วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


คนเห็นผี

โดย ครูเคท

ครูเคทจะไปฝึกงานกับจิตแพทย์ที่ศูนย์สาธารณสุข กทม. บางซื่อ ทุกวันศุกร์เช้า วันหนึ่งมีคนไข้สองแม่ลูกมาพบคุณหมอด้วยอาการเห็นผี เห็นว่าเป็นเรื่องลี้ลับน่าสนใจเลยขอนำมาเล่าให้ฟังที่ไทยรัฐออนไลน์

เรื่องราวมีอยู่ว่า หลายเดือนก่อนแม่ลูกคู่นี้ได้ไปนอนเฝ้าไข้ญาติที่ป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล ตกกลางคืนทั้งสองคนก็เห็นวิญญาณปรากฏกายขึ้นในห้องผู้ป่วยหลายตน ทั้งสองก็ได้แต่กอดกันสวดมนต์ในใจเพราะกลัวผู้ป่วยตื่น หลังจากนั้น เมื่อกลับมาบ้านแล้ว ทั้งคู่ก็กลายเป็นบุคคลมีความสามารถพิเศษในการเห็นวิญญาณปรากฏกายตามที่ต่างๆ ซึ่งเป็นคนละตนกับที่เห็นที่โรงพยาบาล บางทีเดินไปตามท้องถนนก็เจอ บางทีวิญญาณนั้นก็มาเป็นร่างคนดีๆ ไม่น่ากลัว บางทีก็เห็นเป็นร่างสยดสยอง ส่วนใหญ่มักจะเห็นพร้อมๆ กันทั้งคู่ นานๆ ทีถึงจะต่างคนต่างเห็น ทุกวันนี้สองแม่ลูกรู้สึกประสาทเสีย ทนไม่ไหวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตน จึงมาปรึกษาจิตแพทย์

จากการพูดคุยสอบถามโดยทั่วไปก็ดูเป็นคนสุขภาพจิตดีตามปกติ (ยังไม่ได้ทำการทดสอบทางจิตเนื่องจากต้องรอคิวนักจิตวิทยาคลินิกอีกยาว) คุณหมอเลยสั่งยาให้ไปรับประทานก่อน อีกหนึ่งเดือน สองแม่ลูกกลับมาพบจิตแพทย์หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส บอกว่าตั้งแต่ทานยาของคุณหมอแล้ว อาการเห็นผีเห็นวิญญาณหายไปเป็นปลิดทิ้ง

อีกรายหนึ่งเป็นผู้ป่วยจิตเภทที่รักษากับจิตแพทย์มาเป็นเวลากว่า 20 ปีแล้ว โรคนี้เป็นโรคทางสมอง เป็นแล้วรักษาไม่หาย แต่หากอยู่ภายใต้การดูแลของจิตแพทย์และได้รับยาสม่ำเสมอ สามารถกลับไปทำงานทำการดำรงชีวิตได้ตามปกติ

บางรายเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรก็มี ผู้ป่วยรายนี้น่ารักมาก ยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นคนฉลาดมาก สอบได้ที่หนึ่งทุกปี อาการจิตเภทเริ่มเกิดขึ้นหลังคลอดบุตรคนที่สอง ในสภาวะหลังคลอดนี้หลายรายมักมีอาการฮอร์โมนไม่สมดุลอันอาจนำไปสู่อาการบางอย่าง เช่น ซึมเศร้า วิตกกังวล และอย่างรายนี้น่าเศร้าที่พัฒนาไปเป็นจิตเภท เธอพูดจารู้เรื่องดี แต่มักมีความคิดความเชื่อแปลกๆ และมักเห็นอะไรที่คนทั่วไปมองไม่เห็น มีความวิตกกังวลกับเรื่องต่างๆ ญาติๆ พามาปรึกษาครูเคทกันทั้งบ้านเนื่องจากทุกคนรักและเป็นห่วงผู้ป่วยแต่ก็เครียดกันไปทั้งบ้านในการดูแลผู้ป่วย

ผู้ป่วยเล่าให้ครูเคทฟังอย่างอารมณ์ดีว่าตอนที่นั่งรถมาจะมาหาครูเคท คนที่อยู่ในรถ (ไม่ใช่สามี ลูกสาว และคนขับรถที่อยู่ในรถจริง) มีหลายคนนั่งกันเต็มรถ (ถามว่าเธอรู้จักพวกเขาหรือไม่ เธอบอกไม่รู้จัก แต่พวกเขานั่งรถมากับเธอ) พวกเขาบอกเธอว่าพวกเขาเป็นมะเร็งและคนส่วนใหญ่ก็เป็นมะเร็งกันทั้งนั้น นอกจากนี้เธอยังเห็นผู้คนที่เดินไปมาอยู่ริมถนน คนพวกนั้นก็พูดกับเธอเช่นเดียวกันว่าพวกเขาเป็นมะเร็งและคนส่วนใหญ่ก็เป็นมะเร็ง ดังนั้น วันนี้เธอมาหาครูเคทเพราะเธอรู้สึกกลัวมากว่าเธอจะตายเพราะเป็นมะเร็ง (เธอเชื่อว่าเธอเป็นมะเร็ง แต่จริงๆ ไม่ได้เป็น) ครูเคทเลยใช้เทคนิคการปรับความคิดและพฤติกรรมบำบัด (CBT) ร่วมกับ สติ (mindfulness therapy) ให้เธอสังเกตตัวเอง ณ ปัจจุบัน สังเกตความกลัวและสอนวิธีการคลายเครียดให้

ที่ยกมาเล่าสองตัวอย่างนี้ ครูเคทไม่มีข้อสรุปว่าใครเห็นผีจริงหรือไม่ คุณหมอเองก็ยังไม่สรุปว่าผู้ป่วยสองแม่ลูกในกรณีแรกมีอาการทางจิตหรือพวกเขาเห็นผีได้จริงๆ แต่พอทานยาแล้วก็ไม่เห็นผีอีก ส่วนกรณีที่สองนั้นเธอเห็นผีเพราะเกิดจากการผิดปกติของสมองที่ก่อให้เกิดอาการหูแว่วประสาทหลอนเห็นภาพหรือมีความคิดแปลกๆ ซึ่งเป็นอาการของโรคจิตเภท แม้ได้รับยาและพบจิตแพทย์สม่ำเสมอก็ยังเห็นผีหรือคนที่ไม่มีตัวตนในโลกแห่งความเป็นจริงอยู่เสมอ


ในยุคของการสื่อสารไร้พรมแดนและพัฒนาการของสื่อต่างๆ ครูเคทเริ่มเห็นรายการวิทยุโทรทัศน์นำเสนอเรื่องราวของผีและสิ่งอาถรรพณ์ลี้ลับกันมากมาย พร้อมด้วยการเติบโตของเครื่องรางของขลังไสยศาสตร์มนตร์ดำที่มีการทำในลักษณะเชิงพาณิชย์กันมากขึ้น เลยอยากให้คุณผู้อ่านได้ใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสารกันบ้าง มิได้ลบหลู่ความเชื่อของท่านใดค่ะ

ใครที่มีปัญหาครอบครัว ความสัมพันธ์ การทำงาน มารับคำปรึกษากับครูเคทได้ที่ KruKate Counseling Center ต้องการนัดคิว โทร. 0814581165 หรือ เข้าไปแชร์ประสบการณ์ในแฟนเพจ www.facebook.com/kateinspirer ได้นะคะ

ครูเคท

13 พ.ค. 2559 16:45 19 พ.ค. 2559 18:16 ไทยรัฐ