วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ส่อคดีพลิก! โชเฟอร์แท็กซี่โอด ถูกกล่าวหาทำร้ายร่างกายผู้โดยสารสาว

โชเฟอร์แท็กซี่คลิปฉาว ฉุดกระชากสาว 24 หน้าแมนชั่นย่านมีนบุรี ปมค่ารถขาดอีก 20 บาท รุดมอบตัวแสดงความบริสุทธิ์ หลังไม่สบายใจกระแสสังคมเข้าใจผิด ยันไม่ได้ทำร้ายร่างกาย เห็นว่าอีกฝ่ายจะหนี ทั้งไม่แน่ใจได้เงินค่าโดยสารครบถ้วนตามจำนวนเลยต้องวิ่งไปดึงแขน ส่วนเหตุที่ขับรถออกไปก่อน เพราะชาวบ้านเริ่มออกมาดู กลัวเข้าใจผิด ด้านตำรวจพาตัวทำประวัติ ยังไม่แจ้งความ พร้อมให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย

จากกรณีเพจ YouLike (คลิปเด็ด) เปิดเผยเหตุการณ์ของกลางดึกวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา เมื่อเวลา 03.00 น. เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดของ วีวีเอส แมนชั่น ซึ่งอยู่ย่านมีนบุรี ปรากฏภาพเหตุการณ์ชายแต่งกายคล้ายคนขับรถแท็กซี่กำลังยื้อยุดฉุดกระชากผู้หญิงคนหนึ่ง โดยหญิงสาวที่อยู่ในคลิปใช้ชื่อเฟซบุ๊กว่า "นู๋ อุ้ม จอ แบน" ระบุเหตุการณ์ว่าตนเพียงแค่จะเข้าห้องไปเอาเงินค่าโดยสารที่ขาดไป 20 บาท แต่กลับถูกคนขับรถแท็กซี่ตามเข้ามาในแมนชั่นพร้อมพยายามฉุดให้ขึ้นไปบนรถ แต่ตนพยายามหนีและร้องให้คนช่วยจนรอดมาได้ ซึ่งภาพดังกล่าวทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมของคนขับแท็กซี่เป็นจำนวนมาก      

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 11 พ.ค.59 ร.ต.ท.ฉัตรพล เผ่นโผน รองสารวัตร (สอบสวน) สน.มีนบุรี เปิดเผยว่าเกิดเหตุดังกล่าวขึ้นจริง โดย น.ส.อรทัย สุขบัณฑิตย์ อายุ 24 ปี ผู้เสียหาย มาลงบันทึกประจำวันไว้เมื่อวันที่ 8 พ.ค. เวลา 06.00 น. พร้อมให้การว่าตนโดยสารแท็กซี่คันดังกล่าวมาจากบางเขน มาตามถนนรามอินทรา เมื่อมาถึงแมนชั่นดังกล่าว ตนและคนขับแท็กซี่มีปัญหากันเรื่องค่าโดยสาร ก่อนจะถูกทำร้ายร่างกาย หลังจากนั้นตนจึงออกเอกสารส่งตัวไปตรวจร่างกายเพื่อมาประกอบสำนวนคดี และนัดมาให้ปากคำในวันที่ 13 พ.ค. อีกครั้ง        

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ "นู๋ อุ้ม จอ แบน" โพสต์ข้อความว่า "เรื่องนี้เป็นเรื่องเตือนใจ สำหรับผู้หญิงที่ต้องกลับบ้านดึก ควรระวังตัวให้มากๆ เมื่อวันที่ 8 เดือนพ.ค. ที่ผ่านมาเราได้นั่งแท็กซี่จากบางเขนเพื่อมาลงหอพักที่รามอินทรา แต่ตอนนั้นเป็นเวลาดึกแล้ว จึงทำให้บริเวณซอยหอพักที่เราอยู่ ดูเปลี่ยวผิดกับตอนกลางวันมาก จึงทำให้แท็กซี่คนนี้กล้าทำอุกอาจ พยายามจะทำร้ายเราดังภาพที่เห็น เพียงเพราะค่าโดยสารขาดแค่ 20 บาท เมื่อเวลาประมาณเกือบตี 3 ของวันนั้น พอแท็กซี่หยุดรถที่หน้าตึก มิเตอร์บอกราคาว่าราคา 220 บาท ซึ่งที่ตัวเรามีติดตัวอยู่เพียงแค่ 200 เราจึงบอกแท็กซี่ไปว่า ให้รอแป๊บนึงเพื่อที่เราจะเอาเศษที่ค้างไว้ 20 บาทไปให้ โดยที่เราทิ้งกระเป๋าอีกใบไว้บนรถ แต่แท็กซี่คนนี้กลับบอกว่า #ทำไมน้องไม่ทิ้งโทรศัพท์ไว้ล่ะ เราก็ไม่ได้สนใจ ลงรถไปและกลับไปหยิบเงินในห้องออกมาอีก 50 บาท เพื่อเอาไปให้แท็กซี่คนนี้ แต่พอเราไปถึงที่รถ กลับไม่มีคนขับอยู่บนรถ เราจึงก้มหยิบกระเป๋าจากหลังรถที่เราวางไว้ แต่กลับโดนแท็กซี่คนนี้อ้อมมาจากด้านหลัง จับหัวเรากดลงไปในหลังรถ แต่ด้วยความตกใจเราจึงเด้งตัวถีบแท็กซี่คนนี้แล้ววิ่งเข้ามาในตึก แต่แท็กซี่ก็ยังไม่หยุด วิ่งตาม กลับมาฉุดกระชากลากถูเรา พยายามดึงเราให้ไปขึ้นบนรถ เดชะบุญที่แม่บ้านประจำตึกตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเราตะโกนโวยวาย และคนอื่นๆ ในตึกก็ตื่น เราจึงปลอดภัยไม่ได้โดนแท็กซี่คนนี้ลากไปทำร้ายอะไร มีก็เพียงแต่รอยฟกช้ำตามแขนขาที่เราขัดขืนต่อสู้กับผู้ชายคนนี้ 

