วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อนาคตของ Louis Vuitton กับ Kim Jones

โดย GQ Thailand

บ่ายแก่ๆ ของเดือนกุมภาพันธ์ พร้อมอากาศเย็นฉ่ำแบบที่ประเทศเขตร้อนไม่เคยประสบ คือสิ่งแรกที่สัมผัสได้เมื่อก้าวขาแตะพื้นท่าอากาศยานเสียมราฐ ผมก้าวขึ้นรถเบนซ์ลีมูซีนหรูรุ่นวินเทจปี 1965 ซึ่งดูเข้ากันเป็นอย่างดีกับกระเป๋าโมโนแกรมที่วางข้างตัวระหว่างทางไปโรงแรมเพื่อพบกับนักออกแบบดังที่ทุกคนอยากรู้จัก สิ่งที่น่าตื่นเต้นสำหรับการเดินทางครั้งนี้มิใช่โอกาสไปเดินถ่ายภาพเซลฟี่กับนครวัดอันโด่งดัง แต่มันคือโอกาสพิเศษที่หาได้ยากยิ่งเมื่อนิตยสาร GQ Thailand ได้รับเชิญแบบเอ็กซ์คลูซีฟให้เป็นนิตยสารฉบับเดียวจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้ร่วมเดินทางย้อนรอยกับแรงบันดาลใจในคอลเลกชั่นล่าสุดของ หลุยส์ วิตตอง (Louis Vuitton) ที่ออกแบบโดยคิม โจนส์ (Kim Jones)

โจนส์คือหนึ่งในนักออกแบบเสื้อผ้าผู้ชายที่โด่งดังที่สุด ถ้าจะเรียกคอลเลกชั่นเสื้อผ้าผู้ชายของหลุยส์ วิตตอง ประจำฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อนปีนี้ว่าเป็นโชว์ที่ดีที่สุดของกรุงปารีสก็คงไม่ผิด ศิษย์เก่าปริญญาโทด้านการออกแบบจากโรงเรียนแฟชั่น Central Saint Martins ฉายแววสดใสมานานนมนับตั้งแต่จบการศึกษาในปี 2001 หลังจากนั้นเขาก็ฝึกปรือฝีมือกับแบรนด์ดังมากมาย ทั้ง Dunhill, Mulberry, Hugo Boss จนถึง Alexander McQueen แต่คอลเลกชั่นที่สั่งสมแฟนคลับที่เป็นเด็กหนุ่มรุ่นใหม่คือการทำหน้าที่ออกแบบรองเท้ากีฬาสุดเท่ให้แบรนด์กีฬาดังในชื่อ ‘Umbro by Kim Jones’ ต่อมาในปี 2011 ชื่อของโจนส์ก็ถูกประกาศให้เป็นผู้อำนวยการฝ่ายสไตล์และต่อมาก็กลายเป็นผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ โดยเขารับหน้าที่ออกแบบเสื้อผ้าสุภาพบุรุษให้หลุยส์ วิตตอง และทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดีจนสามารถผลักดันหลุยส์ วิตตอง ในวันนี้ให้เป็นกลายเป็นโชว์ที่ฮอตที่สุดในสัปดาห์แฟชั่นที่กรุงปารีส

แล้วรถเบนซ์ลีมูซีนสุดหรูก็เดินทางมาถึงโรงแรมห้าดาวใจกลางเมืองเสียมราฐ นี่คือโรงแรมระดับไฮเอนด์ที่มีห้องพักเพียงไม่กี่ห้องบนอาคารเตี้ยๆ ชั้นเดียว ที่สำคัญมันคือโรงแรมสุดโปรดที่โจนส์จะแวะพักทุกครั้งที่เดินทางมาที่นี่ ขณะนี้เป็นเวลาบ่ายสามโมงตรงตามเวลานัดหมาย แล้วโจนส์ก็เดินเข้ามาทักทายแบบสุภาพในชุดเสื้อเชิ้ตกางเกงขาสั้นลายตาราง ซึ่งเป็นคอลเลกชั่นพรีสปริงที่ดูเท่ลงตัวเป็นอย่างดีกับภูมิอากาศของที่นี่ บทสัมภาษณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟระหว่าง GQ Thailand กับโจนส์เกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของเขา ตลอดจนความเป็นมาของคอลเลกชั่นล่าสุดและอนาคตของโลกแฟชั่นจึงเริ่มต้นขึ้น

