วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฟื้นคดี 'เปมิกา จิตวิทยาหมู่' สู้ 10 ปี หนีศาลฎีกา อุ้มลูก 2 บินยุโรป!

'เปมิกา วีรชัชรักษิต' ปิดตำนานแก๊งจิตวิทยาหมู่ ศัลยกรรมทำสวย หลอกลวง-ฉ้อโกง 'นพ.ประกิตเผ่า' หลบหนีไม่เข้าฟังคำตัดสินศาลฎีกา คนใกล้ชิดเผย แต่งงานกับต่างชาติ มีลูกด้วยกัน 2 คน และได้หย่าร้างปลายปี 2558 กระทั่งขาดการติดต่อถาวร

สิ้นสุดคดี 'เปมิกา - นพ.ประกิตเผ่า' ต่อสู้ยาวนานร่วม 10 ปี ศาลฎีกามีคำสั่งออกหมายจับ 'เปมิกา' เนื่องจากพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยมีพฤติการณ์หลบหนี และให้ปรับนายประกัน เป็นหลักทรัพย์ โฉนดที่ดิน มูลค่า 1 ล้านบาท โดยนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาอีกครั้ง ในวันที่ 28 มิ.ย.นี้ 

ย้อนไปเมื่อ 10 ปีก่อน เป็นข่าวฮือฮา สร้างกระแสให้เหล่าบรรดาผู้สื่อข่าวได้ติดตามความเคลื่อนไหวเมื่อกลางปี 2550 กรณีที่กลุ่มเด็กนักศึกษา 4 ราย เป็นหญิง 2 คน และเป็นชาย อีก 2 คน ได้รวมตัวกันใช้จิตวิทยาหมู่ หลอกลวง นพ.ประกิตเผ่า ทมทิตชงค์ (หมอเผ่า) เจ้าของโรงเรียนกวดวิชาแอพพลายฟิสิกส์ ประกอบด้วย น.ส.เปมิกา วีรชัชรักษิต หรือเป หรือ อุ๋ย อายุ 24 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายณัฐพล พรมประไพ หรือตั้ม อายุ 28 ปี, น.ส.ฤทัย รุ่งสิริเมธากุล หรือแนน อายุ 23 ปี, นายวฑัญญู ตันจีรพงศ์ หรือปุ้ย อายุ 26 ปี กระทั่งญาติและภรรยาของ นพ.ประกิตเผ่า เข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม     

จุดเริ่มต้นเกิดมาจาก เมื่อต้นปี 2550 น.ส.เปมิกา และเพื่อนในกลุ่มตามรายชื่อเบื้องต้น ได้เดินทางมายัง สน.บางซื่อ อ้างว่าได้รับโทรศัพท์จาก "หมอเผ่า" ให้เข้าไปช่วยเหลือที่โรงพยาบาลศรีธัญญา โดยให้การว่า นพ.ประกิตเผ่า ถูกครอบครัว "ทมทิตชงค์" นำมากักขัง และสาเหตุที่หมอเผ่าถูกนำมากักเพราะเป็นผู้ต้องสงสัยฆ่าภรรยาตัวเอง (นางอลิสา ทมทิตชงค์ ทั้งที่จริงยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งมีบุตรด้วยกัน 2 คน) กระทั่งเรื่องราวบานปลายใหญ่โต เมื่อทางครอบครัวของ นพ.ประกิตเผ่า ทมทิตชงค์ ออกมาตอบโต้กลับ 

กระทั่ง กลางเดือนมีนาคม 2550 นายทองหลาง แพงศรีละคร ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก รศ.เพลินจิต ทมทิตชงค์ และนางอลิสา ทมทิตชงค์ มารดาและภรรยาของ นพ.ประกิตเผ่า ทมทิตชงค์ ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนของกองปราบปราม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.เปมิกา วีรชัชรักษิต หรือมีชื่อเดิมว่า น.ส.ศิวพร เหลืองเรณูกูล หรืออุ๋ย ในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์สินของบุคคลอื่นโดยอาศัยความอ่อนแอทางจิตของเจ้าของทรัพย์สิน

