วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปฏิเสธผู้โดยสาร บริการแย่! ปชช. หันพึ่งรถผ่านแอพฯ เหตุระบบขนส่งฯ ห่วย

หลังจากมีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์ผู้โดยสารเรียก Grab Bike จนเป็นเหตุเข้าใจผิดกันระหว่าง Grab Bike และผู้ขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะนั้น ปัญหาการแย่งผู้โดยสาร เป็นเพียงภาพเล็กๆ ของสังคมไทย แต่เบื้องหลังของปัญหาดังกล่าว เกิดจากการที่ระบบขนส่งมวลชนไทยมีปัญหาอย่างหนัก ประชาชนจึงจำเป็นจะต้องหาทางออก โดยการใช้ทางเลือกอื่นแทน แม้จะต้องจ่ายเงินแพงกว่าก็ยอม

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ขอเจาะปัญหาเบื้องลึกของประชาชนที่หันไปใช้บริการจากบริษัทเอกชนว่าเป็นเพราะเหตุใด และทางภาครัฐจะมีทางเรียกความเชื่อมั่นของประชาชนให้หันกลับมาใช้บริการของภาครัฐได้อย่างไร

เผยสถิติเรื่องร้องเรียนจากกรมการขนส่งทางบก

จากสถิติของกรมการขนส่งทางบก ที่มีประชาชนร้องเรียนเข้ามานั้น พบว่า สถิติการรับเรื่องร้องเรียนผ่านศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ โทร.1584 จำแนกตามประเภทรถ ตั้งแต่เดือน ต.ค. 57 - ก.ย.58

ตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่ง ทั้งหมด 12,364 ราย จำแนกเป็น ขสมก. 2,066 ราย รถร่วมบริการ 4,722 ราย รถมินิบัส 1,054 ราย บขส. และรถเอกชนร่วมบริการ 1,434 ราย รถตู้โดยสารปรับอากาศ 2,130 รถโดยสารสองแถว 466 ราย รถอื่นๆ 492 ราย ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ทั้งหมด 45,597 ราย จำแนกเป็น รถแท็กซี่ 43,879 ราย รถอื่นๆ 1,718 ราย รวมทั้งสิ้น 57,961 ราย

และยังพบว่า ประเภทเรื่องร้องเรียนที่แจ้งเข้ามา ได้แก่ ผู้ประจำรถแสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ รถแท็กซี่เป็นอันดับหนึ่ง 6,161 ราย รองลงมาเป็นรถจักรยานยนต์รับจ้าง 247 ราย ขับรถประมาทหวาดเสียว รถแท็กซี่เป็นอันดับหนึ่งเช่นกัน 4,577 ราย รองลงมาเป็นรถจักรยานยนต์รับจ้าง 256 ราย เก็บค่าโดยสารเกินอัตราที่ทางราชการกำหนด รถแท็กซี่ยังคงเป็นอันดับหนึ่ง 1,465 ราย รถจักรยานยนต์รับจ้าง 334 ราย

จะเห็นได้ว่าสถิติการร้องเรียนเกิดขึ้นกับรถแท็กซี่และรถจักรยานยนต์รับจ้างเป็นส่วนใหญ่ ฉะนั้น เมื่อเกิดปัญหาจนทำให้มีผู้ร้องเรียนดังกล่าว อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้ใช้บริการหันมาใช้ทางเลือกอื่น เช่น เรียกรถผ่านแอพลิเคชั่นโทรศัพท์ของบริษัทเอกชนที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในปัจจุบัน แม้ว่าจะต้องเสียค่าบริการที่แพงกว่าก็ตาม

ผู้ใช้บริการยอมจ่ายแพง ซื้อความสะดวกปลอดภัย

ทีมข่าวฯ ได้พูดคุยกับ น.ส.เมธาวี ทัศนาเสถียรกิจ อายุ 24 ปี ผู้ใช้บริการเรียกรถรับจ้างผ่านแอพลิเคชั่น โดยเธอมักจะใช้บริการอยู่เป็นประจำ เพราะต้องเรียกรถให้มารับถึงหน้าหอเพื่อเดินทางไปทำงาน เธอยอมรับว่า การเรียกรถผ่านแอพลิเคชั่นนั้น นอกจากจะมีความสะดวกสบายแล้ว ยังมีราคาค่าโดยสารถูกกว่ารถจักรยานยนต์รับจ้างทั่วไป ส่วนรถแท็กซี่ที่เธอเรียกผ่านแอพลิเคชั่น ถึงแม้ว่าราคาจะแพงกว่าแต่เธอเลือกที่จะใช้บริการเพราะรู้สึกปลอดภัย และมีความเป็นส่วนตัว

