วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดบันทึกรัก ‘เติ้งลี่จวิน’ ราชินีเพลงจีน รำลึก 21 ปีที่จากไป

“เถียน มี มี่ หนี่ เซี่ยว เตอ เถียน มี่มี่ ฮาว เซี่ยง ฮัว เอ้อ ไค ไจ้ ซุน ฟง ลี่...”

“หวาน ปานน้ำผึ้ง รอยยิ้ม หวานหยด ของเธอ ดังเหมือน ดอกไม้บาน ในยาม แดดสดใส..."

ผ่านมาแล้ว 21 ปี กับการจากไปของ ราชินีเพลงจีนสากล “เติ้ง ลี่ จวิน” ที่มาปิดตำนานชีวิต ณ โรงแรมดัง จ.เชียงใหม่ ด้วยโรคหอบหืดกำเริบ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2538 ...

เติ้งลี่จวิน หรือ Teresa Teng ศิลปินหญิงระดับตำนาน มีฉายาว่า “นักร้องหญิงอัจฉริยะ” เรียกว่า ที่ใดมีชาวจีนตั้งถิ่นฐาน ที่นั่นมีเสียงเพลง “เติ้งลี่จวิน” ดังกังวาน ใครจะคิดว่าเธอต้องด่วนจากไปด้วยวัยเพียง 42 ปี 3 เดือน และ อีก 9 วันเท่านั้น

ใส่คลิป

ขอบคุณคลิปจาก - Sulley Monster 

ดาวเจิดจรัส ถึงคราวลาลับ อับแสง นักร้องอัจฉริยะจากไปด้วยโรคหอบหืด 

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ขอย้อนเหตุการณ์วันที่ดาวจรัสแสงต้องลาลับ โดยเหตุการณ์ถูกเปิดเผยเมื่อวันที่ 9 พ.ค. 38 เริ่มจากเจ้าหน้าที่กงสุลญี่ปุ่น ไต้หวัน และ ฮ่องกง ได้พยายามติดต่อสอบถามมายัง พล.ต.ต.สนาม คงเมือง ผบก.เชียงใหม่ ให้ตามหาศพ “เติ้งลี่จวิน” นักร้องสาวชื่อดังชาวไต้หวันสัญชาติฝรั่งเศส ซึ่งทางกงสุลประเทศต่างๆ ระบุว่า ได้รับแจ้งจากหญิงสาวไม่ทราบชื่อว่า “เติ้งลี่จวิน” ถูกฆาตกรรมเสียชีวิตในเชียงใหม่

หลังการประสานงาน จึงได้มีการตรวจสอบทุกโรงแรม กระทั่ง ช่วงเวลาบ่ายเศษ​จึงทราบว่า ก่อนที่นักร้องดังเสียชีวิต ได้เข้าพักที่โรงแรมแม่ปิง จ.เชียงใหม่ ซึ่งศพถูกเก็บไว้ที่ รพ.เชียงใหม่ราม เมื่อไปตรวจสอบก็พบศพนักร้องสาวชื่อก้องอยู่ในห้องเก็บศพ มีผ้าไหมสีน้ำตาลเข้มคลุมศพอยู่ โดยเธออยู่ในชุดสีชมพูของทางโรงแรม ที่ลำคอด้านซ้ายมีรอยช้ำ

นพ.สุเมธ ฮั่นตระกูล แพทย์ที่รับร่างไร้สติของเธอ ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า เติ้งลี่จวิน ถูกส่งเข้ารักษาเมื่อวันที่ 8 พ.ค. 38 ช่วงเวลา 17.30 น. ทางโรงพยาบาลพยายามช่วยเหลือ แต่ปรากฏว่าเธอได้เสียชีวิตก่อนจะมาถึงโรงพยาบาล

“คนไข้รายนี้เคยมารักษา เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 37 ถึง 1 ม.ค. 38 มีโรคประจำตัวคือ หลอดลมอักเสบเรื้อรัง และ หอบหืด การตายครั้งนี้คาดว่ามาจากหัวใจวายเนื่องจากโรคเก่ากำเริบ”

