประกบตามมาตลอดระยะทาง ตนสังเกตเห็นว่าภายในรถโดยสาร 4 ล้อเล็กนั้นมีผู้หญิงและเด็กวัย 7-8 เดือน เกรงว่าจะเป็นอันตรายจึงประสานกับทางตำรวจ 191 อยู่เป็นระยะ กระทั่งมาถึงเวิ้งนาครเขษม ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุขณะนั้นตนเห็นคนร้ายจอดรถคันก่อเหตุทิ้งไว้และวิ่งเข้าไปภายในเวิ้ง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจวิ่งตามคนร้ายเข้าไปภายในเวิ้งนาครเขษม ซอย 3 ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ตะโกนบอกกับตนว่าให้เฝ้าทางผู้หญิงและเด็กไว้ จึงไม่ได้วิ่งตามเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปดูเหตุการณ์ ก่อนจะมีอาสาสมัครวิ่งตามเข้าไปช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ ทราบชื่อคนร้ายต่อมาคือ นายไพศาล เนียมเกิด อายุ 34 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกตีด้วยของแข็งเข้าที่ศีรษะ ก่อนรีบนำตัวส่ง รพ.ศิริราช รับการรักษาตัวในทันที 

สำหรับตนเองนั้นยืนยันได้ว่ากลุ่มอาสาของตนนั้นไม่ได้ทำร้ายร่างกายคนร้ายแต่อย่างใด จึงอยากจะขอความเป็นธรรมด้วย

พ.ต.อ.ภพธร กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุดังกล่าวขึ้นได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งขณะนี้สามารถทำการออกหมายจับผู้ก่อเหตุ 1 ราย คือ นายวุฒิชัย พิพัฒน์สาครกุล อายุ 26 ปี อาสาสมัครร่วมกตัญญูท่าพระ ในข้อหา "ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส" ไว้ก่อน ส่วนอาสาสมัครอีก 2 รายที่คาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องนั้นได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนแล้วเมื่อวันที่ 11 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้กันตัวไว้ในฐานะพยาน และยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาใดๆ

ขณะเดียวกันทาง น.ส.ฝน (นามสมมติ) อายุ 19 ปี ภรรยาของนายไพศาล กล่าวว่า สามีของตนเป็นคนขับรถโดยสาร 4 ล้อเล็กรับจ้างย่านพาณิชยการธนบุรี ฝั่งธนบุรี โดยขับมาได้ประมาณ 1 อาทิตย์ และมีลูกด้วยกัน 1 คน อายุประมาณ 7-8 เดือน ซึ่งก่อนเกิดเหตุขณะที่รับ-ส่งผู้โดยสารรอบสุดท้ายเสร็จแล้วทางสามีของตนได้ดื่มเบียร์ 1 กระป๋อง และสาโทอีก 1 ขวด ซึ่งระหว่างกำลังขับรถกลับบ้านนั้นเจอด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์บริเวณซอยจรัญสนิทวงศ์ 13 ทางสามีของตนกลับตัดสินใจขับรถแหกด่าน เนื่องจากได้ดื่มสุรามาและกลัวว่าจะถูกจับ โดยตลอดเส้นทางที่หลบหนีนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัครร่วมกตัญญูขับไล่ติดตาม ต่อมาเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุทางสามีได้บอกกับตนเองว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นอย่าลงจากรถเด็ดขาด ตนจึงนั่งอยู่กับลูกอยู่ภายในรถ จากนั้นคล้อยหลังได้ไม่นานตนเห็นเป็นชายประมาณ 3-4 คน จำได้ว่ามีชายใส่เสื้อคอกลมสีขาว ซึ่งคาดว่าเป็นกลุ่มอาสาสมัครวิ่งตามสามีของตนเข้าไปในซอยก่อนจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจวิ่งตามเข้าไป และมาทราบข่าวว่าสามีของตนได้รับบาดเจ็บสาหัส