"ปกติแล้วจะเลือกใช้บริการเรียกรถผ่านแอพลิเคชั่นมากกว่า โดยเหตุผลที่เลือกใช้บริการ เพราะรับถึงที่ สะดวก ไม่ต้องเดินออกไปเรียกไกล และมีราคาถูกกว่าวินรถจักรยานยนต์ปกติด้วย เพราะเมื่อก่อนเคยเจอผู้ขับขี่เมาแล้วมาขับรถก็เลยไม่อยากใช้บริการแบบนี้

ส่วนวันไหนกลับดึกจะต้องนั่งรถแท็กซี่ ก็จะเลือกใช้บริการของบริษัทเอกชนที่มีราคาสูงกว่าทั่วไป เพราะรู้สึกว่าปลอดภัยกว่า สามารถเช็กได้ว่าขับรถไปตามเส้นทางหรือเปล่า มีเบอร์รถ มีข้อมูลทุกอย่าง สามารถโทรตามได้ด้วย และรถที่ใช้นั้นเป็นรถส่วนตัวทำให้ดูสะอาดกว่า น่านั่งกว่ารถแท็กซี่ทั่วไป เพราะบางครั้งคนขับแท็กซี่ชอบบ่นหรือด่าไปเรื่อย ซึ่งเวลาทำงานมาเหนื่อยก็ไม่อยากจะฟังอะไรแย่ๆ แบบนี้ เราเลยเลือกที่จะจ่ายแพงกว่า เพื่อซื้อความปลอดภัยและความสบายใจของตัวเราเอง"น.ส.เมธาวี เล่าจากประสบการณ์

วินรับจ้างเรียกค่าโดยสารไม่เป็นธรรม ผู้บริโภคหันพึ่ง Grab Bike

ดร.สุเมธ องกิตติกุล ผู้อำนวยการวิจัยด้านนโยบายการขนส่งและโลจิสติกส์ กล่าวถึงปัญหาของรถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะว่า ตามนโยบายของรัฐแล้ว ไม่สนับสนุนให้ผู้โดยสารเลือกใช้รถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะในระยะทางยาว แต่ยอมรับว่าการบังคับใช้ในปัจจุบันไม่ได้ผลเท่าที่ควร เนื่องจากยังคงมีผู้โดยสารส่วนหนึ่งที่เลือกใช้บริการรถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะในช่วงเวลาเร่งรีบ ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ รถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะ ไม่มีมิเตอร์ ฉะนั้น แน่นอนว่าการเรียกเก็บค่าโดยสารจึงขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้ให้บริการ ด้วยเหตุนี้ ทำให้ผู้โดยสารในปัจจุบันหันไปพึ่งการเรียกใช้บริการรถผ่านแอพลิเคชั่นมากขึ้น เพราะมีการคำนวณค่าโดยสารตามระยะทาง ทำให้ผู้โดยสารรู้สึกว่ายุติธรรมกว่า และอีกปัญหาที่ยังคงเกิดขึ้นบ่อยครั้งคือ การแย่งผู้โดยสาร จนเกิดการเบ่งอิทธิพลในพื้นที่ขึ้น ซึ่งกรณีนี้จะต้องมีการลดปัญหาโดยการควบคุมเรื่องของจำนวนมอเตอร์ไซค์รับจ้างในพื้นที่และไม่ให้มีการข้ามถิ่นกัน

เรียกแล้วไม่ไป ปฏิเสธรับผู้โดยสาร ไม่ทอนเงิน! ปัญหาร้องเรียนใช้บริการแท็กซี่

อย่างไรก็ตาม ไม่เพียงแค่ปัญหาเรื่องของรถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะเท่านั้น เพราะปัญหาของระบบขนส่งมวลชนที่ทำให้ประชาชนเกิดความปวดเศียรเวียนหัว จนต้องมีการร้องเรียนเข้ามามากที่สุด คือ รถยนต์รับจ้าง หรือ รถแท็กซี่ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องการปฏิเสธรับผู้โดยสารมาเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมา คือ การไม่ทอนเงินให้กับผู้โดยสาร

