วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แก้กฎหมาย! ฟันเฟืองสำคัญที่ Startup ไทยต้องการ

ช่วงนี้คำว่า Startup บูมจริงๆ คนกำลังหันมาสนใจเรื่องนี้กันเยอะขึ้น และอย่างที่เฟื่องเขียนไปสัปดาห์ที่แล้วว่างาน Startup Thailand เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่กระจายเรื่องนี้จาก Niche ไปสู่ Mass ประเทศไทย (ทิศทาง Start up ไทยจะรอด-ไม่รอด?) กำลังสดใส เพราะรัฐบาลหันมาสนใจ และที่สำคัญกว่าคือการเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชนซึ่งเป็นคนวงในมากขึ้น

แต่อย่างไรก็ตาม "สนใจ" ไม่เหมือนกันกับ "เข้าใจ"

ไม่เข้าใจที่ 1 คือ Startup ไม่ใช่ SMEs มีความแตกต่างกันอยู่หลายประการ แต่โชคดีที่ผู้ใหญ่หลายๆ ท่านเริ่มเข้าใจจุดแตกต่างนี้มากขึ้นแล้ว แต่อีกหลายท่านยังสับสนอยู่บ้าง ใช้ศัพท์สลับไปมาระหว่าง Startup กับ SMEs ทำให้เวลาแถลงนโยบายหรือให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน เกิดความสับสน จนมีสื่อไปประโคมโหมว่าตอนนี้สถานการณ์ “Startup ไทยกำลังจะประสบวิกฤติฟองสบู่” ซึ่งพี่กระทิง (เรืองโรจน์ พูนผล) เจ้าพ่อสตาร์ทอัพเมืองไทย พูดเองว่า "อีกไกล" ค่ะ

ไม่เข้าใจที่ 2 "เงิน" ไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่สุดที่ Startup ต้องการจากรัฐบาล

เนื่องจากเรื่อง Startup นี้เป็นเรื่องใหม่ วิธีคิด วิธีดำเนินธุรกิจค่อนข้างแตกต่างจากขนบการทำธุรกิจแบบเดิมๆ มีเพียงกลุ่มคนเล็กๆ ในเมืองไทย ที่ศึกษา คลุกคลีและลงมือทำจริงกับสิ่งนี้มานานพอที่จะเข้าใจวิธีปฏิบัติในวิถีใหม่นี้ พี่ๆ หลายๆ คนแสดงความคิดเห็นไปในทางเดียวกัน คือ ต้องการระบบนิเวศ (ecosystem) ที่เอื้อต่อการทำธุรกิจมากกว่า และที่สำคัญที่สุดคือ "การแก้กฎหมาย"

เพราะอะไร? เพราะ Startup มาพร้อมกับคำว่า Disrupt ที่แปลว่า ทำให้ยุ่งเหยิง/เสียกระบวน

หัวใจสำคัญของสตาร์ทอัพ คือ นำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหา อุดช่องโหว่ ทำให้ชีวิต ณ ปัจจุบันสะดวกขึ้น ง่ายขึ้น ดังนั้นหลายๆ อย่างที่สตาร์ทอัพทำ เป็นการรื้อถอนหรือสั่นคลอนขนบเดิมที่มีมายาวนาน และยังไม่มีกฎหมายมารองรับ หรือถึงขั้นขัดกับข้อกฎหมายเดิม เกิดเป็นความขัดแย้งและทำให้ธุรกิจเติบโตต่อไปไม่ได้

อย่างเช่นสดๆ ร้อนๆ เมื่อเฟื่องเพิ่งอ่านข่าวไปใน "เช้าข่าวชัดโซเชียล" เรื่องวินมอเตอร์ไซค์เจ้าถิ่น ยึดกุญแจรถคนขับ Grab Bike และบอกน้องนิสิตจุฬาฯ ว่า ให้เรียกใช้วินฯ ท้องที่ ซึ่งน้องก็บอกว่าเรียก Grab สะดวกกว่า ราคาเท่ากัน ไม่ต้องเดินไปเรียกด้วย ทำไมผมจะไม่ใช้? เป็นเรื่องที่ในโซเชียลวิจารณ์กันเยอะ และส่วนมากไม่เห็นด้วยกับการกระทำของวินมอเตอร์ไซค์คนนี้

เป็นกรณีที่เห็นชัดเลยว่า มีความขัดแย้งอยู่

ในมุมของผู้ใช้งาน: Grab (ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพ) ทำให้ชีวิตการเดินทางของเราง่ายขึ้น

ในมุมเจ้าตลาดเดิม (วินฯ มอเตอร์ไซค์): ธุรกิจเกิดใหม่ประเภทนี้เหมือนเป็นโจรที่มาปล้นลูกค้า แย่งตลาดไปซึ่งๆ หน้า เหมือนมาหยามเจ้าถิ่น และมาอย่างรวดเร็วจนเขาไม่รู้จะปรับตัวอย่างไร นอกจากใช้วิธีหักดิบแบบนี้

ในมุมของกฎหมาย: รถทะเบียนป้ายดำ ไม่สามารถนำมารับ-ส่งผู้โดยสารได้ ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย เพราะรถเหล่านี้ไม่ได้ลงทะเบียนรถสาธารณะกับกรมการขนส่งทางบก จึงไม่สามารถติดตามได้ กรณีเกิดเหตุร้าย

ในมุมของ Grab: พนักงานขับรถทุกคน ก่อนเข้ามา ต้องลงทะเบียนกับบริษัท และผ่านการตรวจสอบประวัติมาแล้ว ดังนั้นปลอดภัย ติดตามได้ และผู้ใช้งานก็เห็นหน้าตาพร้อมคะแนนของคนขับก่อนที่จะมารับด้วยซ้ำ

เรื่องนี้เข้าใจได้ทุกฝ่าย แต่สุดท้ายแล้ว ปัญหาจุดไต้ตำตอนี้ต้องมีทางออกค่ะ รัฐบาลและเอกชนควรหารือกันอย่างจริงจัง เพื่อหาข้อตกลงร่วมกันใน "ยุคเปลี่ยนผ่าน" ระหว่างขนบเก่า ที่ถูกกระเซ้าด้วยความสดใหม่ จะได้แฮปปี้กันทุกฝ่าย และธุรกิจสตาร์ทอัพจะได้โตได้จริงๆ ตามที่รัฐบาลวางโรดแม็ปเอาไว้

เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ

About me
IG: http://www.instagram.com/faunglada
Twitter: http://twitter.com/faunglada
Facebook: www.facebook.com/faunglada
Youtube: www.youtube.com/FLDfaunglada

เฟื่องลดา

11 พ.ค. 2559 14:29 11 พ.ค. 2559 20:08 ไทยรัฐ