วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ประโยชน์กับชื่อเสียงอันดี

แม้รัฐมนตรีต่างประเทศ ดอน ปรมัตถ์วินัย จะชี้แจงว่าการที่คณะผู้แทนไทยเดินทางไปชี้แจงต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนสหประชาชาติ ที่นครเจนีวา เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม จะเป็นเรื่องของความสมัครใจ ไม่ได้ถูกบังคับ แต่คณะผู้แทนไทยก็ไปชี้แจงแล้ว ในฐานะที่เป็นสมาชิกสหประชาชาติ และต้องปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ

สมาชิกสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ทุกประเทศ จะต้องจัดทำรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศของตน เสนอต่อคณะมนตรีฯ ในทุกสี่ปีครึ่ง ปีนี้ไทยเป็น 1 ใน 14 ประเทศ ที่รายงานถูกทบทวน ไทยจึงถูกเพื่อนสมาชิกหลายประเทศ “จองกฐิน” ตั้งคำถาม เช่น เบลเยียม อังกฤษ สหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ สวีเดน เยอรมนี ฯลฯ

“มหามิตรอเมริกา” ถามประเทศไทยว่ามีขั้นตอนอย่างไร ในการรับรองว่า เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และการชุมนุมโดยสงบ จะได้รับการเคารพในช่วงต่อไป ก่อนที่จะมีการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมทั้งแสดงความกังวล เรื่องการขยายขอบเขตการดูแลความสงบภายในของกองทัพ และเรียกร้องให้มอบอำนาจการรักษาความสงบให้ฝ่ายพลเรือน

เป็นหนังตัวอย่างของประชาคมโลกในปัจจุบัน ซึ่งคล้ายกับ “หมู่บ้านโลก” ต้องอยู่รวมกันและพึ่งพาซึ่งกันและกัน ไม่มีใครอยู่ได้อย่างโดดเดี่ยว ชัดเจนที่สุดคือเศรษฐกิจโลกที่ซบเซามีผลกระทบรุนแรงต่อการส่งออก ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย แต่ในขณะเดียวกัน การท่องเที่ยวของไทยยังเฟื่องฟู ก็เพราะการพึ่งพาประชาคมโลก

นักชาตินิยมอาจจะมองว่า การที่สหประชาชาติและประเทศต่างๆ มาเที่ยวซักถามและยุ่งเกี่ยวสิทธิมนุษยชนในไทย เป็นการแทรกแซงกิจการภายในของประเทศเอกราช จึงต้องไม่ยอมเพราะทำให้สูญเสียอธิปไตย อดีตนายกรัฐมนตรีไทยคนหนึ่งเคยประกาศ “ยูเอ็นไม่ใช่พ่อ” เมื่อถูกวิพากษ์เรื่องสงครามปราบยาเสพติด แต่ไทยก็ยังเป็นสมาชิกยูเอ็นต่อไป

แม้แต่รัฐบาล คสช. ซึ่งไม่ได้มา จากเลือกตั้ง ก็ต้องยอมปฏิบัติตามแรงกดดันของต่างประเทศ ยอมแก้กฎหมายและออกกฎหมายใหม่ เกี่ยวกับการค้ามนุษย์ การประมงและการบิน เนื่องจากถูกสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และองค์การการบินพลเรือนยูเอ็น ให้ใบเหลือง หากไม่ยอมทำตาม อาจกระทบอย่างร้ายแรงต่อเศรษฐกิจไทย

เหตุผลสำคัญที่รัฐบาลต้องส่งคณะผู้แทนไทย ไปชี้แจงเรื่องสิทธิมนุษยชนต่อคณะมนตรีฯ ของสหประชาชาติ ยอมให้นานาชาติก้าวก่ายแทรกแซง เพราะไทยเป็นสมาชิกสหประชาชาติมีพันธะจะต้องปฏิบัติตามกฎบัตรสหประชาชาติ รวมทั้งปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ เพื่อรักษาไว้ซึ่งชื่อเสียงและภาพลักษณ์อันดีและปกป้องผลประโยชน์สูงสุดของประเทศไทย.

12 พ.ค. 2559 09:39 12 พ.ค. 2559 09:41 ไทยรัฐ