ทางครอบครัวของ นพ.ประกิตเผ่า ทมทิตชงค์ รวมทั้งตัว นพ.ประกิตเผ่า เอง ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบ โดยระบุว่า เมื่อช่วงระหว่างเดือนตุลาคม 2549-วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2550 น.ส.เปมิกา กับพวกอีก 5 คน ได้สมคบกันใช้อุบายหลอกลวง นพ.ประกิตเผ่า ให้หลงเชื่อว่า เปมิกา และเพื่อนอีก 3 คน สามารถนั่งสมาธิ จนเข้าฌานชั้นสูง สามารถระลึกชาติได้ ทำให้ นพ.ประกิตเผ่า ทมทิตชงค์ มีอาการจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ อีกทั้งยังหลอกลวงทรัพย์สินของ นพ.ประกิตเผ่า ไปหลายรายการ รวมมูลค่านับสิบล้านบาท และได้มีการกล่าวอ้างว่า เมื่อชาติที่แล้ว นพ.ประกิตเผ่า เคยเป็นสามีภรรยากับ น.ส.เปมิกา ย้อนหลังไป 99 ภพชาติ โดยสิ่งใดที่ไม่เคยทำให้กับ น.ส.เปมิกา ในชาติก่อนหรือเคยรับปากไว้แล้วไม่ได้ทำก็ขอให้มาทำในชาตินี้

คำให้การยังระบุอีกด้วยว่า น.ส.เปมิกา ใช้อุบายล่อลวงให้ นพ.ประกิตเผ่า ซื้อรถเก๋งคัมรี่ สีดำ ให้กับ น.ส.เปมิกา ด้วยการอ้างว่าชาติที่แล้ว นพ.ประกิตเผ่า เป็นขุนศึกใช้ม้านิลพยัคฆ์เป็นพาหนะในการรบ ส่วน น.ส.เปมิกา ใช้ม้านิลมังกร หลังจากนั้น นพ.ประกิตเผ่า จึงซื้อรถเก๋งให้กับ น.ส.เปมิกา และยังมีทรัพย์สินอื่นๆ อีกหลายรายการที่ น.ส.เปมิกา ได้ใช้กลอุบายลักษณะเดียวกันหลอกลวงให้ นพ.ประกิตเผ่า ซื้อหรือหามาให้ ซึ่งพฤติการณ์ต่างๆ เหล่านี้เป็นการฉ้อโกงทรัพย์สิน จึงต้องเข้าแจ้งความที่กองปราบปราม เพื่อให้ดำเนินคดีดังกล่าว

กระทั่งต่อมาในปีเดียวกัน น.ส.เปมิกา พร้อมกับเพื่อนสนิททั้ง 3 ราย ได้เดินทางมายังกองปราบปรามเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาฐานร่วมกันฉ้อโกง ตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ในวันนั้น น.ส.เปมิกา เผยกับผู้สื่อข่าวว่า เรื่องคดี ตนเองขอให้การปฏิเสธ และขอไปให้การในชั้นศาล ส่วนเรื่อง นพ.ประกิตเผ่า ทมทิตชงค์ (หมอเผ่า) นั้น ก็รู้สึกเสียใจที่หมอเผ่าให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่าพวกตนเองใช้จิตวิทยาหมู่เพื่อหลอกลวงให้หมอซื้อทรัพย์สิน ซื้อบ้าน ซื้อรถและทรัพย์สินอื่นๆ นับล้านบาทให้ 


“หมอให้สัมภาษณ์แบบนี้หมอก็อยู่ในสังคมได้ ส่วนหนูคงอยู่ในสังคมไม่ได้ ซึ่งหนูก็พร้อมที่จะให้การต่อสู้ในชั้นศาล เพราะที่ผ่านมาการคบหากับหมอเผ่าเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ” น.ส.เปมิกา กล่าว 

ขณะเดียวกัน น.ส.เปมิกา วีรชัชรักษิต ได้ให้ทนายยื่นเรื่องฟ้องกลับข้อหาหมิ่นประมาทต่อ นพ.ประกิตเผ่า ทมทิตชงค์ (หมอเผ่า) โดยให้ข้อมูลยืนยันว่า ความจริงแล้วไม่ได้อยากยื่นเรื่องฟ้อง นพ.ประกิตเผ่า แต่ต้องการจะรักษาสิทธิ์ ปกป้องตัวเอง ตั้งแต่ นพ.ประกิตเผ่า ออกจากโรงพยาบาลมา ยังไม่มีการพูดคุยกัน ไม่เจอหน้ากันเลย รู้สึกเสียใจมากที่ นพ.ประกิตเผ่า ออกมาให้ข่าวว่าโดนตนเองหลอกลวง ทั้งที่ความจริงแล้ว ความรู้สึก ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างคนสองคน 

