วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศาลรัฐธรรมนูญเป็นที่พึ่ง

เสียงวิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญเงียบหายไป ทั้งๆที่เรากำลังเดินสู่การออกเสียงประชามติ ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า แต่คนส่วนใหญ่ไม่กล้าวิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญ เพราะเสี่ยงติดคุก เสียงวิจารณ์ส่วนใหญ่จึงพุ่งไปที่ พ.ร.บ.ประชามติ แม้แต่สหรัฐอเมริกาก็ถามผู้แทนไทยในเวทีสหประชาชาติ ในทำนองว่าจะเคารพเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ก่อนลงประชามติหรือไม่?

ผู้แทนองค์กรสิทธิมนุษยชนในไทย ซึ่งติดตามการประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ ที่นครเจนีวา ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนไทยว่า มีผู้แทนหลายประเทศถามผู้แทนไทยเกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษยชนหลายเรื่อง รวมทั้งการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งต่างชาติมองว่าเป็นลักษณะปิดปาก ไม่ให้แสดงความคิดเห็นโดยเสรี

ส่วนภายในประเทศ นายจอน อึ๊งภากรณ์ อดีต ส.ว. เป็นตัวแทนนักวิชาการกว่าร้อยคน ยื่นหนังสือถึงประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.บ.ประชามติขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะจำกัดเสรีภาพเกินขอบเขต มีบทลงโทษจำคุกถึง 10 ปี เทียบเท่ากับโทษกระทำโดยประมาท ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

ตัวแทนกลุ่มนักวิชาการสงสัย พ.ร.บ.ประชามติอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่ใช้อยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะมาตรา 4 ที่ระบุว่า “...สิทธิ เสรีภาพและเสมอภาคบรรดาชนชาวไทยเคยได้รับความคุ้มครอง ตามประเพณีการปกครองของประเทศไทย ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข...ย่อมได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญนี้”

พ.ร.บ.ประชามติก็เขียนไว้ในมาตรา 7 ว่า “บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และเผยแพร่ความคิดเห็นเกี่ยวกับการออกเสียงโดยสุจริตและไม่ขัดต่อกฎหมาย” แต่ที่เป็นปัญหาคือมาตรา 61 ที่ห้ามเผยแพร่ข้อความที่เป็นเท็จหรือมีลักษณะรุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย... นักวิชาการระบุว่า คำว่า “ก้าวร้าวหรือปลุกระดม” ไม่เคยมีอยู่ในนิยามของกฎหมายใดๆ

นอกจากตัวบทกฎหมาย การตีความ พ.ร.บ.ประชามติก็เป็นปัญหาใหญ่เพราะรัฐบาลตีความในทางที่จะห้ามวิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ และห้ามมีการยกป้ายใดๆ กรณีที่ชาวบ้านที่พิษณุโลกถือป้ายเกี่ยวกับโครงการขุดลอกบึงแห่งหนึ่ง เจ้าหน้าที่รัฐบางฝ่ายก็พยายามทำให้เป็นความผิดกฎหมายประชามติ และดึง กกต.เข้าร่วมวง

กลุ่มนักวิชาการข้องใจว่า พ.ร.บ.ประชามติอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ จึงร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เพื่อเป็นบรรทัดฐานต่อไป และถ้าจะยึดถือหลักการอย่างจริงจังอาจจะเห็นได้ว่ายังมีกฎหมายและคำสั่งอีกมากมายที่ออกมาใช้บังคับที่อาจจะขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 4 ที่คุ้มครองเสรีภาพประชาชนและอาจมีผู้ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยชี้ขาด.

13 พ.ค. 2559 09:41 13 พ.ค. 2559 09:41 ไทยรัฐ