มาเริ่มด้วยแรงบันดาลใจของคอลเลกชั่นล่าสุดที่หลุยส์ วิตตอง กันดีกว่า

เมื่อปี 2014 ผมมีโอกาสเดินทางไปประเทศพม่าและได้ข้ามมายังฝั่งไทย ในตอนนั้นผมมีโอกาสได้พบกับพวกชาวเขาและชาวกะเหรี่ยงหลายชนเผ่า ผมพบว่าเสื้อผ้าที่พวกเขาใส่มันดูเหมือนเสื้อผ้าแนวสปอร์ตแวร์จากทศวรรษ 50s และนั่นคือจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจในเสื้อผ้าคอลเลกชั่นนี้

เมื่อปีที่ผ่านมาผมจึงเดินทางกลับไปยังประเทศไทยอีกครั้ง แล้วก็ข้ามไปลาวและกัมพูชา ผมพบว่าเสื้อผ้าที่ชนเผ่าแถบนี้สวมใส่มันดูร่วมสมัยดีนะถ้าคุณจะรู้จักจัดการแยกชิ้นส่วน สิ่งแรกที่ผมทำจึงเป็นการคิดออกแบบแจ็กเก็ตลำลองซาตินที่มีลายปักเยอะๆ อย่าง ‘Souvenir Jacket’ ต่อจากนั้นจึงคิดเรื่องการปักประดับ เพราะตั้งแต่ผมรับหน้าที่ออกแบบที่วิตตอง เรายังไม่เคยออกแบบอะไรที่มีลายปักเลย พวกสิงสาราสัตว์ที่พบได้เฉพาะในประเทศแถบนี้จึงเป็นสิ่งแรกที่ผมนึกถึง เช่นรูปเสือที่ทำให้นึกถึงไทยและลาว ดอกปักษาสวรรค์หมายถึงอินโดนีเซีย ผสานกับนกกระเรียนที่หมายถึงญี่ปุ่น

เนื้อผ้าที่คุณใช้ในคอลเลกชั่นนี้ล่ะมีอะไรเป็นพิเศษบ้าง

ผ้าไหมเท่านั้นที่เป็นตัวแทนของทวีปเอเชีย ถ้าเดินทางมาประเทศแถบนี้คุณจะรู้ว่าผ้าไหมนั้นสำคัญแค่ไหน คอลเลกชั่นนี้ผมคิดถึงอะไรที่กลอสซี่ เงาๆ ดูหรูหรา ผ้าไหมจึงเป็นเนื้อผ้าหลักที่ใช้ นอกจากนี้ยังมีเทคนิคการผลิตแบบใหม่ซึ่งเป็นการอัดหนังที่ปลอกจนเนื้อบางสุดๆ อัดเข้ากับผ้าไหมออร์แกนซ่า ซึ่งผมเรียกว่า ‘หนังออร์แกนซ่า’ (Organza Leather) ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นแจ็กเก็ตหนังที่ใส่ได้ทั้งสองด้านแต่สิ่งสำคัญคือความเบาบางอย่างที่สุดของแจ็กเก็ตหนัง ซึ่งทำให้การผสมเสื้อผ้าแบบเลเยอริ่งกับเสื้อหนังเป็นไปได้ง่ายขึ้นสำหรับฤดูร้อน