การตอบคำถามให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชน ณ วันนั้น ของ น.ส.เปมิกา วีรชัชรักษิต จะให้ข้อมูลในทำนองที่ว่า ตนเองกับ นพ.ประกิตเผ่า มีความรักใคร่กันแบบคู่รักหญิง-ชาย โดยไม่มีเรื่องจิตวิทยาหรือการหลอกลวงเกิดขึ้นระหว่างคบหา ซึ่งเพื่อนสนิทในกลุ่มทั้ง 3 คน ที่โดนตั้งข้อหาด้วย ก็มีความสนิทสนมกัน ไม่มีใครใช้พฤติกรรมหลอกลวง ฉ้อโกงตามที่โดนกล่าวอ้าง

ด้าน นางอลิสา ทมทิตชงค์ ภรรยาของ นพ.ประกิตเผ่า ได้มอบหมายให้ทนายความยื่นฟ้อง น.ส.เปมิกา วีรชัชรักษิต ต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ฐานละเมิดเรียกค่าเสียหายประมาณ 200 ล้านบาท จากการประพฤติตน โดยเปิดเผยในทำนองชู้สาวกับสามีของบุคคลอื่น เนื่องจากเรื่องที่เกิดขึ้นทำให้เกิดความเสียหายแก่ครอบครัวเป็นอย่างมาก 

“การฟ้องร้อง 200 ล้านบาท เกิดจากความสูญเสียทั้งชื่อเสียง ตัวดิฉันเอง และ น.ส.เปมิกา ได้ประจานไปเยอะมาก ในเรื่องของสามี และชื่อเสียงของโรงเรียนที่คุณพ่อ คุณแม่สร้างมาตลอด 20-30 ปีต้องมาเสียหายภายในวันเดียว ที่สำคัญจิตใจของลูกๆ” นางอลิสา กล่าว 

นางอลิสา ยังกล่าวถึง การตรวจสอบเส้นทางการโอนเงินจากสามีตนเองไปสู่ น.ส.เปมิกา ซึ่งพบว่า มีการโอนเงินออกจากบัญชี นพ.ประกิตเผ่า จริง จำนวนเงินนั้นก็ตามที่ นพ.ประกิตพันธุ์ พี่ชาย ให้ข่าวไปก่อนหน้านี้ คือ 20-30 ล้านบาท สำหรับเรื่องการซื้อรถยนต์ ก็เป็นเรื่องจริง มีการโอนทะเบียน โอนรถกันประมาณเดือนมกราคม 2550 ซึ่งตัวเธอเองเชื่อว่าเป็นการหลอกลวง และใช้จิตวิทยาหมู่ เนื่องจากตอนเกิดเรื่อง ศาลได้แจ้งแล้วว่าอาการป่วยของ นพ.ประกิตเผ่า ย้อนหลังไป 4 เดือน

ต่อมา น.ส. เปมิกา ได้ให้ข่าวด้วยว่า ก่อนที่จะเป็นข่าวใหญ่โต นพ.ประกิตเผ่า ได้ขาดการติดต่อกับเธอและกลุ่มเพื่อนไปนาน กระทั่งมาสืบทราบอีกทีว่า นพ.ประกิตเผ่า ถูกครอบครัวจับตัวไว้ในโรงพยาบาลศรีธัญญา ก่อนที่จะแอบเอาโทรศัพท์ โทรออกมาขอความช่วยเหลือจากตนเอง ซึ่งก็พยายามหาทางช่วยอย่างเต็มที่ กระทั่งเป็นเรื่องเป็นราวโดนครอบครัว นพ.ประกิตเผ่า ฟ้องร้อง ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องข้อเท็จจริง พร้อมที่จะไปพิสูจน์กันในศาล เช่น ข้อความการให้สัมภาษณ์ตามสื่อต่างๆ ทั้งหนังสือพิมพ์ และวิทยุโทรทัศน์ โดยเฉพาะเจตนาต้องการช่วยเหลือ นพ.ประกิตเผ่า ออกจาก รพ.ศรีธัญญา เพราะเห็นว่าถูกควบคุมไว้โดยไม่ชอบ 

ส่วนกรณีทรัพย์สินของ น.ส.เปมิกา บางส่วน เช่น รถยนต์ เงินสด ที่ครอบครัวทมทิตชงค์ อ้างว่าเป็นของ นพ.ประกิตเผ่า นั้น น.ส.เปมิกา ก็ยืนยันว่า เป็นทรัพย์สินของตนเองที่มีอยู่แล้ว   