ผอ.วิจัยด้านนโยบายการขนส่งและโลจิสติกส์ เผยถึงคุณภาพการให้บริการของรถแท็กซี่ว่า ปัจจุบันมีรถแท็กซี่ในระบบขนส่งมวชนมากถึง 70,000 คัน ซึ่งเรื่องของคุณภาพและการบริการถือว่ายังคงมีปัญหาอยู่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปฏิเสธรับผู้โดยสาร หรือเลือกรับผู้โดยสาร เช่นเดียวกันกับกรณีของรถจักรยานยนต์ คือทำให้ผู้บริโภคหันไปพึ่งการใช้บริการรถผ่านแอพลิแคชั่นเข้ามาแก้ปัญหามากขึ้น ดังนั้น ในส่วนนี้มองว่า หน่วยงานรัฐจะต้องเข้ามาปรับปรุงคุณภาพการให้บริการของรถแท็กซี่ให้ดีขึ้น ทั้งเรื่องของการปรับระเบียบให้เหมาะสม และมีการกำกับดูแลควบคุมคุณภาพการให้บริการที่เข้มข้นขึ้น เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นและไว้ใจในการรับบริการเพิ่มมากขึ้น

ทีมข่าวฯ ถามต่อว่า ส่วนปัญหาการไม่ทอนเงินค่าโดยสารของรถยนต์รับจ้าง หรือรถแท็กซี่ ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ของคุณภาพการให้บริการหรือไม่? ได้รับคำตอบจาก ดร.สุเมธ ว่า ส่วนตัวมองปัญหาการทอนเงิน เป็นปัญหาที่ผู้โดยสารสามารถช่วยกันแก้ไขได้ เพราะไม่ต่างกับการขึ้นรถเมล์แล้วจ่ายแบงก์ใหญ่ ดังนั้น ปัญหานี้แก้ได้ที่ตัวผู้โดยสารเอง ควรจะเตรียมเงินให้พอดีกับค่าโดยสาร อย่างไรก็ตาม มองว่าปัญหานี้ไม่ได้เกิดกับรถแท็กซี่ทุกคัน แต่เป็นเรื่องเฉพาะผู้ให้บริการบางคนเท่านั้น

ระบบขนส่งฯ หลัก บริการแย่ ผู้โดยสารหันพึ่งทางเลือกเสริมหมด

ทั้งนี้ สำหรับปัญหาของระบบขนส่งมวลชนในปัจจุบันนั้น ดร.สุเมธ เผยว่า หากเล็งไปที่ภาพรวมของปัญหาระบบขนส่งมวลชนแล้ว ปัญหาหลักก็คือ เรื่องของการกำกับดูแล และบริหารจัดการทั้งระบบ ซึ่งแท้จริงแล้วการบริการหลักของระบบขนส่งมวลชนก็คือ รถไฟฟ้า และรถประจำทาง หรือรถเมล์ ซึ่งถือเป็นระบบที่มีปัญหามาก ทั้งคุณภาพของการให้บริการ ความล่าช้าในการเดินทาง และไม่มีความปลอดภัย ทำให้ผู้บริโภคในปัจจุบันเลือกหันไปพึ่งใช้บริการรถแท็กซี่ และรถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะ ซึ่งเป็นทางเลือกเสริมสำหรับผู้บริโภคที่ยอมจ่ายแพงเพื่อซื้อเวลาในชั่วโมงเร่งรีบ

“เพราะฉะนั้น หากหน่วยงานรัฐเล็งเห็นถึงปัญหา และสามารถปรับปรุงพัฒนาคุณภาพการบริการหลักให้อยู่ในมาตรฐานที่ดีได้ ก็จะทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือก และหันกลับมาพึ่งใช้บริการหลักอย่างรถประจำทางได้” ผอ.วิจัยด้านนโยบายการขนส่งและโลจิสติกส์ กล่าว

ระบบขนส่งฯ หย่อนยาน! ช่องโหว่การบริการรถแท็กซี่ไม่มีคุณภาพ

อย่างไรก็ตาม ดร.สุเมธ กล่าวกับทีมข่าวฯ ว่า แม้ช่องโหว่สำคัญของการจัดการระบบขนส่งมวลชนในปัจจุบันคือ ปัญหาของทรัพยากรเจ้าหน้าที่รัฐที่ไม่เพียงพอต่อปริมาณของรถที่ให้บริการสาธารณะ โดยเฉพาะรถแท็กซี่ ที่วิ่งอยู่ในระบบมากถึง 70,000 คัน ซึ่งแน่นอนว่า โอกาสที่รถแท็กซี่หนึ่งคันจะโดนจับได้ก็น้อยมาก เพราะฉะนั้นจึงกลายเป็นช่องโหว่ให้รถแท็กซี่ส่วนใหญ่กล้าที่จะปฏิเสธผู้โดยสาร และละเมิดกฎหมายได้