แล้วมีอะไรที่เป็นดาวเด่นของคอลเลกชั่นล่าสุดนี้บ้าง

ผมคิดว่าผ้าเดนิมวาว ในที่นี้ขอเรียกว่า ‘ไหมเดนิม’ มันคือการผสมเนื้อผ้าสไตล์เวิร์กแวร์และความหรูหราแบบไฮเอนด์ได้อย่างลงตัว นอกจากนั้นยังมีการปักตกแต่งตัวเสื้อซึ่งใช้ความประณีตและเวลาในการปักนานมาก ตัวอย่างชัดเจนคือเสื้อแขนสั้นที่มีการปักเลื่อมปล่องเป็นรูปตัววีซึ่งรับแรงบันดาลใจทั้งรูปทรงและสีสันจากลายกาสตอง วี (Gaston V) ซึ่งใช้เวลาและฝีมือละเอียดมากในการปักลายเสื้อเชิ้ตตัวนั้น

นอกจากนั้นยังมีเทคนิคการผลิตหนังที่พิเศษมากในคอลเลกชั่นนี้ หนังที่เลือกใช้เป็นเทคนิคการผลิตหนังโบราณจากประเทศญี่ปุ่น เป็นหนังจากวัวโกเบซึ่งต้องย้อมและฟอกสีเมื่ออุณหภูมิและความชื้นในอากาศเหมาะสมเท่านั้น เทคนิคดังกล่าวทำให้สีและพื้นผิวของหนังที่ได้ดูเงางามและนุ่มนวลมีผิวสัมผัสน่าสนใจอย่างที่สุด นอกจากนั้นยังมีกระเป๋ารุ่นใหม่ที่ออกแบบเพื่อฤดูกาลนี้โดยเฉพาะอย่างโมโนแกรม โคบอลต์ บลู (Monogram Cobalt Blue) ซึ่งเป็นภาคต่อที่พัฒนามาจากกระเป๋ารุ่นดามิเยร์ โคบอลต์ ที่ผมเคยสร้างสรรค์ในฤดูหนาวปี 2014

ในคอลเลกชั่นนี้ยังมีเซตชุดนอนร่วมอยู่ด้วย แรงบันดาลใจเหล่านี้มาจากไหน

สำหรับผม เวลานึกถึงหลุยส์ วิตตอง จะนึกถึงชีวิตแบบหรูหราฟู่ฟ่า ดังนั้นชุดที่เป็นสไตล์เลานจ์แวร์และชุดนอนจึงหมายถึงความหรูหราแบบสูงสุด ผมคิดว่าแบบเสื้อสไตล์นี้เหมาะกับประเทศในเขตร้อนอย่างที่สุด เพราะเป็นงานออกแบบสไตล์เสื้อสองชิ้นแบบเสื้อบวกกางเกง ซึ่งถือเป็นวัฒนธรรมการแต่งตัวหลักของประเทศแถบนี้ ดังนั้นไอเดียชุดนอนผ้าซาตินจึงดูเหมาะมากกับสภาพอากาศ ในหัวผมเห็นภาพผู้ชายสมัยใหม่ที่สวมเชิ้ตผ้าซาตินสไตล์ชุดนอนกับกางเกงขายาวเท่ๆ ผมคิดว่าดูโมเดิร์นมากและเหมาะที่สุดกับการออกไปนั่งดินเนอร์ยามค่ำคืนแล้วไปต่องานปาร์ตี้ยามดึก

แต่ตอนนี้อากาศในประเทศเมืองร้อนบางครั้งก็กลับกลายเป็นหนาว และผมคาดว่าอากาศในอนาคตคงแปรปรวนจนการออกแบบเสื้อตามฤดูกาลแบบเดิมๆ คงไม่เหมาะสมอีกต่อไป คุณคิดว่าอย่างไร

ผมยอมรับเลยว่าผมเป็นนักออกแบบที่ให้ความสำคัญกับเรื่องประโยชน์ใช้สอยพอๆ กับงานออกแบบ ดังนั้นตอนที่ผมคิดออกแบบคอลเลกชั่นฤดูหนาวซึ่งโดยปกติจะเริ่มวางจำหน่ายปลายเดือนมิถุนายน ผมรู้ดีว่าตอนนั้นอากาศยังคงเป็นช่วงฤดูร้อน นี่เองจึงเป็นเหตุผลที่คอลเลกชั่นฤดูหนาวปลายปีนี้มีทั้งเสื้อเนื้อบางที่คุณสามารถนำมาใส่ตอนที่ยังร้อนได้อยู่ ไล่ไปจนถึงโอเวอร์โค้ตตัวหนาที่มีไว้ขายช่วงปลายปีตอนที่อากาศเริ่มหนาวแบบสุดๆ

คอลเลกชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อนของปีนี้เราได้เห็นงานออกแบบที่มีความเป็นเฟมินีนจัดๆ ในหลายแบรนด์เลยทีเดียว คุณคิดว่าเทรนด์นี้คือสิ่งที่คุณสร้างขึ้นที่โชว์หลุยส์ วิตตอง ด้วยหรือไม่

ผมไม่คิดว่าคอลเลกชั่นนี้ที่หลุยส์ วิตตอง จะดูเฟมินีนนะ แต่กลับคิดว่าเป็นความรู้สึกสดชื่นแบบเด็กหนุ่มสมัยใหม่เสียมากกว่า มันคงเป็นเหตุบังเอิญที่จู่ๆ กุชชี่และวาเลนติโน หรือแม้แต่สเตฟาโน พิลาติ จะใจตรงกันสร้างสรรค์งานเสื้อผ้าผู้ชายที่ดูมีความเป็นผู้หญิงผสมอยู่ บางทีอาจเป็นเพราะสภาพทางสังคมในปัจจุบันกระมังที่เปลี่ยนไปและก็ประจวบเหมาะทำให้เทรนด์แอนโดรจินีกลับมาฮอตฮิตได้อีกครั้ง

คุณคงไม่รู้ว่าผมต้องออกแบบถึง 12 คอลเลกชั่นต่อปีที่หลุยส์ วิตตอง ดังนั้นคอลเลกชั่นรันเวย์จึงเป็นงานออกแบบที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อเหล่าลูกค้าแฟชั่นหัวก้าวหน้าโดยเฉพาะ พวกลูกค้าวีไอพีหลายคนถึงกับออร์เดอร์สินค้าหลายชิ้นหลังจากโชว์จบลง สิ่งนี้ทำให้ผมหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

คุณคิดว่าโซเชียลมีเดียมีความสำคัญมากน้อยแค่ไหนสำหรับแบรนด์ในวันนี้

มีความสำคัญอย่างมากเลยละ โซเชียลมีเดียและเทคโนโลยีคือสิ่งที่เชื่อมต่อทุกคนบนโลกเข้าไว้ด้วยกัน ผมไม่ค่อยใช้เฟซบุ๊กมากนักหรอก หรือหากใช้ก็จะใช้เพื่อติดต่อสื่อสารกับเพื่อนที่สนิทเท่านั้น แต่กระนั้นก็ได้รับข้อความส่งมาหาผมทางโลกออนไลน์มากมาย โดยเฉพาะจากพวกนักออกแบบรุ่นเด็กๆ หรือไม่ก็นักศึกษาแฟชั่นที่ถามคำถามแบบ ‘นักออกแบบมืออาชีพต้องทำงานอย่างไร’ หรือ ‘วิธีการค้นคว้าข้อมูลเพื่อสร้างสรรค์คอลเลกชั่นต้องทำแบบไหน’ ทุกครั้งที่มีเวลาเช่นนั่งรออยู่ที่สนามบินหรือนั่งอยู่บนรถ ผมก็จะพยายามตอบคำถามเหล่านั้นผ่านโลกโซเชียล เชื่อว่าเป็นเรื่องดีที่เราจะสนับสนุนนักออกแบบรุ่นใหม่เหมือนกับที่ผมเคยได้รับความช่วยเหลือจากนักออกแบบรุ่นก่อนหน้านี้ตั้งแต่สมัยที่ยังศึกษาอยู่ที่เซนต์ มาร์ตินส์