รศ.นพ.ประกิตพันธุ์ ทมทิตชงค์ พี่ชาย นพ.ประกิตเผ่า ทมทิตชงค์ เปิดใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับน้องชายเป็นฝีมือของกลุ่มที่อ้างตัวว่าเป็นผู้มีความสามารถสูงในการนั่งสมาธิ โดยการชักนำจาก น.ส.เปมิกา วีรชัชรักษิต เพื่อนสาว โดยกลุ่มคนดังกล่าวใช้จิตวิทยาในการเกลี้ยกล่อมให้ นพ.ประกิตเผ่า เข้าใจผิดว่าภรรยาต้องการฆ่าเพื่อฮุบสมบัติ ประกอบกับมีการมอมสารเสพติดอีฟีดรีน ซึ่งสารดังกล่าวถ้าใช้ในระยะเวลานานจะก่อให้เกิดอาการหวาดระแวง อีกทั้งเมื่อกลางเดือนมกราคม (ในขณะนั้น) พบว่า นพ.ประกิตเผ่า ได้โอนย้ายเงินในบัญชีประมาณ 40 ล้านบาท และบอกว่าได้ทำพินัยกรรมแล้ว

“กรณีที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่ามีการนำตำรวจไปเฝ้าหน้าอาคารที่ นพ.ประกิตเผ่ารักษาตัวที่โรงพยาบาลศรีธัญญานั้นเป็นตำรวจที่สนิทกับผมเอง ซึ่งขอให้ไปดูแลรักษาความปลอดภัยให้น้องชาย เนื่องจากเกรงว่าจะมีผู้ไม่ประสงค์ดีเข้ามาทำร้าย ขณะที่น้องชายรักษาตัวอยู่ ไม่ได้ไปกีดกั้นหรือสั่งห้ามการเข้าเยี่ยม" รศ.นพ.ประกิตพันธุ์ ระบุ

นอกจากนี้ยังมีเรื่องให้กล่าวขานกันถึงการทำศัลยกรรมใบหน้าของ น.ส.เปมิกา ซึ่งเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ตัวเธอเองได้ออกมาตอบข้อสงสัย พร้อมยอมรับว่าได้ทำศัลยกรรมจริง โดยได้เสริมจมูก ทำตา 2 ชั้น และดัดฟัน แต่ไม่ได้ไปผ่ากรามแบบที่ข่าวเสนอออกไป  

ถือเป็นการต่อสู้คดีในชั้นศาลที่ยาวนานถึง 10 ปี ถึงวันนี้คดีเดินทางมาสู่ศาลชั้นฎีกา วันที่ 11 พ.ค. ศาลอาญา รัชดาภิเษก นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีดังกล่าว โดยเมื่อถึงเวลานัด น.ส.เปมิกา จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ไม่เดินทางมาศาล มีเพียงนายประกันเดินทางมาศาล โดยแถลงว่า ติดต่อ น.ส.เปมิกา ไม่ได้ เนื่องจากมีครอบครัวอยู่ต่างประเทศ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยที่ 1 กับ 2 จงใจหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษา จึงให้ออกหมายจับจำเลย พร้อมสั่งปรับนายประกันตีราคา 1 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ได้มีการนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาอีกครั้ง ในวันที่ 28 มิ.ย.นี้  

นอกจากนี้ ยังได้รับรายงานข่าวความเคลื่อนไหวจากคนใกล้ตัวของ น.ส.เปมิกา วีรชัชรักษิต หลังเกิดเรื่องราวใหญ่โต ก็ได้ใช้ชีวิตตามปกติอยู่ในประเทศไทย และเดินทางมาตามนัดศาลทุกครั้ง บุคลิกของตัวเธอเป็นคนพูดจาดี อ่อนน้อม น่าค้นหา ขี้อ้อน รวมถึงเพื่อนๆ ทั้ง 3 คนของเธอที่ต้องคดีด้วย มีลักษณะพูดคุยภายนอกเป็นคนเก่ง มีการศึกษาดี ความรู้รอบด้าน ที่สำคัญครอบครัวของทุกคนค่อนข้างมีฐานะดี พ่อ-แม่ ของ น.ส.เปมิกา แยกทางกันตั้งแต่เธอยังเด็ก แต่ยังคงติดต่อพูดคุยกัน โดยพ่อรับราชการทหาร เป็นที่นับหน้าถือตาของคนทั่วไป ส่วนคุณแม่ของเธอ เป็นผู้หญิงใจดี โอบอ้อมอารี รักและเป็นห่วง น.ส.เปมิกา ซึ่งเป็นลูกสาวคนเดียวเป็นอย่างมาก  