“ดังนั้น สิ่งสำคัญคือกลไกการกำกับดูแลอาจจะต้องมีการปรับปรุงให้มีความเข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะระบบการออกตรวจอย่างต่อเนื่องมากกว่าที่เป็นอยู่ เพราะเป็นปัญหาที่ปล่อยไว้ไม่ได้เลย โดยเฉพาะเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย เนื่องจากเมื่อไรที่ไม่ได้มีการบังคับใช้อย่างจริงจัง แน่นอนว่า กลายเป็นโอกาสให้เกิดช่องโหว่ในการกระทำผิดกฎหมายได้ง่ายเท่านั้น” ผอ.วิจัยด้านนโยบายการขนส่งและโลจิสติกส์ กล่าว

ส่วนกรณีที่มีการแชร์คลิปเหตุการณ์ผู้โดยสารเรียกใช้บริการรถจักรยานยนต์รับจ้างผ่านแอพลิเคชั่นหนึ่ง จนเป็นเหตุให้ผู้ให้บริการรถจักรยานยนต์สาธารณะในพื้นที่เกิดความไม่พอใจนั้น สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว ดร.สุเมธ วิเคราะห์เหตุการณ์ให้ฟังว่า ไม่ปฏิเสธเรื่องการเรียกใช้บริการรถผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ เนื่องจากเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภค แต่สำหรับกรณีดังกล่าว หากวิเคราะห์ตามระเบียบกฎหมายแล้ว รถจักรยานยนต์รับจ้างที่เรียกกันว่า Grab Bike ไม่มีสิทธิ์เข้ามารับผู้โดยสารในพื้นที่ที่มีวินรถจักรยานยนต์รับจ้างประจำอยู่ เพราะการจดทะเบียนเป็นรถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะจะต้องถูกกำหนดพื้นที่การให้บริการไว้ ขณะเดียวกัน รถจักรยานยนต์รับจ้างในพื้นที่ก็ไม่มีอำนาจใดที่จะเข้าไปทำพฤติกรรมดึงกุญแจเขาออก กรณีนี้รถจักรยานยนต์ Grab Bike มีสิทธิ์ที่จะแจ้งความดำเนินคดีกับวินเจ้าถิ่นได้

เมื่อถามว่า การมีแอพลิเคชั่นเข้ามาเป็นทางเลือกเสริม ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้นหรือไม่นั้น? ดร.สุเมธ แสดงทรรศนะว่า การเรียกใช้บริการรถผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ แน่นอนว่าเป็นอีกทางเลือกในการรับบริการของผู้บริโภค แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบระเบียบที่รัฐกำหนดไว้เป็นมาตรการคุ้มครองทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค เพราะฉะนั้นหากเกิดปัญหาอะไรขึ้นกับผู้บริโภคเอง จึงไม่สามารถเรียกร้องได้

ขณะที่ ทางฟากฝั่งของ กรมการขนส่งทางบก เจ้าภาพในการแก้ไขปัญหาเรื่องระบบขนส่งสาธารณะครั้งนี้ ทีมข่าวฯ ได้พูดคุยถกปัญหากับ นายณันทพงศ์ เชิดชู รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ถึงปัญหาที่คนเมืองกรุงพบเจอบ่อย จนต้องหันไปพึ่งทางเลือกใหม่ในประเด็นต่างๆ ดังนี้...

ทางเลือกใหม่ ไร้กรอบกฎหมาย ผู้รับความเสี่ยง คือ ประชาชน!