แล้วคำแนะนำไหนที่คุณอยากบอกเด็กนักเรียนแฟชั่นรุ่นใหม่ตอนนี้

ผมคงอยากบอกพวกเขาว่า เวลาที่ค้นคว้าข้อมูลในการทำเสื้อ ผมอยากให้พวกเขาเดินทางออกไปดูของจริง ไปสัมผัส ไปเรียนรู้ถึงขั้นตอนการผลิตที่แท้จริง อย่ามัวแต่นั่งแช่อยู่หน้าเครื่องคอมพ์หรือหาข้อมูลผ่านโลกอินเทอร์เน็ตเท่านั้น

มีหลายคนบอกว่าโซเชียลมีเดียนี่แหละที่ทำให้ผู้บริโภคปัจจุบันเสียนิสัย ผู้คนสมัยนี้จึงต้องการอะไรใหม่ๆ อยู่ตลอด และก็ใจร้อนต้องการมันซะเดี๋ยวนี้

ใช่ ผมคิดว่ามันมีส่วนที่ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปเร็วขึ้น ถ้าผมเป็นผู้บริโภคตอนนี้ ก็คงอยากยกหูโทรศัพท์ถามถึงกระเป๋าที่ผมเห็นบนรันเวย์และก็คงต้องการถือมันทันทีในวันรุ่งขึ้น ผมคิดว่ามันเป็นเทรนด์ที่สักวันต้องเกิดขึ้น ในทางกลับกันคุณคงไม่รู้หรอกว่ามันยากนะที่สิ่งนี้จะเกิดขึ้นสำหรับผู้ผลิต เพราะมันเป็นเรื่องซับซ้อนมากในขั้นตอนการผลิต เราเคยทำที่วิตตองนะ แต่ก็เป็นการขายพวกกระเป๋าหรือแอคเซสเซอรี่ชิ้นพิเศษเท่านั้น ไม่ใช่ทั้งคอลเลกชั่น

คุณมีแผนการอะไรที่ทำในโลกโซเชียลมีเดียที่เกี่ยวข้องกับหลุยส์ วิตตอง

ความจริงผมก็ทำมาได้สักระยะแล้วละ ผมโพสต์รูปภาพทีเซอร์บางส่วนของชุดและการฟิตติ้งก่อนที่รันเวย์จริงจะเริ่มขึ้น เพราะทันทีที่แฟชั่นโชว์จบลง ผู้คนก็มักสะบัดตูดไปติดตามข่าวของแบรนด์ถัดไปแล้ว ดังนั้นการเริ่มโปรโมตล่วงหน้าก่อนโชว์เริ่มจึงเป็นเหมือนการยืดระยะเวลาเพื่อช่วยให้การโปรโมตอยู่ยาวนานมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

ตอนนี้คุณกำลังสร้างฐานลูกค้าใหม่ๆ ให้หลุยส์ วิตตอง ใช่หรือไม่

แน่นอน เพราะผมเชื่อว่าคนรุ่นใหม่คือส่วนสำคัญที่จะขับเคลื่อนแฟชั่น จริงอยู่ที่เราสร้างกลุ่มลูกค้าเด็กๆ ให้หลุยส์ วิตตอง ในขณะเดียวกันผมก็ไม่ลืมกลุ่มลูกค้าเก่าๆ นะ ด้วยเหตุนี้เราจึงมีคอลเลกชั่นที่ชื่อ ‘ไอคอน’ (Icon) ซึ่งเป็นแบบเสื้อสไตล์เรียบโก้คลาสสิกอย่างเบลเซอร์สีน้ำเงิน กางเกงชิโน หรือเชิ้ตใส่ทำงาน นอกจากนั้นเรายังมีพรีคอลเลกชั่น ซึ่งเป็นคอลเลกชั่นคั่นกลางที่สร้างขึ้นเพื่อเชื่อมต่อคอลเลกชั่นหลักระหว่างฤดูร้อนกับฤดูหนาว โดยเสื้อผ้าในกลุ่มนี้จะดูแฟชั่นขึ้นแต่ยังหรูหราใส่ง่ายเหมาะกับตู้เสื้อผ้าของหนุ่มสมัยใหม่ สุดท้ายเรายังมีไลน์ที่ชื่อ ‘อเมริกาส์ คัพ’ (America's Cup) ซึ่งเป็นไลน์เสื้อผ้าในแนวสปอร์ต และแน่นอนคอลเลกชั่นรันเวย์โชว์ซึ่งเป็นคอลเลกชั่นหลักที่เราใช้สร้างและกำหนดทิศทางแฟชั่นของแบรนด์

