วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'แต้มบวก' อำนาจพิเศษ

อารมณ์ค้าง ฉุนโดนสื่อวิจารณ์ไม่มีผลงานไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

นั่นก็เลยนำมาซึ่งปรากฏการณ์ฮือฮา เมื่อ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ทุบโต๊ะเปรี้ยงในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี สั่งเลิกการสำรวจและการทำเหมืองแร่ทองคำทั้งหมดทั่วประเทศ ภายในสิ้นปี 2559 นี้

“ที่ผ่านมาพอเพียงหรือยังกับผลเสียที่เกิดขึ้นมา ทั้งเรื่องน้ำ เรื่องดิน เรื่องสารหนัก”

หักดิบกันแบบไม่ให้ทันได้ตั้งตัว ไม่กลัวเอกชนฟ้อง ก็เลยได้อกได้ใจ รับเสียงเชียร์กระหึ่มจากนักอนุรักษ์ในการหยุดขบวนการทำลายป่าไม้ ยุติการผลาญทรัพยากรธรรมชาติจากการขุดหาแร่ทองคำ ไหนจะเรื่องของสารพิษตกค้างที่ส่งผลต่อชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่

และโดยสถานการณ์ที่เข้าบรรยากาศพอดีกับสภาพเมืองไทยกำลังตกอยู่ในภาวะร้อนแล้งสาหัสเข้าไปทุกที มองไปมีแต่เขาหัวโล้น ป่าต้นน้ำโดนทำลายเหี้ยน

เป็นผลงานโบแดงของรัฐบาลที่โชว์ให้เห็นด้านบวกของอำนาจพิเศษ

โดยสถานการณ์กู้ภาพลบที่ คสช.กำลังตกเป็นจำเลยสังคมโลกฐานละเมิดสิทธิมนุษยชน

ตามฉากล่าสุดที่แกนนำพรรคเพื่อไทยและกองเชียร์เสื้อแดงแห่ไปรับ “เด็จพี่” นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กับนายเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ อดีต ส.ส.อุดรธานี พรรคเดียวกัน ที่ได้รับการปล่อยตัวตามเงื่อนไขการพักโทษจำคุก

พ้นทุกข์พ้นเคราะห์ออกจากเรือนจำ

และก่อนหน้านั้นคณะตุลาการศาลทหารฯ ก็ได้พิจารณาอนุญาตให้ประกันตัว ผู้ต้องหา 8 คนที่โดนดำเนินคดีในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550

กรณีทำเพจเฟซบุ๊กล้อเลียนผู้นำรัฐบาล คสช.

ผู้ต้องขังทางการเมืองได้รับการปลดปล่อย ในจังหวะไล่เลี่ยกับการที่รัฐบาลคสช.ส่งทีมนายชาญเชาว์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เดินทางไปรายงานและชี้แจงต่อสมาชิกสหประชาชาติ (ยูเอ็น) 14 ประเทศเรื่องการทบทวนสิทธิมนุษยชนของประเทศ รอบที่ 2 ในการประชุมคณะทำงานยูพีอาร์ แห่งคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

เคลียร์คำถามร้อนๆจากชาติตะวันตก

แต่แน่นอนไม่ว่าจะตอบคำถามกันยังไง ประเมินจากท่าทีล่าสุดของ “พี่เบิ้มขาใหญ่” อย่างสหรัฐอเมริกาที่สื่อยักษ์อย่างเอเอฟพีใช้คำว่า “อดีตพันธมิตรที่ใกล้ชิดของไทย” ได้ประณามรัฐบาลทหารไทยต่อกรณีการจับกุมมารดา “จ่านิว” นายวิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ นักเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล คสช.

ชี้เลยว่าจะก่อให้เกิดความกังวลมากขึ้นเรื่อยๆเกี่ยวกับคำมั่นของไทยในพันธสัญญาระหว่างประเทศต่อการปกป้องสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก

สหรัฐฯกระตุกสัญญาณยกระดับกดดันปมละเมิดสิทธิมนุษยชน

ในขณะที่จับอารมณ์นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ก็สวนหมัดเปรี้ยงเลยว่า ประเทศไทยมีเรื่องส่วนตัวที่ประเทศอื่นไม่ควรยุ่ง โดยเฉพาะภาวะบ้านเมืองที่จะต้องดูแลให้สงบเรียบร้อย ไม่ต้องการให้เกิดความปั่นป่วน

เน้นยุทธศาสตร์ความมั่นคงในการคุมแรงกระเพื่อม

โดยเงื่อนไขย้อนแย้งกัน มันก็ยากที่จะเคลียร์แรงเสียดทานจากต่างประเทศ ซึ่งจะมาในรูปของมาตรการแซงก์ชั่นทางด้านเศรษฐกิจ

เพิ่มโจทย์ยากๆในการบริหารภาวะปากท้องชาวบ้านของรัฐบาลทหาร

ตามรูปการณ์บีบให้เหลือ “ทางเดียว” ที่ คสช.จะประคองหมากอำนาจพิเศษล้อไปตามแรงเสียดทาน นั่นคือการเดินหน้าตามโรดแม็ปไปสู่การประชามติร่างรัฐธรรมนูญ และมุ่งสู่การเลือกตั้งในปี 2560 ตามที่ได้ให้สัญญาประชาคมไว้กับนานาชาติ

จำเป็นต้องสลับฉากให้รัฐบาลเลือกตั้งตามเงื่อนไขโลกสากล

ส่วนจะซ่อนกลคุมอยู่เบื้องหลัง นั่นก็ว่ากันอีกเรื่องหนึ่ง.


ทีมข่าวการเมือง

12 พ.ค. 2559 00:52 12 พ.ค. 2559 00:52 ไทยรัฐ