วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ก.วิทย์ฯ ยัน สารในโกดังพหลฯ 24 คือ 'อิริเดียม 192' ไม่รั่วไหล (ชมคลิป)

เครดิตภาพจาก : พระราม 199

พบสารกัมมันตรังสีที่โกดังคอนกรีต 2 ชั้น ภายในซอยพหลโยธิน 24 แยก 2-1 จนท.ดับเพลิงสุทธิสาร เร่งอพยพปชช.ออกนอกพื้นที่ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติตรวจสอบ พบเป็น อิริเดียม 192 ที่ใช้ในการแพทย์กล่องเก็บหมดอายุ ยันไม่พบการรั่วไหล...

เมื่อเวลา 15.12 น. วันนี้ (12 พ.ค.59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุสารกัมมันตรังสีรั่วไหล ภายในซอยพหลโยธิน 24 แยก 2-1 พื้นที่เขตจตุจักร ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นโกดังคอนกรีต 2 ชั้น รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่สำนักอนามัย 10-3

เบื้องต้นจากการตรวจสอบแล้วสันนิษฐานว่า เป็นสารกัมมันตรังสี โคบอลต์ 60 ซึ่งเป็นสารอันตราย ขณะนี้เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงสุทธิสาร ได้ปิดกั้นบริเวณจุดเกิดเหตุในระยะ 200 เมตร พร้อมทั้งอพยพประชาชนออกจากจุดดังกล่าว และได้ประสานงานสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ร่วมเดินทางตรวจสอบจุดเกิดเหตุ




สำหรับสารกัมมันตรังสี โคบอลต์-60 นั้นใช้สำหรับรักษาผู้ป่วยมะเร็ง ผู้ที่ถูกรังสีนี้จะก่อให้เกิดเม็ดเลือดขาวต่ำ มีอาการอ่อนเพลีย มือไหม้พอง และสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งบางคนมีอาการตื่นกลัว ไม่ยอมรักษาโดยวิธีฉายรังสีจากโคบอลต์-60 หรือสารรังสี หรือแร่โคบอลต์-60 ประกอบด้วย รังสีแกมมาและรังสีเบตา โดยรังสีที่ใช้เป็นตัวรักษาเป็นอันตราย คือ รังสีแกมมา มีแรงทะลุทะลวงมากกว่ารังสีเบตามาก

ทั้งนี้ โคบอลต์-60 เป็นสารรังสีที่ใช้ในทางการแพทย์ในไทย ตั้งแต่ พ.ศ.2501 โดยปัจจุบันใช้เป็นต้นกำเนิดรังสีแกมมา สำหรับรักษาโรคมะเร็ง โดยอาศัยคุณสมบัติของรังสีที่สามารถทำลายเซลล์มะเร็ง ทำให้ผู้ป่วยหายจากโรคมะเร็งได้ และปัจจุบันนี้ก็มีผู้ป่วยมะเร็งชาวไทยจำนวนมากมายที่รอดชีวิตจากโรคมะเร็งเกิน 10-30 ปี

ส่วน สารซีเซียม-137 (Cesium-137) เป็นอันตรายทางอาหาร (food hazard) ประเภทอันตรายทางเคมี (chemical hazard) เมื่อได้รับเข้าไปในร่างกาย จะกระจายไปทั่วร่างกาย ส่วนใหญ่จะสะสมอยู่ในเนื้อเยื่อ และส่วนน้อยอยู่ในตับและไขกระดูกแต่จะถูกขับออกโดยกระบวนการทางชีวภาพ ทางเหงื่อและปัสสาวะ อีกทั้งยังเป็นสารก่อมะเร็ง แต่โอกาสที่จะเป็นมะเร็ง คือ ต้องกินสารปนเปื้อนนั้น เป็นระยะเวลานานๆ ต่อเนื่องกันมากกว่า ทั้งนี้พิษของ Cesium-137 ให้ผลรุนแรงน้อยกว่า ไอโอดีน-131 (lodine-131)

ด้าน นพ.ปรีชา เปรมปรี ผอ.สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ผู้ที่ถูกรังสีนี้จะก่อให้เกิดเม็ดเลือดขาวต่ำ มีอาการอ่อนเพลีย มือไหม้พอง อ่อนเพลีย หรือมีไข้ ถ้าสัมผัสโดยตรงจะมีแผลไหม้พุพองที่ผิวหนัง หากคิดว่าสัมผัสสารกัมมันตรังสี ต้องรีบพบแพทย์ เพื่อเจาะเลือดตรวจนับเม็ดเลือดขาว เนื่องจากจะทำลายภูมิคุ้มกันของร่างกาย หากภูมิคุ้มกันต่ำอาจทำให้ติดเชื้อจนเสียชีวิตได้

เมื่อเวลา 16.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ รายงานหลังจากตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุว่า ไม่มีการรั่วไหลของสารเคมี และไม่ใช่สารโคบอลต์-60 โดยเบื้องต้นกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ระบุเป็นสาร ซีเซียม-137

เมื่อเวลา 18.18 น. ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยถึงกรณีพบกล่องเก็บสารกัมมันตรังสี ที่ ซ.พหลโยธิน 24 แยก 2-1 ว่า ขณะนี้ อยู่ภายใต้การควบคุมความเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่แล้ว โดยสารดังกล่าวไม่มีอันตราย และกล่องวัตถุที่พบ คือ สารอิริเดียม-192 (Iridium 192) ที่เป็นสารที่อยู่ใช้ในทางการแพทย์ด้านรังสีวิทยา แต่กล่องที่พบนี้หมดอายุไปนานแล้ว ยืนยันไม่มีการรั่วไหล ไม่เป็นอันตรายต่อประชาชน หลังจากนี้จะทำตามขั้นตอนคือการเคลื่อนย้ายวัตถุไปยังสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ รวมทั้งทางเจ้าหน้าที่จะต้องไปตรวจสอบว่าผู้ที่ครอบครองเป็นใคร และนำเข้ามาตั้งแต่เมื่อใด.


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ย้อนรอย โคบอลต์-60 อดีตที่ไม่มีวันลืม

พบสารกัมมันตรังสีที่โกดังคอนกรีต 2 ชั้น ภายในซอยพหลโยธิน 24 แยก 2-1 จนท.ดับเพลิงสุทธิสาร เร่งอพยพปชช.ออกนอกพื้นที่ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติตรวจสอบ พบเป็น อิริเดียม 192 ที่ใช้ในการแพทย์กล่องเก็บหมดอายุ ยันไม่พบการรั่วไหล... 12 พ.ค. 2559 15:42 12 พ.ค. 2559 18:41 ไทยรัฐ