วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ระทึกกลางกรุง! กล่องรังสีใส่ ‘อิริเดียม-192’

ซุกอาคารร้างซ.พหลโยธิน24 ปิดพื้นที่เก็บกู้-ยันไม่รั่วไหล ผวาซ้ำรอย‘โคบอลต์-60 ’ปี43

ระทึกกลางกรุง พบกล่องโลหะบรรจุสาร “อิริเดียม-192” ในสำนักงานร้าง กลางซอยพหลโยธิน 24 แยก 2-1 ตำรวจกลัวซ้ำรอยคดี “โคบอลต์ 60” เมื่อสิบกว่าปีก่อน

เตรียมอพยพคนออกในรัศมี 200 ม. พอเจ้าหน้าที่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติตรวจสอบพบไม่รั่วซึมจึงแค่กันรอบพื้นที่ ก่อนนำกล่องไปตรวจสอบหาผู้ครอบครองเพื่อดำเนินคดี ขณะที่ผู้ดูแลอาคารระบุน่าจะเป็นของนักธุรกิจชาวเกาหลีใต้ที่เคยเช่าอาคารนำมาทิ้งไว้

แตกตื่นพบกล่องกัมมันตรังสี “อิริเดียม-192” เปิดเผยเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 12 พ.ค. ร.ต.ท.ไชยวัฒน์ พลหาญ รอง สว. (สอบสวน) สน.พหลโยธิน รับแจ้งเหตุพบกล่องโลหะปิดผนึก ติดสติกเกอร์สัญลักษณ์สารกัมมันตรังสีอันตราย ภายในอาคารสำนักงานอยู่ระหว่างปรับปรุงเลขที่ 10 ซอยพหลโยธิน 24 แยก 2-1 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท. ผบช.น. พล.ต.ต. เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.ภาณุเดช สุขวงศ์ ผกก.สน.พหลโยธิน นายเทวฤทธิ์ เครือมณี ผู้ช่วย ผอ.เขตจตุจักร เจ้าหน้าที่สำนักบรรเทาสาธารณภัย กทม. และเจ้าหน้าที่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารสำนักงานแบบเก่า สูง 2 ชั้น ปลูกในเนื้อที่กว่า 1 ไร่ ภายในห้องเก็บของบนชั้น 2 ข้างบันไดทางขึ้นพบกล่องโลหะสีบรอนซ์ติดสติกเกอร์สัญลักษณ์สารกัมมันตรังสีอันตราย ขนาดกว้าง 4 นิ้ว ยาว 12 นิ้ว สูง 8 นิ้ว เจ้าหน้าที่จึงปิดล้อมจุดเกิดเหตุและเตรียมอพยพประชาชนในรัศมี 200 ม. ก่อนนำอุปกรณ์เครื่องวัดกัมมันตรังสีเข้าตรวจสอบ พบภายในบรรจุสารอิริเดียม-192 สภาพกล่องยังสมบูรณ์ไม่พบการรั่วซึมและปนเปื้อน เจ้าหน้าที่จึงกันไม่ให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าบริเวณโดยรอบ พื้นที่เท่านั้น

สอบสวน น.ส.พิมพ์ชยา สุรสาระพันธุ์ อายุ 55 ปี ผู้ดูแลอาคาร ทราบว่า อาคารดังกล่าวเคยเป็นสำนักงานเกี่ยวกับจัดหางาน เจ้าของอาคารเสียชีวิตไปแล้วประมาณ 6-7 ปี หลังจากนั้นมีชาวเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นเพื่อนกับเจ้าของมาเช่าอาคารต่อ แต่ไม่ได้ปรับปรุงตัวอาคาร ใช้เพียงที่อยู่ของอาคารไปจดทะเบียน ที่สำนักงานจังหวัดระยอง ผู้เช่าจะเดินทางเข้ามาที่อาคารนี้บ้างเป็นบางครั้ง ขณะนี้กลับประเทศเกาหลีใต้ไปแล้ว ส่วนตนอาศัยอยู่ที่ชั้น 1 หลังจากผู้เช่าเดินทางกลับประเทศ คิดจะย้ายออกจึงไปเก็บของใช้ส่วนตัวภายในอาคารกระทั่งเจอวัตถุดังกล่าว ส่วนตัวคิดว่าชาวเกาหลีใต้ผู้เช่าอาคารนำมาวางทิ้งไว้

พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 เผยว่า จากการตรวจสอบพบเป็นกล่องโลหะสารเคมี 1 กล่อง ปิดฝาแน่นหนา ไม่พบร่องรอยการรั่วไหล ยังไม่ต้องกันประชาชนออกนอกพื้นที่ รอให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบสารภายในกล่องเพื่อยืนยันว่ามีอันตรายหรือไม่ เบื้องต้นยังไม่แจ้งข้อหากับบุคคลใด อยู่ระหว่างตรวจสอบสารดังกล่าวถูกกำหนดห้ามมีไว้ในความครอบครองหรือไม่ ด้าน พล.ต.ท.ศานิตย์ระบุว่า ตัวกล่องที่พบมีการระบุรหัสเนมเพลต ระบุว่าบุคคลใดเป็นเจ้าของ สั่งการให้ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.พหลโยธิน ประสานขอข้อมูลไปยังสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ หาข้อมูลเพื่อดำเนินคดีกับเจ้าของ

นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เผยว่า วัตถุดังกล่าวภายในบรรจุสาร “อิริเดียม-192” หมดอายุตั้งแต่ปี 1995 ทำให้ขณะนี้ไม่เป็นอันตราย วัตถุดังกล่าวมีลักษณะเป็นแท่ง ใช้ในการถ่ายภาพด้วยรังสีแกรมมา เพื่อตรวจสอบรอยรั่ว รอยร้าวของท่อที่ใช้ในอุตสาหกรรมโรงงานก๊าซธรรมชาติ ไม่ใช่สารโคบอลต์ 60 ยืนยันไม่มีการรั่วไหล เตรียมนำไปตรวจสอบอย่างละเอียดที่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ วัตถุดังกล่าวนั้นจะครอบครองหรือนำเข้าต้องมีใบอนุญาต เพราะเจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบสถานที่เก็บว่ามีความเหมาะสม หรือไม่ รวมทั้งต้องเข้าไปตรวจสอบเป็นระยะเพื่อต่อใบอนุญาต การเคลื่อนย้ายกรณีนี้ถือว่าผิดกฎหมาย

นายเทวฤทธิ์ เครือมณี ผู้ช่วย ผอ.เขตจตุจักร กล่าวว่า ตรวจสอบไม่พบการรั่วไหลของสารรังสีตามที่เป็นข่าว พบเพียงกล่องโลหะที่ระบุเป็นสารอันตราย ใช้ในการถ่ายรูปเฉพาะในโรงงานอุตสาห-กรรม ไม่อนุญาตให้มีไว้ในครอบครอง ก่อนนำกล่องที่พบไปเก็บไว้ที่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ตำรวจอยู่ระหว่างสืบหาผู้ครอบครองเพื่อดำเนินคดี เบื้องต้นพบเจ้าของอาคารได้ให้ชาวเกาหลีใต้ที่มีโรงงานอยู่ที่ จ.ระยอง เช่าอาคารดังกล่าวมาระยะหนึ่งก่อนดินทางกลับประเทศ กระทั่งผู้ดูแลอาคารมาพบกล่องดังกล่าว

สำหรับเหตุการณ์พบสารกัมมันตรังสีในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่งในประเทศไทย เมื่อวันที่ 18 ก.พ.43 หลัง รพ.สมุทรปราการ รับผู้ป่วย 2 รายที่ได้รับผลกระทบจากสารกัมมันตภาพรังสี “โคบอลต์ 60” ประกอบด้วย นายนิพนธ์ พันธุขันธ์ และนายเหลียง สุววรรณี ชาวลาว ที่นำบัตรประชาชนของนายสุดใจ ใจเร็ว มาแอบอ้างเพื่อทำงานในไทย ทั้งคู่เป็นลูกจ้างร้านของเก่าชื่อ “สมจิตร” ใน อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ นำแท่งกระบอกสเตนเลส หนัก 15 กก. ที่รับซื้อจากรถซาเล้ง มาแยกชิ้นส่วนโดยใช้แก๊สเป่า ต่อมาทุกคนภายในร้านเริ่มปรากฏอาการที่ได้รับผลกระทบจากสารกัมมันตรังสี รวมทั้งสุนัขภายในร้าน 3 ตัวทยอยตาย แพทย์ที่รักษาจึงส่งตัวนายเหลียง หรือนายสุดใจ และนายนิพนธ์ ไปรักษาตัวที่ รพ.ราชวิถี พร้อมนายเกชา ทรงศรีพิพัฒน์ คนขับรถบรรทุกของเก่า ก่อนทั้ง 3 คนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ภายหลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสรุปผลกระทบ มีประชาชนที่ได้รับสารกัมมันตรังสี ทั้งหมด 44 ราย แยกเป็นกลุ่มผู้ป่วยซาเล้งและร้านของเก่า 10 ราย เสียชีวิต 3 ราย กลุ่มที่สอง ผู้ได้รับรังสีจนเม็ดเลือดขาวเหลือต่ำกว่า 3,000 เซลล์/มิลลิกรัม 4 ราย ต้อง ติดตามดูอาการอย่างใกล้ชิด กลุ่มที่สาม ประชาชนที่อยู่รอบร้านขายของเก่า “สมจิตร” 25 ราย มีเม็ดเลือดขาวต่ำกว่า 5,000 เซลล์/มิลลิกรัม และกลุ่มสุดท้าย หญิงตั้งครรภ์ 5 ราย แพทย์ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด

ระทึกกลางกรุง พบกล่องโลหะบรรจุสาร “อิริเดียม-192” ในสำนักงานร้าง กลางซอยพหลโยธิน 24 แยก 2-1 ตำรวจกลัวซ้ำรอยคดี “โคบอลต์ 60” เมื่อสิบกว่าปีก่อน... 13 พ.ค. 2559 07:37 13 พ.ค. 2559 07:37 ไทยรัฐ