ขณะที่ นายสตีฟาน สามีที่อายุน้อยกว่านับสิบปี ได้เขียนหนังสือกำกับไว้ไม่ให้ใครมายุ่งกับศพของเธอ โดยขอฝากศพไว้ที่ห้องเย็นของโรงพยาบาล ซึ่งต่อมา พล.ต.ต.สนาม ได้เข้าสอบปากคำ นายสเตฟาน ซึ่งมีอาชีพนักแต่งเพลง ที่โรงแรมในห้องสูท ห้อง 1502 ชั้น 15 ซึ่งอนุญาตเฉพาะนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เท่านั้น

นายสเตฟาน ให้การกับตำรวจชั้นผู้ใหญ่ว่า ได้แต่งงานกับ เติ้งลี่จวิน แต่ไม่ได้จดทะเบียนกัน ได้เดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย. เป็นการมาเพื่อหาบรรยากาศแต่งเพลงให้ภรรยาร้อง เพราะภรรยาเป็นนักร้องดัง ทั้งไต้หวันและฮ่องกงรู้จักกันดี

“ก่อนจะเสียชีวิต ได้ลงมานั่งแต่งเพลงที่ล็อบบี้ ชั้น 15 พนักงานโรงแรมร้องเอะอะโวยวาย และเห็นเธอออกมานอกห้องแล้วล้มฟุบลง ในมือถือสเปรย์สำหรับฉีดพ่นปากเวลาหายใจไม่สะดวก จึงได้รีบวิ่งไปดู ได้ยินภรรยาเพ้อหาแม่ จึงช่วยกันกับเจ้าหน้าที่นำร่างส่งโรงพยาบาล โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที แต่แพทย์บอกว่าภรรยาได้เสียชีวิตระหว่างทาง แพทย์ยังบอกว่า ถ้ารู้วิธีปฐมพยาบาลภายใน 4 นาที เธออาจจะรอด”

แฟนหนุ่มของเธอยังให้การต่อว่า เติ้งลี่จวิน เป็นโรคหอบหืด หลอดลมอักเสบเรื้อรัง หมอประจำตัวเคยสั่งห้ามเปิดแอร์เย็นนอน แต่เธอไม่เชื่อฟัง ยังคงเปิดแอร์นอนทุกครั้ง

ขณะเดียวกัน น้องชายของ “เติ้งลี่จวิน” ได้เดินทางมารับศพ พร้อมกับทำพิธีทางศาสนา และไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิตของนักร้องผู้โด่งดังระดับโลก

เหตุการณ์นี้ สื่อต่างประเทศ โดยเฉพาะญี่ปุ่น ไต้หวัน ได้ติดตามมาทำข่าว และร่วมไว้อาลัยกับการเสียชีวิตของเธอ โดยเฉพาะประเทศไต้หวัน ชาวเมืองไต้หวันต่างรู้สึกช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บรรดาแฟนเพลงของเธอต่างแห่ไปซื้อเทปของเธอจนขาดตลาด นอกจากนั้น ผู้มีชื่อเสียงในไต้หวัน ยังเรียกร้องให้รัฐบาลมอบ “เหรียญตราแห่งชาติ” ให้กับราชินีเพลงจีนสากลอีกด้วย เพราะถือว่าเป็นนักร้องที่ทำให้ความตึงเครียดระหว่างจีนและไต้หวันลดลง

เส้นทางชีวิต จากดินสู่ดาว รุ่งโรจน์ ซุปเปอร์สตาร์แห่งโลกตะวันออก!

จากหนังสือ “ชีวิต ความรัก และความตาย ราชินีเพลงระบือโลก เติ้งลี่จวิน” ที่เขียนโดย น.นพรัตน์ ได้บันทึกเรื่องราวของ “เติ้งลี่จวิน” ไว้ว่า... เธอเกิดเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2496 ปีมะเส็ง แต่ถ้านับตามจันทรคติของจีนขณะนั้น เป็นปลายเดือน 12 ของปีมะโรง หรือ มังกร ฉะนั้น เธอมีชื่อเล่นว่า “เซียวเล่งนึ่ง” หรือ “ธิดามังกร”

เธอเกิดที่ ตำบลหลงเอี๋ยน อำเภอหวินหลิน ทางตะวันตกแถบภาคกลางของไต้หวัน พ่อชื่อ “เติ้งคู” มีภูมิลำเนาที่หมู่บ้านเติ้งไถ อำเภอต้าหมิง มณฑลเหอเป่ย ประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ มีอาชีพรับราชการในกองทัพบก พรรคก๊กมิ่นตั๋ง แม่ชื่อเจ้าซู่กุ้ย มีพี่ชาย 3 คน และน้องชาย 1 คน เติ้งลี่จวินจึงเป็นธิดาโทน