"เป กลุ้มใจมากตอนที่เป็นข่าวดังใหม่ๆ ตัดพ้อให้ฟังทุกวันว่า ค่อนข้างอยู่ยากในสังคม เพราะหลายๆ คนรับรู้ข่าวในด้านที่เสียหายของเขา กลัวว่าในภายภาคหน้าจะมีอนาคตหรือเปล่า จะมีงานทำมั้ย จะมีคู่ครองที่พร้อมเข้าใจ หรือจะมีใครพร้อมเปิดใจรับรู้ความรู้สึกมั้ย ส่วนเรื่องรถคัมรี่สีดำ ทะเบียนสวยคันที่เป็นข่าว เค้าเคยพูดค่ะว่า หมอประกิตเผ่า ซื้อให้เค้าจริง และที่เลือกยี่ห้อนี้เพราะดูแลง่าย เวลาเสีย เข้าศูนย์ซ่อมก็ไม่แพงมาก" 

คนใกล้ตัวของเธอ ยังเล่าอีกว่า หลังเกิดเหตุ เปมิกา ค่อยๆ มีความรู้สึกที่ดีขึ้น ฟังได้จากน้ำเสียงและสีหน้า เปมิกา ยังโทรมาพูดคุยเรื่องราวต่างๆ ตามปกติ ที่จำได้อีก 1 เรื่อง คือ เพื่อนๆ ที่มหา'ลัยรุ่นเดียวกับเธอ เรียนจบรับปริญญากันไปหมดแล้ว ขณะที่ตัวเปมิกาเอง ยังคงติดเอฟอีก 2 ตัว  

"เป เล่าให้ฟังนานมากแล้วเรื่องที่เค้าเรียนไม่จบ ถึงวันนี้น่าจะเรียนจบแล้วเพราะผ่านมาหลายปี กระทั่งขาดการติดต่อกันไปอีกครั้ง รอบนี้หลายปีเลย กระทั่งทราบจากเพื่อนสนิทของเปอีกคนหนึ่งว่า เปแต่งงาน มีลูกแล้ว 2 คน และลูกติดสามี อีก 1 คน ไม่แน่ใจว่าสามีเป็นคนชาติเยอรมันหรืออังกฤษ ต่อมาประมาณปลายปี 2558 เปทำเรื่องขอหย่าร้างกับสามี ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ไม่มีใครสามารถติดต่อเธอได้อีกเลย" คนใกล้ชิด กล่าวทิ้งท้าย 

คงเป็นเรื่องให้กล่าวขานไปอีกนาน สำหรับเรื่องราวของ "เปมิกา - นพ.ประกิตเผ่า" สิ่งที่สังคมยังคงหาคำตอบไม่ได้คือ "จิตวิทยาหมู่ มีจริงหรือไม่" เหตุใด นพ.ประกิตเผ่า เจ้าของสถาบันติวเตอร์ชื่อดัง ร่ำรวยเงินทอง จึงหลงใหลได้ปลื้มในตัว 'เปมิกา' ที่ถึงแม้จะผ่านการศัลยกรรมมาแล้ว แต่ก็ไม่ได้สวยปานนางฟ้า ศักยภาพ และฐานะการเงิน ของ 'นพ.ประกิตเผ่า' สามารถที่จะหาผู้หญิงที่สวยกว่า 'เปมิกา' ได้สบายอยู่แล้ว ส่วนเรื่องระลึกชาติได้ ย้อนหลังไป 99 ภพ หรือ จบการนั่งสมาธิชั้นสูง 'นพ.ประกิตเผ่า' แพทย์ที่มีความรู้ด้านแพทย์แผนปัจจุบัน เชื่อจริงๆ เหรอว่า เรื่องเหล่านั้นเป็นเรื่องจริงหรือ?  

'เปมิกา วีรชัชรักษิต' ปิดตำนานแก๊งจิตวิทยาหมู่ ศัลยกรรมทำสวย หลอกลวง-ฉ้อโกง 'นพ.ประกิตเผ่า' หลบหนีไม่เข้าฟังคำตัดสินศาลฎีกา คนใกล้ชิดเผย แต่งงานกับต่างชาติ มีลูกด้วยกัน 2 คน และได้หย่าร้างปลายปี 2558 กระทั่งขาดการติดต่อถาวร 11 พ.ค. 2559 15:09 12 พ.ค. 2559 08:22 ไทยรัฐ