"ทั้งนี้เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา ตนได้เดินทางเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันร้องทุกข์เอาผิดกับผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายสามีตน เนื่องจากสามีเป็นเสาหลักของครอบครัวที่ทำงานหาเลี้ยงตนและลูก แต่กลับมาได้รับบาดเจ็บสาหัสและยังรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู รพ.ศิริราช ในส่วนที่สามีตนขับรถแหกด่านนั้นยอมรับว่าผิดจริง แต่ที่ตนนั้นติดใจอยู่คือใครทำร้ายร่างกายสามีตน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบว่าเป็นผู้ใดจึงอยากจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้" น.ส.ฝน กล่าวเสริม 

ทาง พ.ต.อ.ภพธร จิตต์หมั่น กล่าวอีกว่า เบื้องต้นนี้จะต้องแยกเป็น 2 ประเด็นเสียก่อนคือ ในส่วนความผิดของนายไพศาลที่ขับรถแหกด่านตรวจนั้น ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำหนังสือประสานไปยัง รพ.ศิริราช เพื่อทำการตรวจวัดแอลกอฮอล์และหาสารเสพติดในร่างกายเพื่อนำมาประกอบกับสำนวนคดี ส่วนการสอบปากคำนั้นยังต้องรอทางผู้บาดเจ็บดีขึ้นเสียก่อน ซึ่งขณะนี้ได้รับแจ้งอาการยังอยู่ในขั้นวิกฤติอยู่ ทั้งนี้ตรวจสอบประวัติอาชญากรรมและหมายจับค้างเก่าพบว่า นายไพศาลมีหมายจับของ สภ.นครไชยศรี ศาลจังหวัดนครปฐม เลขที่ 94701 ลงวันที่ 20 พ.ค. 2556 ในข้อหา "ลักทรัพย์ผู้อื่น" ส่วนประเด็นที่สองที่นายไพศาลถูกรุมทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัสนั้นก็ถือว่าเป็นผู้เสียหายหรือผู้บาดเจ็บที่จะต้องให้ความเป็นธรรมเช่นเดียวกัน เนื่องจากการกระทำดังกล่าวถือว่าเกินกว่าเหตุ

ผกก.สน.จักรวรรดิ กล่าวอีกว่า ในส่วนของนายวุฒิชัย พิพัฒน์สาครกุล อายุ 26 ปี ที่ถูกออกหมายจับนั้น ทางพนักงานสอบสวนอนุมัติการให้ประกันตัวเนื่องจากไม่มีพฤติการณ์ที่จะหลบหนี โดยใช้หลักทรัพย์เงินสดจำนวน 120,000 บาท ซึ่งข้อหาดังกล่าวเป็นข้อหารุนแรงและมีอัตราโทษจำคุก 6 เดือนถึง 10 ปี ส่วนประเด็นที่กลุ่มอาสาสมัครได้ให้การว่ากลุ่มของตนเองไม่ได้เป็นคนทำนั้น ขณะนี้ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมและให้ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุเพิ่มเติม หากพบว่ามีผู้กระทำความผิดเพิ่มเติมก็จะแจ้งข้อกล่าวหาทันที ทั้งนี้ตนยืนยันว่าพร้อมจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากผู้ใดกระทำผิดก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

หนุ่มอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู จุดบางแวกตัดราชพฤกษ์ ร้องผกก.สน.จักรวรรดิ ถูกแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกาย หลังช่วยเจ้าหน้าที่สกัดจับคนร้ายขับรถแหกด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ บริเวณ ซ.จรัญสนิทวงศ์ 13 ขณะภรรยาผู้ต้องหายอมรับผิดจริง ติดใจทำไมต้องทำรุนแรงจนบาดเจ็บสาหัส ด้านตำรวจสอบประวัติพบหมายจับ 13 พ.ค. 2559 18:57 14 พ.ค. 2559 02:23 ไทยรัฐ