ธิดามังกร...เริ่มฉายแววตั้งแต่อายุ 6 ขวบ จากนั้น 10 ขวบก็เข้าประกวดร้องเพลง โดยหยิบเพลง “เยื่อนอิงไถ” ซึ่งเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง “ม่านประเพณี” มาขับขาน

ปี 2508 เธอเข้าประกวดร้องเพลงกับบริษัท แผ่นเสียงม้าทองคำ และคว้ารางวัลชนะเลิศ ชื่อเสียงของเธอเริ่มเป็นที่กล่าวขาน จนได้ฉายา “นักร้องหญิงอัจฉริยะ”

ในปี 2513 ได้เข้าร่วมแสดงคอนเสิร์ต กับศิลปินดังมากมาย และในปีนั้นเธอได้รับเลือกเป็นนักร้องยอดนิยมของฮ่องกง และถูกแมวมองญี่ปุ่นดึงตัวมาเซ็นสัญญา บริษัท โพลีแกรม ซึ่งนี่เป็นจุดหักเหสำคัญที่ทำให้เธอมีผลงานเพลงที่ญี่ปุ่นชุด “คนยะคาชิละ อาคิตะ คาชิละ” แปลเป็นไทยว่า “ค่ำนี้หรือวันพรุ่ง” ไม่นานก็ออกแผ่นเสียงชุดที่ 2 ชื่อ “พูโค” แปลไทยว่า ท่าอากาศยาน โดยชุดนี้สามารถขายแผ่นเสียงได้กว่า 7 แสนแผ่น โดยชีวิตในญี่ปุ่นของเธอโด่งดังมาก คว้ารางวัลแผ่นเสียงครั้งที่ 18 โดยได้รับรางวัลนักร้องใหม่ดีเด่น

จากนั้น ปี 2519 ได้กลับมาเปิดคอนเสิร์ตที่ฮ่องกงอีกครั้ง ปี 2523 ได้เปิดคอนเสิร์ตในสหรัฐฯ แต่ในขณะที่เธออยู่ไกลถึงสหรัฐฯ ​แต่คนจีนกลับคิดถึงเธอ ทางแผ่นดินใหญ่พยายามชวนเธอมาเปิดคอนเสิร์ตหลายครั้ง เพราะมนต์เพลงของ เติ้งลี่จวิน ต่างกึกก้องในใจของชาวจีน แต่เติ้งลี่จวินก็ปฏิเสธ เพราะไม่อาจจะออกจากเงาทะมึนของเหตุการณ์ที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 32 กระทั่งเธอจากไป ความฝันของชาวจีนแผ่นดินใหญ่จึงมิอาจเป็นจริง...!

เส้นทางผู้ขับขานบทเพลง เติ้งลี่จวิน สามารถครองใจแฟนเพลงได้เกือบทั่วโลก ทั้งญี่ปุ่น เวียดนาม ไทย และชาวเมืองมังกรที่ไปอาศัยในดินแดนต่างๆ แต่สำหรับชีวิตรักแล้ว กลับไม่ค่อยสมหวังนัก....

จากหนังสือรวมเรื่องของเติ้งลี่จวิน ได้เผยความลับเรื่องหัวใจของนักร้องเสียงสวรรค์ไว้ว่า เธอมีความรักกับชายหนุ่มมาแล้วหลายครั้ง และผู้หญิงเพศเดียวกันก็มี

ชีวิตรักผกผัน รักแรกตายจาก รักในวงการไม่ยั่งยืน คบไฮโซเจอบีบให้ออกจากวงการ

ชายที่เป็นรักแรกของเธอนั้น เป็นลูกชายนักธุรกิจชาวไต้หวัน ตอนนั้นเธอเป็นสาวแรกแย้มวัย 18 ปี แต่ที่น่าเสียดายคือ ฝ่ายชายช่างอาภัพนัก ต้องจากลาก่อนวัยอันควรด้วยโรคหัวใจตั้งแต่ยังหนุ่ม ทิ้งไว้เพียงความทรงจำให้กับเธอ