นายณันทพงศ์ กล่าวว่า ปัจจุบันกระแสความนิยมของสังคมแตกออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งยังให้ความเชื่อถือระบบรถสาธารณะอยู่ แต่ส่วนหนึ่งนิยมของใหม่ อาจจะเป็นคนที่อยู่ในโลกของโซเชียลมีเดีย รักความทันสมัยไฮเทค ก็จะนิยมของใหม่ที่เข้ามา โดยที่อาจจะมองข้ามเรื่องของความปลอดภัย คนที่อยู่ในระบบจะมองว่า รถจักรยานยนต์รับจ้างเสื้อสีส้มต้องปกป้องสิทธิ์ลูกค้าของตนเองเมื่อมีบุคคลอื่นมาทำละเมิด แต่คนที่นิยมของใหม่ และเป็นคนที่ไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องหลักการจัดระเบียบตามกฎหมายก็จะมองว่าดีกว่าและเป็นทางเลือกใหม่ ฉะนั้น ความเห็นของสังคมยังแบ่งออกเป็นหลายกลุ่มอยู่

และที่ผ่านมาเรื่องการจัดระเบียบวินรถจักรยานยนต์นั้น ถือว่าเป็นวินที่ถูกต้องหมดแล้ว มีการทำเสื้อจัดลำดับอย่างถูกต้อง มีป้ายชื่อรูปถ่ายอยู่หลังเสื้อ เพื่อผู้โดยสารจะได้รู้ว่าเป็นใคร การอนุญาตตั้งวินฯ จะตั้งตามท้องที่ เช่น ในซอยหรือโซนต่างๆ จะเห็นได้ว่าวินฯ ใน กทม.เป็นระเบียบมาก

แต่อยู่มาวันหนึ่ง เมื่อมีของแปลกใหม่เข้ามาผ่านแอพลิเคชั่น ประชาชนมองว่าดี สะดวก ทันสมัย ก็หันไปใช้บริการ คิดว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่ความจริงแล้วเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องเพราะเขาเหล่านั้นไม่ได้ผ่านระบบการจัดระเบียบของราชการ นั่นคือ คนขับจะต้องผ่านการคัดกรองอย่างถูกต้อง อายุต้องไม่น้อยกว่า 20 ปี จึงจะสามารถมาขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างได้ อบรมใบขับขี่ธรรมดาเสร็จแล้วก็ต้องอบรมใบขับขี่สาธารณะเพิ่มเติม ต้องสอบประวัติอาชญากรรม ส่วนเรื่องรถจะต้องจดทะเบียนในประเภทสาธารณะ คือ รับจ้าง กฎหมายประเทศไทยระบุให้รถส่วนบุคคลให้วิ่งเฉพาะส่วนตัว แต่ถ้ารถสาธารณะจึงจะวิ่งรับจ้างได้ เพราะฉะนั้น รถจักรยานยนต์รับจ้างที่ถูกต้องจะต้องเป็นป้ายเหลืองเท่านั้น

ส่วนบริษัทเอกชน ถ้าเข้ามาให้บริการแล้วไม่ยอมรับกติกา จึงถือเป็นการละเมิดกฎหมาย ไม่ผ่านการสกรีนคน ไม่ผ่านการอบรมเรื่องจิตสำนึกในการให้บริการรับส่งผู้โดยสาร เมื่อถึงเวลาเกิดปัญหาขึ้นมาจริงๆ สุดท้ายประชาชนก็จะเป็นผู้รับความเสี่ยงทั้งหมด จากการไม่ทำตามกฎหมายของบริษัทเอกชน

เสื้อสองสี หวั่นเกิดปัญหา แย่งที่ทำมาหากิน

ทีมข่าวฯ ถามต่อว่า หากผู้ขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์สาธารณะ มีพฤติกรรมที่ดี ประชาชนคงไม่เลือกใช้บริการของบริษัทเอกชนจริงหรือเปล่า โจทย์ข้อนี้ รองอธิบดีกรมการขนส่งฯ ยอมรับว่า ผู้ให้บริการที่มีพฤติกรรมไม่ค่อยดียังมีอยู่ในสังคมจริง ซึ่งต้องจัดการปราบปรามหรือลงโทษกันไป ขณะที่ ผู้ที่อยู่นอกกฎหมาย พยายามเอาสิ่งที่เหนือกว่ามาหยิบยื่นให้กับประชาชน เช่น เรียกง่าย เครื่องมือทันสมัย คนขับแต่งตัวถูกใจวัยรุ่น มันเป็นการแข่งขันทางธุรกิจ บริษัทเหล่านี้ต้องช่วงชิงหาสิ่งที่ดีกว่ามานำเสนอ แต่กลับเพิกเฉยกับกฎหมาย และหากปล่อยให้กลุ่มคน 2 กลุ่มหากินร่วมกันในท้องถนน เสื้อสีส้มมีเป็นแสนคันคงไม่ยอม เชื่อว่าคงไม่อยากเห็นคนทะเลาะวิวาทกันกลางท้องถนนเรื่องแย่งที่ทำมาหากิน