#ปล.แท็กซี่คันนี้ป้ายทะเบียนรถข้างประตูหลังผู้โดยสารไม่ติดให้ชัดเจน (ไม่มี ) 

#ขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันแชร์ค่ะ เราพยายามจะเอาเรื่อง แต่ไม่สามารถทำได้ เพราะจำป้ายทะเบียนแท็กซี่คันนี้ไม่ได้ค่ะ ถึงเอาเรื่องไม่ได้ แต่เราก็อยากแชร์ให้เพื่อนระวังตัวไว้ว่าขึ้นแท็กซี่คันนี้ไม่ปลอดภัย ถ้าตกหล่นตรงไหนขออภัยด้วยนะคะ ประสบการณ์นี้จะจดจำไปจนตาย (กลัว)"      

ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น. พ.ต.ท.อดิศักดิ์ ชูพันธุ์รอง ผกก.ป.สน.มีนบุรี ร.ต.อ.วัชรพล ควพุนพิน รอง สว.ป. เข้ามาตรวจสอบที่วีวีเอส แมนชั่น เลขที่ 5/3 ซ.รามอินทรา 115 แยก 5 แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กทม. พร้อมสอบถามเบื้องต้นกับน.ส.อรทัย      

ด้าน น.ส.อรทัย เปิดเผยว่าเมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 8 พ.ค. ตนกลับจากบ้านเพื่อนในซอยรามอินทรา 19 ได้เรียกแท็กซี่ซึ่งจำได้เพียงว่าเป็นสีเขียวเหลืองคันเกิดเหตุ ให้ไปส่งที่พักภายในซอยรามอินทรา 115 โดยตนนั่งที่นั่งด้านหลังเยื้องกับคนขับ พร้อมด้วยกระเป๋าเสื้อผ้าอีก 1 ใบ ตลอดเส้นทางไม่ได้มีการพูดคุยแต่อย่างใด ส่วนตัวคนขับแท็กซี่ไม่ได้แสดงอาการอะไร เมื่อถึงบริเวณหน้าแมนชั่นมิเตอร์ขึ้นราคาโดยสาร 220 บาท  แต่ตนมีเงิน 200 บาท จึงบอกแท็กซี่ให้รอก่อนจะไปเอาเงินจากห้องพักมาให้พร้อมกับทิ้งกระเป๋าเสื้อผ้าเอาไว้ในรถ เพราะเป็นหลักประกันว่าจะกลับมา แต่เมื่อตนหยิบเงินจะเอามาให้กลับไม่เห็นคนขับแท็กซี่ภายในรถ จึงเปิดประตูหลังและเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าเสื้อผ้า ปรากฏว่าแท็กซี่คนดังกล่าวได้พุ่งมาด้านหลังและกดหัวตนให้เข้าไปภายในตัวรถ แต่ตนได้ใช้เท้าทีบและสะบัดตัวหลุดมาได้ แล้ววิ่งหนีเข้ามาในแมนชั่น โชเฟอร์แท็กซี่คันดังกล่าวก็ยังตามมาฉุดกระชากตนโดยไม่ได้มีการบอกว่าต้องการอะไร ขณะนั้นตนก็ได้ตะโกนเรียกให้คนช่วยพร้อมกับบอกว่ามีกล้องวงจรปิดติดอยู่จนแม่บ้านของแมนชั่น และผู้ที่เช่าห้องตื่นออกมาเห็นเหตุการณ์หลายคน คนขับแท็กซี่จึงยอมปล่อยและอ้างว่าตนว่ายังให้เงินไม่ครบ ตนจึงบอกว่าให้นับดูให้ดีก่อน หลังจากนั้นคนขับแท็กซี่คันดังกล่าวจึงนับเงินแบบรีบๆ ก่อนจะเดินไปขึ้นรถและขับรถออกไป ตนจึงได้เดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน.มีนบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงให้ตนไปตรวจร่างกายแต่ตนมีเงินไม่พอเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการตรวจร่างกาย จึงยังไม่ได้ไปตรวจซึ่งในวันพรุ่งนี้ (12 พ.ค.59) ตนจะไปตรวจร่างกายให้เรียบร้อย หลังจากนั้นจะเข้าไปให้ปากคำเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป

ล่าสุดเมื่อเวลา 16.00 น. นายสุรชา เจนจับ อายุ 49 ปี คนขับรถแท็กซี่ ได้เดินทางมายัง สน.มีนบุรี เพื่อเข้ามาชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังมีกระแสข่าวออกไปในทางลบต่อคนขับรถแท็กซี่ โดยมี พล.ต.ต.ชัยพร พานิชอัตรา ผบก.น.3 พร้อมด้วย พ.ต.อ.กัญชล อินทราราม ผกก.สน.มีนบุรี พ.ต.ท.อดิศักดิ์ ชูพันธุ์ รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.หญิงดรุณี ประเสริฐ รอง ผกก.(สอบสวน) ร่วมสอบปากคำ โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที 

นายสุรชา กล่าวว่า ตนรับ น.ส.อรทัย มาจากปากซอยรามอินทรา 19 เพื่อมาส่งยังซอยรามอินทรา 115 เมื่อถึงที่หมายมิเตอร์แจ้งค่าโดยสาร 220 บาท น.ส.อรทัย กลับบอกว่าเงินขาดอีก 20 บาท จะเข้าไปเงินในห้องแล้วจะวางกระเป๋าเสื้อผ้าไว้ในรถก่อนจะเดินเข้าแมนชั่นไป ตนนั่งรออยู่ในรถเป็นเวลานานพอสมควร ก่อนจะเดินไปปัสสาวะข้างทาง แต่ขณะที่กำลังทำธุระอยู่นั้นเห็น น.ส.อรทัย เดินกลับมาที่รถแล้วหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าวิ่งเข้าไปในตึก ตนคิดว่า น.ส.อรทัย กำลังจะหนีจึงวิ่งตามไปดึงแขนไว้ แต่น.ส.อรทัย กลับวิ่งหนีเข้าไปในแมนชั่นและร้องให้คนช่วย ตนจึงทวงค่าโดยสารก่อนที่น.ส.อรทัย จะยื่นธนบัตร 50 บาทหนึ่งใบ 20 บาทหนึ่งใบ และเหรียญอีกกำมือหนึ่งมาให้ สาเหตุที่ตนต้องดึงแขน น.ส.อรทัย ไว้เนื่องจากตนไม่แน่ใจว่าเงินค่าโดยสารที่ได้มาครบตามจำนวนหรือไม่ ตนเห็นว่าเริ่มมีคนออกมาดูและกลัวว่าจะเข้าใจผิดจึงรีบขับรถออกไป ซึ่งหลังจากมีกระแสข่าวออกไปตนไม่สบายใจอย่างมาก จึงเดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

พล.ต.ต.ชัยพร กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดทั้งของแมนชั่น และกล้องของ กทม. ที่เกิดเหตุเรียบร้อยแล้ว แต่ต้องรอการสอบบุคคลทั้ง 2 และพยานแวดล้อมด้วย เพราะยังมีคำให้การบางอย่างไม่ตรงกัน และผู้เสียหายยืนยันจะเอาเรื่อง ทั้งนี้ยังไม่ได้มีการแจ้งความใดๆ เพราะต้องดูหลักฐานทั้งหมดก่อนว่ามีหลักฐานเพียงพอในการแจ้งความหรือไม่ อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่จะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายอย่างแน่นอน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำตัวนายสุรชา เจนจับ คนขับแท็กซี่ไปทำประวัติที่ฝ่ายสืบสวน ก่อนปล่อยตัวไป.

โชเฟอร์แท็กซี่คลิปฉาว ฉุดกระชากสาว 24 หน้าแมนชั่นย่านมีนบุรี ปมค่ารถขาดอีก 20 บาท รุดมอบตัวแสดงความบริสุทธิ์ หลังไม่สบายใจกระแสสังคมเข้าใจผิด ยันไม่ได้ทำร้ายร่างกาย เห็นว่าอีกฝ่ายจะหนีไม่แน่ใจได้เงินค่าโดยสารครบเลยไปดึงแขน... 11 พ.ค. 2559 19:01 11 พ.ค. 2559 19:55 ไทยรัฐ