ต่อมา พระเอกชื่อดังแห่งยุค “ฉินเสียงหลิน” ออกมายอมรับว่ากำลังตามจีบนักร้องสาว แต่เป็นฝ่ายหญิงที่ปฏิเสธ ส่วนอีกคนที่มีข่าวกุ๊กกิ๊กกันคือ “เฉินหลง” ทั้งสองพบกันที่ดินแดนลุงแซม ฝ่ายชายไปถ่ายภาพยนตร์ ขณะที่ฝ่ายหญิงไปศึกษาภาษาอังกฤษ​ทั้งคู่เจอกันที่ UCLA ไฟรักจึงเริ่มก่อตัวขึ้น และใช้ชีวิตร่วมกันอยู่พักใหญ่ กระทั่งหนังของพระเอกนักบู๊ออกฉาย และได้กลับมาฮ่องกงเพื่อถ่ายหนังเรื่องใหม่ วาสนาของทั้งคู่จึงจบลง สุดท้ายหญิงข้างกายเฉินหลง คือ หลินฟงเจียว

กระทั่งมีข่าวอีกครั้งกับ เคนนี่ บี พระเอกชื่อดัง ที่ตามติดชีวิตของ นักร้องสาวอัจฉริยะ แต่แล้วไฟรักก็ต้องสิ้นสุดลงกลางคัน เมื่อทราบว่า เคนนี่ บี มีลูกเมียแล้ว

จากนั้นเธอก็ได้เจอกับ “กว๊อกขงเฉิง” ทายาทอภิมหาเศรษฐีจากมาเลเซีย เจ้าของโรงแรม 5 ดาวชื่อดัง ความสัมพันธ์คืบหน้าจนเกือบจะได้เข้าสู่ประตูวิวาห์ แต่ก็ต้องพังทลายลงเพราะเงื่อนไขจากครอบครัวฝ่ายชายที่ยื่นให้ 3 ข้อ คือ ต้องเล่าเรื่องอดีตของตัวเองอย่างละเอียด วางไมค์ “ยุติอาชีพนักร้อง” และ ให้ตัดความสัมพันธ์กับเพื่อนในวงการบันเทิงอย่างสิ้นเชิง การให้เธอหยุดร้องเพลง ถือเป็นคำขอที่ยากจะยอมรับ เติ้งลี่จวิน จึงยุติความสัมพันธ์

หลังจากช้ำรักมาหลายหน เธอตัดสินใจกลับมาที่ฮ่องกง พักที่โรงแรมแห่งหนึ่งและปิดตัวเงียบ ไม่รับโทรศัพท์ กำชับโรงแรมปิดเป็นความลับ กระทั่งมีข่าวว่าเธอมีความสัมพันธ์กับผู้จัดการสาว “ม่อหลิงจือ” ต่อมา เติ้งลี่จวิน ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “ไม่ว่าเป็นเลสเบี้ยนหรือความรักอย่างอื่น ขอเพียงคนสองคนอยู่ด้วยกันอย่างปรองดอง ถือเป็น feeling ไม่เห็นเกี่ยวกับบุคคลที่สาม”

อย่างไรก็ดี สุดท้าย เติ้งลี่จวิน ก็ได้พบกับ นายสเตฟาน ซึ่งอายุน้อยกว่านับสิบปี กระทั่งเข้าสู่วาระสุดท้ายของเธอที่เชียงใหม่

รำลึก นักร้องเสียงสวรรค์ โรงแรมดังเชียงใหม่ เก็บห้องพักเป็นอนุสรณ์

หลังจากเธอเสียชีวิตที่โรงแรมแม่ปิง ทางโรงแรมซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น โรงแรมดิอิมพีเรียลแม่ปิง เชียงใหม่ ก็ยังคงเก็บห้องที่เธอเคยพักเป็นประจำไว้ พร้อมดูแลรักษาเป็นอย่างดีเพื่อรำลึกถึงเธอ นายประพันธ์ บุญสุข อายุ 45 ปี หัวหน้าผู้ดูแลห้องวีไอพีชั้น 14 และชั้น 15 ของโรงแรม ดังกล่าว รำลึกความหลังเมื่อครั้ง “เติ้งลี่จวิน” เข้าพัก