คุณออกแบบเสื้อมากมายหลายคอลเลกชั่นต่อปีขนาดนี้ คุณวางแผนการทำงานอย่างไรบ้าง

ผมเป็นคนที่ชอบทำงานและผมรักงานที่ทำมาก ผมจะเริ่มงานประมาณเก้าโมงเช้าจนถึงสี่ทุ่ม แต่บางครั้งก็นั่งทำงานจนถึงตีสองเป็นครั้งคราว ปกติจะเดินทางระหว่างลอนดอนกับปารีส ผมรักลอนดอนมากนะ มันคือบ้านของผม ดังนั้นผมจะใช้ชีวิตทำงานในกรุงปารีสประมาณสองอาทิตย์ แล้วก็จะเดินทางกลับลอนดอน ไปๆ มาๆ อยู่อย่างนี้ แต่เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาผมใช้เวลาในปารีสเพื่อเตรียมงานก่อนรันเวย์โชว์กว่าสามอาทิตย์ ส่วนสไตล์การทำงานคือ ผมจะทำมันอย่างเต็มที่ เสร็จแล้วก็จะทิ้งพักไว้แล้วเดินทางไปที่อื่นสักพักหนึ่ง แล้วค่อยกลับมาดูงานที่ทำใหม่ วิธีนี้ทำให้ผมได้เห็นแง่มุมใหม่ที่เราสามารถพัฒนาหรือปรับปรุง แง่มุมที่ผมไม่มีวันสังเกตเห็นถ้าทำมันจบในครั้งเดียว

ตอนนี้ในกรุงนิวยอร์กมีการพูดถึงเรื่องการโชว์คอลเลกชั่นเสื้อผ้าที่ซื้อได้เลยหลังโชว์จบ พวกเขาว่ามันคือโมเดลใหม่ที่ดีที่สุด คุณคิดว่าจริงไหม

ผมไม่มีปัญหาอะไรกับแนวคิดนี้นะ แต่ถ้าคุณคิดจะทำ คุณต้องเป็นเจ้าของโรงงานการผลิต หรือไม่อย่างนั้นคุณต้องสามารถสั่งผลิตสินค้าเมื่อใดก็ได้ที่ต้องการ เสี่ยงมากนะสำหรับแบรนด์ใหญ่ที่มีร้านค้าหลักสิบหลักร้อยทั่วโลก ผมว่าไอเดียนี้เหมาะกับพวกแบรนด์เล็กๆ เช่น ถ้าทำแบรนด์เสื้อเล็กๆ เป็นของตนเอง ผมก็คงเลือกที่จะทำพรีเซนเทชั่น แล้วหลังจากพรีเซนเทชั่นจบลงผมก็คงขายสินค้าทั้งหมดที่มีอยู่เลย

สำหรับแบรนด์ใหญ่ๆ ผมเชื่อว่าโมเดลเดิมที่เป็นการจัดแฟชั่นโชว์และการทำเสื้อล่วงหน้า 4-6 เดือนก่อนวางจำหน่ายในร้านยังเป็นสิ่งจำเป็น เพราะแฟชั่นโชว์คือการสร้างและกำหนดอารมณ์ของเทรนด์ในแต่ละฤดูกาล สิ่งนี้สำคัญมากนะสำหรับแบรนด์ใหญ่ระดับโลก เพราะเป็นการสื่อสารสิ่งที่แบรนด์กำลังพูดถึงในฤดูกาลนั้นๆ กับฐานลูกค้าจำนวนมาก ซึ่งคุณต้องใช้เวลาและวิธีการมากมายเพื่อสื่อสารให้พวกเขาเข้าใจ ดังนั้นถ้าคุณถามว่าโมเดลไหนถูกต้อง มันคงเป็นโมเดลที่สามารถรวมไอเดียทั้งสองแบบเข้าด้วยกันได้ คงไม่ใช่แบบใดแบบหนึ่ง

