วันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ชง ศธ. คุมเข้มรถโรงเรียน ล้อมคอกลืมเด็ก ดับในรถซ้ำซาก

ชง ศธ. คุมเข้มรถโรงเรียน ล้อมคอกลืมเด็ก ดับในรถซ้ำซาก

  • Share:

กมธ.สังคมฯ สนช. เสนอกระทรวงศึกษาธิการคุมเข้มผู้ประกอบการรถโรงเรียน แก้ปัญหาเด็กติดในรถตายซ้ำซาก...

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 13 พ.ค. ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการสังคม เด็กสตรี ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาส สนช. พร้อมด้วย นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยเพื่อการสร้างเสริมความปลอดภัยในเด็ก คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ร่วมกันแถลงข่าวการแก้ปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชน

นายวัลลภ กล่าวว่า การแก้ปัญหาแบ่งเป็น 4 ประเภท คือ 1. เด็กเป็นผู้ถูกกระทำ คือ การถูกข่มขืนทารุณ 2. เด็กถูกนำไปกระทำ เช่น การชกมวย ขอทาน ขณะนี้มีปัญหามาก การแก้ไขจะใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การค้ามนุษย์เป็นตัวกลาง ส่วนการค้าประเวณี การใช้แรงงาน ปัญหานี้เริ่มคลี่คลายลงบ้างแล้ว 3. เด็กเป็นผู้กระทำ คือ การทารุณ ข่มขืน และลักทรัพย์ ซึ่งหากเด็กอายุต่ำกว่า 10 ขวบ ถือว่าเป็นผู้เยาว์ จะไม่ได้รับโทษ ส่วนอายุ 10-15 ปี จะได้รับการพากทัณฑ์และตักเตือน อายุ 15-18 ปี จะต้องให้เป็นไปตามคดีศาลเยาวชน ซึ่งศาลจะลดโทษให้กึ่งหนึ่ง แต่ถ้าความผิดรุนแรง ซ้ำซาก จะต้องรับโทษตามคดีนั้น สำหรับอายุ 18-19 ปี จะต้องรับโทษเช่นเดียวกับผู้ใหญ่

นพ.อดิศักดิ์ กล่าวว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับเด็กอายุ 1-14 ปี พบว่า เด็กตายจากการจมน้ำมากเป็นอันดับหนึ่ง เกิดขึ้นมากที่สุดในเด็กเล็กถึงอายุ 5 ขวบ ดังนั้นจากผลการวิจัยพบว่า จะต้องมีการปลูกฝังอบรมเด็กในวัยก่อนจบประถมศึกษาปีที่ 1 ใน 5 ประการคือ 1.รู้จุดเสี่ยงที่เป็นแหล่งแม่น้ำ 2.ทักษะลอยตัวในน้ำประมาณ 3 นาที 3.
เคลื่อนตัวออกจาฝั่ง 5 เมตร 4.ทักษะการช่วยเหลือเพื่อนอย่างถูกวิธี โดยการตะโกน โยนสิ่งของไปช่วยเหลือ และ 5.การใช้เสื้อชูชีพเพื่อลอยตัวเข้าฝั่ง ซึ่งทักษะนี้จะต้องของความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้โรงเรียนได้ฝึกทักษะเหล่านี้กับเด็ก แต่ปัจจุบันยังไม่ประสบความสำเร็จ

ทั้งนี้ ในส่วนอุบัติเหตุจากการจราจรมีทั้งเด็กที่นั่งซ้อนจักรยานยนต์โดยไม่สวมหมวกนิรภัย และจักรยานยนต์ไม่ได้ประกอบให้เด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบ ซ้อนด้านหลังได้ จึงได้ขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการเพื่อให้ดัดแปลงที่นั่งสำหรับเด็ก พบว่าทางผู้ประกอบการไม่สามารถทำให้ได้ แต่จะทำเป็นคำเตือนให้กับผู้ปกครอง

นพ.อดิศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากรถสาธารณะ โดยเฉพาะรถตู้รับส่งนักเรียน ล่าสุด เป็นข่าวใหญ่ที่ทำให้เด็กอายุ 3 ขวบ เสียชีวิตในรถโดยที่ไม่มีผู้รับผิดชอบ ทำได้เพียงแค่ดำเนินการกับผู้ประกอบการเท่านั้น เพราะทางโรงเรียนอ้างว่า รถรับส่งนักเรียนเป็นรถประกอบการ ไม่ใช่ของโรงเรียน ซึ่งข้อบกพร่องคือ รถที่ประกอบการนี้ไม่มีการตรวจนับจำนวนเด็กตามหลักปฏิบัติ เรื่องนี้ไม่มีหน่วยงานที่ควบคุมและรับผิดชอบ จึงทำได้เพียงเอาผิดกับผู้ประกอบการภายนอก

นอกจากนี้ จะต้องมีการฝึกสอนเด็กให้มีการบีบแตร เพื่อขอความช่วยเหลือหากติดอยู่ในรถ ขณะเดียวกันจะต้องมีครูเวรประจำคอยช่วยเหลือและตรวจนับจำนวนเด็กด้วย อย่างไรก็ตาม เรื่องทั้งหมดจะมีการเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาแก้ปัญหาต่อไป.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้