นายประพันธ์ เล่าว่า สาเหตุที่เก็บห้องนี้ไว้เพราะว่า “เติ้งลี่จวิน” ถือเป็นนักร้องที่โด่งดังมาก มีแฟนคลับเป็นชาวจีนทั่วโลก ที่เชียงใหม่เองก็มีแฟนคลับของเธออยู่ ดังนั้น ทางโรงแรมจึงอยากเก็บห้องนี้ให้ดีที่สุด เพื่อแฟนคลับและคนเชียงใหม่ที่ล้วนรัก และเพื่อระลึกถึงอยู่เสมอ โดยจะมีคนมาทำความสะอาดอยู่ตลอด ห้องนี้เป็นห้องที่ดีที่สุด เมื่อ 21 ปีก่อนของ จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นห้องหรูหราและใหญ่ที่สุด ภายในห้องจะมีรูปของเธอ และประวัติเล็กน้อยเพื่อให้ผู้สนใจเข้าชม โดยเฉพาะในเดือนนี้ จะมีนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนมาขอเยี่ยมชมห้องของเธออย่างคับคั่ง เพราะเธอยังคงอยู่ในใจใครอีกหลายคน

“ตอนที่ เติ้งลี่จวิน มาพัก ผมจะเป็นคนที่คอยดูแลห้องและพูดคุยกับเธอตลอด แต่ละครั้งก็จะมาพักนาน บางครั้ง 2-3 เดือนก็มี บางทีเธอไปเล่นคอนเสิร์ตที่เวียดนามก็แวะมาพักที่นี่ ผมเคยถามเธอเหมือนกันว่าทำไมชอบมาพักที่นี่ เธอตอบว่า “เพราะที่นี่มีอากาศดี เหมือนกับบ้านหลังที่สอง”

นอกจากนี้ นายประพันธ์ ยังได้เผยความรู้สึกว่า “เวลาเราได้คุยกับเติ้งลี่จวิน รู้สึกว่าเธอมีความสุขเราก็มีความสุข ถึงแม้ตอนนั้นผมยังเป็นเด็กอยู่ แต่เขาเป็นคนอัธยาศัยดี เขาเป็นคนน่ารักกับทุกคน เธอเคยพูดกับผมว่า หากโรงแรมมีงานอะไรให้ช่วยเธอก็พร้อมที่จะมาช่วย พร้อมกับทิ้งเบอร์โทรศัพท์ที่ฮ่องกงไว้ให้ หลายครั้งที่เธอมาร้องเพลงที่ “คอฟฟี่ช็อป” ให้กับแขกคนอื่นได้ฟัง บางครั้งจัดงานกาล่าดินเนอร์ เธอก็มาร้องเพลงให้ แฟนคลับก็แห่มาฟังมากมาย”

ตอนเกิดเหตุ ตอนนั้นผมก็อยู่ในเหตุการณ์ ได้พยายามช่วยเหลือเธอ แต่เมื่อช่วยไม่ได้ก็รู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง จนถึงทุกวันนี้ หากจะรำลึกถึงเธอ ก็ตรงที่ว่าเธอเป็นคนมีน้ำใจกับทุกคน ขนาดมาเที่ยวที่เชียงใหม่ บางครั้งยังพร่ำสอนเราซึ่งเป็นแค่พนักงาน บางทีก็สอนภาษาจีน ญี่ปุ่น ให้ แกเป็นคนดีมากๆ คิดว่าเธอเหมือนกับครอบครัวหรือญาติของเราจริงๆ

ทั้งหมดนี้ คือเรื่องราวชีวิตของนักร้องสุดอมตะ "เติ้งลี่จวิน" ราชินีเพลงสากลจีน ที่แม้เธอจะจากโลกนี้ไปนานกว่า 21 ปีแล้ว แต่เสียงเพลงของเธอยังคงกึกก้องในสายเลือดคนจีน เวียดนาม ญี่ปุ่น รวมไปถึงประเทศไทย 

ผ่านมาแล้ว 21 ปี กับการจากไปของ ราชินีเพลงจีนสากล “เติ้ง ลี่ จวิน” ที่มาปิดตำนานชีวิต ณ โรงแรมดัง จ.เชียงใหม่ ด้วยโรคหอบหืดกำเริบ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2538 .... 12 พ.ค. 2559 17:09 14 พ.ค. 2559 02:37 ไทยรัฐ