ทอม ฟอร์ด กับเอดี้ สลิมาน ย้ายแฟชั่นโชว์ของพวกเขาไปจัดที่แอลเอเพื่อทาร์เก็ตเหล่าเซเลบและดาราฮอลลีวูดโดยเฉพาะ พวกเขาเชื่อว่าศูนย์กลางแฟชั่นไม่ได้อยู่ที่กรุงปารีสอีกต่อไป คุณคิดว่าอย่างไร

ผมไม่คิดอย่างนั้นนะ ผมมีเพื่อนเป็นคนดังมากมายแต่ผมว่าผู้คนบนท้องถนนน่าสนใจมากกว่าดาราบนพรมแดงเยอะ ผมมีความสุขทุกครั้งที่เห็นผู้คนทั่วไปที่ผมไม่รู้จักใส่เสื้อผ้าหรือถือกระเป๋าที่ผมออกแบบ มีครั้งหนึ่งผมเห็นผู้ชายน่าจะอายุประมาณ 60 ปีที่สนามบินสิงคโปร์ เขามีผ้าห่มหลุยส์ วิตตอง ผืนใหญ่คลุมไหล่อยู่ ผ้าห่มชิ้นนั้นน่าจะมาจากคอลเลกชั่นแรกๆ ที่ผมออกแบบ การพบเห็นอะไรแบบนี้ทำให้ผมประทับใจมากเลย สัมผัสได้เลยว่าเขารักผ้าผืนนั้นมากและคงใช้มันบ่อยเลยทีเดียว

ทราบมาว่าคุณเดินทางบ่อยมาก แต่ผมก็อยากรู้จริงๆ ว่ามากมายขนาดไหน

มากมายขนาดไหนน่ะเหรอ บางทีแค่อาทิตย์เดียวผมก็ไปมาแล้ว 5 แห่งน่ะ ปกติผมเดินทางด้วยรถไฟยูโรสตาร์อยู่บ่อยๆ เพราะอาศัยอยู่ที่กรุงลอนดอนและจะเดินทางไปทำงานที่กรุงปารีส ส่วนถ้าจะให้เฉพาะเจาะจงเรื่องการเดินทาง ผมว่าผมบินไม่ต่ำกว่า 100 เที่ยวบินต่อปี ผมชอบใช้ชีวิตบนเครื่องบินนะ แต่ไม่ชอบชีวิตในสนามบินเพราะมันทำให้ผมเครียด ทั้งการต่อคิว นั่งรอ แต่ผมชอบสนามบินที่กรุงเทพฯ นะ มีบริการรถรับส่งในแอร์พอร์ตด้วย ที่สำคัญมีของให้ช็อปปิ้งเยอะทีเดียว

ทราบว่าคุณมาประเทศไทยบ่อยมาก คุณชอบไปที่ไหนในประเทศไทย

ผมชอบภาคเหนือของประเทศไทยมาก โดยเฉพาะช่วงรอยต่อที่สามเหลี่ยมทองคำ ชอบจังหวัดเชียงราย ผมว่าคนพื้นเมืองที่นั่นดูน่าสนใจ พวกเขาใส่เสื้อผ้าที่ผมคิดว่ามันดูเหมือนสปอร์ตแวร์โบราณจากทศวรรษ 50s เวลาเดินทางผมอยากเห็นอะไรพื้นเมืองจริงๆ ถ้าถามตอนนี้ว่าอยากเห็นอะไรอีกที่ประเทศไทย ผมก็อยากเห็นภูเขาและสัตว์ป่าหายาก เหมือนที่ผมเพิ่งไปเวียดนามเพื่อไปดูลิงพันธุ์ที่หายาก ผมได้เห็นลิงพันธุ์ที่หายากเกือบ 50 ตัวเลยนะ ลิงพันธุ์หายากที่เห็นในทริปนั้นน่าจะคิดเป็น 10 เปอร์เซ็นต์ของพันธุ์ลิงที่ยังหลงเหลืออยู่บนโลกเลย

