วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผลสำรวจ ชี้ นร.เห็นต่างครู รับได้หากมีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่ง

นักวิชาการ เผย ผลสำรวจ "เพศวิถีศึกษาในสถานศึกษาไทย" พบ นร.รับได้หากมีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงาน ไม่สนับสนุนความเท่าเทียม-สิทธิทางเพศ สวนทางกับความคิดเห็นของครู หลายหน่วยงานมีนโยบายเรื่องดังกล่าวชัดเจน...

เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 59 รศ.ดร.พิมพวัลย์ บุญมงคล หัวหน้าโครงการวิจัยและหัวหน้าศูนย์ศึกษานโยบายสาธารณสุข สวัสดิการและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยถึงการวิจัยเพื่อทบทวนการเรียนการสอนเพศวิถีศึกษาในสถานศึกษาไทย โดยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยมหิดล กระทรวงศึกษาธิการ และการสนับสนุนทุนจากองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือยูนิเซฟ ประเทศไทย ว่า งานวิจัยนี้ใช้เวลาดำเนินการระหว่างเดือน ก.ย. 58-มี.ค. 59 เก็บข้อมูลสำรวจจากนักเรียน 8,837 คน และครู 692 คน รวมทั้งมีการสนทนากลุ่มและสัมภาษณ์นักเรียน ครู ผู้ปกครอง ผู้บริหารโรงเรียน 336 คน พบว่าสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาทั้งสายสามัญและสายอาชีวศึกษา มีการจัดการเรียนการสอนเพศวิถีศึกษาทั้งการบรรจุเป็นสาระการเรียนรู้สำคัญในวิชาอื่นและจัดเป็นวิชาแยก โดยหัวข้อการสอนเน้นประเด็นการป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และเอดส์ สรีระและพัฒนาการทางเพศ ขณะที่เรื่องเพศภาวะ สิทธิทางเพศ ความหลากหลายทางเพศและความรุนแรงมีการสอนน้อยกว่า สถานศึกษาหลายแห่งสอนจากมุมมองที่เป็นผลกระทบด้านลบของเพศสัมพันธ์ อีกทั้งมากกว่าร้อยละ 80 เน้นสอนแบบบรรยาย มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่สอนในรูปแบบกิจกรรมเป็นหลัก

นอกจากนี้ มีครูเพศวิถีศึกษาสายสามัญร้อยละ 50 และครูอาชีวศึกษาร้อยละ 70 ที่ระบุว่า ไม่ได้รับการอบรมการสอนเพศวิถีศึกษา ซึ่งครูที่ได้รับการอบรมมีแนวโน้มที่จะสอนครอบคลุมหัวข้อต่างๆ มากกว่า และสอนแบบใช้กิจกรรมมากกว่าครูที่ไม่ได้รับการอบรม

รศ.ดร.พิมพวัลย์ กล่าวอีกว่า ผลวิจัยยังพบโดยเฉลี่ยร้อยละ 16 ของนักเรียนชาย ม.1-6 และร้อยละ 42 ของนักศึกษาอาชีวศึกษาชั้นปี 1-3 เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว ขณะเดียวกันนักเรียนไม่ได้เรียนรู้การป้องกันการตั้งครรภ์อย่างเพียงพอ ที่จะนำไปใช้ในชีวิตจริง นักเรียนจำนวนมาก มีทัศนคติที่ไม่สนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศ และสิทธิทางเพศ ในภาพรวมนักเรียนครึ่งหนึ่งคิดว่าความรุนแรงในครอบครัวเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ในบางกรณี

สำหรับครูมีทัศนคติที่สนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศ และปฏิเสธการใช้ความรุนแรงมากกว่านักเรียน แต่ส่วนใหญ่ยังคิดว่าการมีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงานของนักเรียนเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ ในส่วนของผู้อำนวยการโรงเรียนและผู้ปกครอง ส่วนใหญ่เห็นความสำคัญว่า ควรมีการสอนเพศวิถีศึกษา แต่ผู้ปกครองบางคนยังลังเลว่า การสอนอาจเป็นการกระตุ้นให้นักเรียนไปมีเพศสัมพันธ์

ทั้งนี้ นักเรียนคิดว่าตนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการคุมกำเนิดและการมีประจำเดือนเป็นอย่างดี แต่มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่สามารถตอบคำถามแบบปรนัยเกี่ยวกับการมีประจำเดือนได้อย่างถูกต้อง และการใช้ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน

อย่างไรก็ตาม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีนโยบายชัดเจนเกี่ยวกับบทบาทของสถานศึกษาในการจัดการเรียนการสอนเพศวิถีศึกษา แต่สถานศึกษายังต้องการการสนับสนุนเชิงกลไกในการขับเคลื่อนกระบวนการจัดการเรียนการสอนเพศวิถีศึกษา โดยระดมทรัพยากรต่างๆ เพื่อให้จัดการเรียนการสอนเป็นระบบ ตลอดจนมีกลไกติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง

ด้าน นายโธมัส ดาวิน ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า ประเทศไทยมีความก้าวหน้าในการขยายการจัดการเรียนการสอนวิชาเพศวิถีศึกษา จากนี้ต้องช่วยทำให้แน่ใจว่าครูได้รับการฝึกอบรมในการสอนอย่างเพียงพอและสอดคล้องกับวิถีชีวิตทางเพศของนักเรียนในปัจจุบัน และนักเรียนสามารถมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในการเรียนรู้ และต้องไม่ลืมว่าพ่อแม่มีบทบาทสำคัญในการสร้างบรรยากาศที่ทำให้เด็กและวัยรุ่นสามารถคุยเรื่องเพศด้วย.

นักวิชาการ เผย ผลสำรวจ "เพศวิถีศึกษาในสถานศึกษาไทย" พบ นร.รับได้หากมีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงาน ไม่สนับสนุนความเท่าเทียม-สิทธิทางเพศ สวนทางกับความคิดเห็นของครู หลายหน่วยงานมีนโยบายเรื่องดังกล่าวชัดเจน... 11 พ.ค. 2559 16:40 11 พ.ค. 2559 17:15 ไทยรัฐ