แอพลิเคชั่น + จักรยานยนต์ อันตรายที่หลายคนมองข้าม

เมื่อถามว่า ข้อดีของบริษัทเอกชน เช่น สะดวก ปลอดภัย มีส่วนลด เรียกได้ล่วงหน้า ไม่มีปฏิเสธ แจ้งได้หากพบว่ามีพฤติกรรมไม่ดี เพราะมีข้อมูลของคนขับอยู่แล้ว สามารถนำมาปรับใช้กับแท็กซี่ หรือวินรถจักรยานยนต์ได้หรือไม่นั้น นายณันทพงศ์ กล่าวว่า เรื่องการแจ้งร้องเรียนในระบบราชการคนใดที่ทำผิดซ้ำซากจะมีการลงโทษที่แรงขึ้น เป็นการปรามไม่ให้มีการเอาเยี่ยงอย่าง และปรามไม่ให้ผู้นั้นกระทำความผิดซ้ำซาก มีระบบที่มั่นคงเชื่อถือได้

ทางขนส่งฯ พยายามทำทุกอย่างให้พัฒนาขึ้น แต่ยังมีบางเรื่องที่ไม่สามารถนำมาปรับใช้ได้ เช่น แอพลิเคชั่น กับการใช้รถจักรยานยนต์ เนื่องจากการใช้เครื่องมือสื่อสารในขณะขับขี่เป็นอันตราย หากเป็นรถยนต์พอรับได้กับการใช้แอพลิเคชั่น เพราะบนรถมีการใช้จีพีเอสอยู่แล้ว แต่รถจักรยานยนต์รับจ้างไม่เหมาะที่จะขี่ไปแล้วใช้โทรศัพท์ไปด้วย ถึงแม้จะติดตั้งกับแฮนด์รถก็ตาม แต่สมาธิของผู้ขี่จะละสายตาจากถนนไปมองโทรศัพท์บ่อย ทั้งการสรุปค่าโดยสาร เสิร์ชหาลูกค้า จึงเป็นความอันตรายที่หลายคนมักมองข้ามไป

ขนส่งฯ ขอความร่วมมือ แจ้งเบาะแสพฤติกรรมแย่ เปลี่ยนภาพลักษณ์รถสาธารณะ

รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ขอความร่วมมือจากประชาชนว่า หากเจอพฤติกรรมไม่ดี ขอให้แจ้งมาที่กรมการขนส่งฯ เพื่อที่จะจัดการอย่างเข้มงวดกับทุกกรณี ส่งเจ้าหน้าที่ติดตามค้นข้อมูล และเรียกผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมไม่ถูกต้องมาดำเนินคดีทุกราย และมีมาตรการเพิ่มขึ้นเพื่อให้เข็ดหลาบ และสั่งอบรม 3 ชั่วโมง ซึ่งจะทำให้พวกเขาเสียรายได้ไป และจะพักใช้ในกรณีที่มีความผิดรุนแรงขึ้น อาจจะ 3-6 เดือน ถ้าแรงกว่านั้นจะเพิกถอนใบอนุญาต ซึ่งเป็นมาตรการกำจัดน้ำเสียมากกว่าน้ำดี

อย่างไรก็ตาม หากระบบขนส่งของประเทศไทยยังเป็นปัญหาและสร้างความยากลำบากให้กับผู้ใช้บริการ จึงไม่แปลกที่จะพวกเขาจะแก้ปัญหาด้วยตัวเอง โดยการหันไปพึ่งบริการอื่นที่ดีกว่า แม้ว่าจะต้องจ่ายในราคาที่แพงกว่าเดิม เพราะว่าพวกเขาเลือกไม่ได้.

  • สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์ สามารถส่งเรื่องราวหรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่
    
reporter.thairath@gmail.com หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ

หลังจากมีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์ผู้โดยสารเรียก Grab Bike จนเป็นเหตุเข้าใจผิดกันกับวินรถจักรยานยนต์ เป็นเพียงภาพเล็กๆ ของสังคมไทย แต่เบื้องหลังนั้นคือการที่ระบบขนส่งมวลชนมีปัญหา ประชาชนจึงต้องพึ่งทางเลือกอื่น แม้จะแพงกว่าก็ตาม 11 พ.ค. 2559 17:32 12 พ.ค. 2559 10:10 ไทยรัฐ