ดูลิงจะเป็นสัตว์ที่คุณโปรดปรานมากเลยทีเดียว คุณเคยไปดูลิงที่มาดากัสการ์ไหม

โอ้ แน่นอน ที่นั่นสวยงามมาก แต่คุณรู้ไหมว่าป่าที่นั่นน่ะเหลือน้อยมากแล้วนะ ป่าที่ยังสมบูรณ์น่ะมีพื้นที่เหลืออยู่ไม่ถึง 5 ตารางกิโลเมตร ต่อที่แล้วล่ะในวันนี้ ผมยังไปช่วยสร้างโรงเรียนที่มาดากัสการ์ด้วย มันเป็นโปรเจกต์ที่ผมลงเงินร่วมกับบริษัทในการช่วยเหลือเด็กๆ ในด้านการศึกษาและช่วยสอนเด็กๆ รุ่นใหม่ให้รักและเรียนรู้วิธีรักษาผืนป่าที่สวยงามของเกาะแห่งนี้

สองคำถามสุดท้ายที่อยากทราบ คำถามแรกคือคุณวางแผนอะไรในอนาคตกับหลุยส์ วิตตอง

ก็คงไม่มีอะไรมาก ผมอยากขยายแบรนด์ให้มียอดขายมากขึ้นไปอีก เพราะผมมีความสุขมากกับงานที่ทำ เชื่อไหมตอนนี้ผมมีไอเดียสำหรับคอลเลกชั่นฤดูร้อนปี 2017 ในหัวแล้วนะ และก็รอไม่ไหวแล้วที่จะได้กลับไปนั่งในออฟฟิศแล้วเริ่มสร้างภาพในหัวให้กลายเป็นจริง ผมชอบบรรยากาศการทำงานร่วมกับศิลปินทั้งด้านฉากตกแต่งและเสียงดนตรีบนรันเวย์ในฤดูกาลที่ผ่านมา และคิดว่าผมคงจะทำเช่นนี้ต่อๆ ไปในอนาคต

แล้วคุณวางแผนอะไรไว้ให้ตนเอง

ผมคงอยากมีเวลาใช้ชีวิตในกรุงลอนดอนมากขึ้น เพราะลอนดอนสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานมากมายให้ตัวผม ผมอยากเจอเพื่อนมากขึ้น คุณก็รู้ว่าลอนดอนห่างจากปารีสแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้นเอง ผมทำงานที่วิตตองมาก็ 5 ปีแล้วนะ ซึ่งความจริงการทำงานเป็นนักออกแบบเสื้อให้แบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งนานถึงห้าปีนี่เรียกว่าอยู่นานมากสำหรับโลกแฟชั่น แต่คิดว่าผมทำได้ดีที่หลุยส์ วิตตอง พวกเขาดูแฮปปี้กับงานที่ผมสร้างสรรค์ ดังนั้นผมก็จะทำให้ดียิ่งขึ้นๆ ไปอีก

ที่มา - GQ Thailand
www.gqthailand.com

บ่ายแก่ๆ ของเดือนกุมภาพันธ์ พร้อมอากาศเย็นฉ่ำแบบที่ประเทศเขตร้อนไม่เคยประสบ คือสิ่งแรกที่สัมผัสได้เมื่อก้าวขาแตะพื้นท่าอากาศยานเสียมราฐ ผมก้าวขึ้นรถเบนซ์ลีมูซีนหรูรุ่นวินเทจปี 1965 11 พ.ค. 2559 17:24 13 พ.ค. 2559 12:00 ไทยรัฐ