วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นี่หรือ ประธานาธิบดี?

ทัศนคติของผมต่อนายโรดริโก โรอา ดูเตร์เต ผู้ชนะเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ไม่ค่อยดีนัก พ.ศ. 2532 ขณะเป็นนายกเทศมนตรีเมืองดาเวา นักโทษในเรือนจำที่ดาเวาเกิดจลาจล

ตอนนั้นนักโทษชายก่อจลาจลและข่มขืนผู้หญิง แทนที่เรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่เสียหาย เป็นเรื่องที่นายดูเตร์เตน่าจะต้องเสียใจและรับผิดชอบในฐานะนายกเทศมนตรี แต่ปรากฏว่า แกเอาเรื่องนี้มาพูดจาปราศรัยหาเสียง

นางสาวแจคเกอลีน เฮมิล ชาวออสเตรเลียซึ่งกำลังเผยแผ่ศาสนาอยู่ในเรือนจำเมืองดาเวาในขณะนั้น ก็เป็นคนหนึ่งที่โดนนักโทษรุมโทรมข่มขืนและฆ่า

การรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์เมื่อเดือนที่แล้ว นายดูเตร์เตเอาเรื่องนี้มาเล่าบนเวทีปราศรัยหาเสียง

“They raped all of the women. There was this Australian lay minister. When they took them out, I saw her face and I thought, What a pity. They raped her, they all lined up. I was mad she was raped but she was so beautiful. I thought, the mayor should have been first.”

“พวกมันข่มขืนผู้หญิงทุกคน มีนักเผยแผ่ศาสนาชาวออสเตรเลียอยู่ด้วย ตอนที่พาพวกเธอออกมา ผมมองหน้าเธอแล้วก็คิดว่า เธอน่าสงสารจริงๆ พวกมันข่มขืนเธอ จับเธอเรียงคิว ผมคลั่งมากที่เธอโดนข่มขืน เธอช่างสวยอะไรอย่างนี้ ผมคิดว่า นายกเทศมนตรีควรจะได้ข่มขืนเธอเป็นคิวแรก”

คำพูดสะท้อนความคิดของสิ่งที่อยู่ใต้สมองของผู้นำ นี่คือมาตรฐานทางจริยธรรมและศีลธรรมของผู้ที่จะมาเป็นประธานาธิบดีของประเทศที่มีประชากรเกิน 100 ล้าน และผู้คนส่วนใหญ่นับถือคริสต์โรมันคาทอลิกซึ่งมีศีลธรรมสูงและเคร่งครัดในศาสนา ผู้คนที่ฟังดูเตร์เตพูดจาปราศรัยในวันนั้นต่างตลกขบขันและมันไปกับลีลาการพูดจาของดูเตร์เต ผมพยายามนึกถึงเหตุผลว่าทำไมคนจึงสนับสนุนพวกเหยียดเพศเป็นประธานาธิบดี

เมษายน 2559 นายดูเตร์เตคนนี้พูดต่อหน้าคณะนักธุรกิจชั้นนำของประเทศ “I was separated from my wife. I'm not impotent. What am I supposed to do? Let this hang forever? When I take Viagra, it stands up.” ซึ่งไม่เหมาะสมที่ผมจะเอามาแปลนะครับ แกพูดถึงสมรรถภาพทางเพศ เรื่องไวอะกร้า เรื่องนกเขาขัน ซึ่งเรื่องอย่างนี้ไม่ควรนำมาเล่าในที่สาธารณะ

วันเสาร์ที่ผ่านมาหมาดๆ ในการปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้าย แกพูดถึงเรื่องสิทธิมนุษยชนว่า แกจะเลิกนึกถึงเรื่องสิทธิมนุษยชนไปเลย “Forget the laws on human rights. If I make it to the presidential palace, I will do just what I did as mayor. You drug pushers, hold-up men and do-nothings, you better go out. Because as the mayor, I'd kill you.” ถ้าแกได้เป็นประธานาธิบดีก็จะทำอย่างที่เคยทำตอนที่เป็นนายกเทศมนตรี ใครทำผิดจะแกฆ่าซะให้หมด

ถ้านายดูเตร์เตทำอย่างที่พูดไว้ในตอนปราศรัยหาเสียง ผมว่าฟิลิปปินส์จะเป็นสาธารณรัฐที่ถอยหลังสู่ยุคมืด ไม่ต้องสนใจกฎหมายกันอีกต่อไปแล้ว เมื่อมีคนบอกว่าแกชอบฆ่าคนด้วยกระบวนการนอกศาล แกก็บอกว่า “ถ้างั้นผมจะเอาตัวมันไปอยู่ต่อหน้าผู้พิพากษา แล้วก็ฆ่ามันตรงนั้นเลย ทำแค่นี้ ก็ไม่ใช่นอกศาลแล้ว”

แถมยังขู่ว่า ถ้ารัฐสภาตีรวน แกก็จะสถาปนาระบอบเผด็จการ

กดแป้นคอมพิวเตอร์ถึงตรงนี้ ผมรู้สึกว่าผมกล้ามเนื้อแขนอ่อนแรง มือสั่น ตาเหล่ และเริ่มเห็นภาพซ้อน ผู้อ่านท่านผู้เจริญ ตาผมเริ่มพร่ามัวลงเรื่อยๆ รู้สึกว่าผมอาจจะหมดสติลงไปในเวลาไม่ช้า ขออนุญาตลาท่านทั้งหลายไปก่อนครับ

โอย ผมเขียนต่อไปไม่ไหวจริงๆ.

คุณนิติ นวรัตน์
songlok@outlook.co.th  
www.nitipoom.media  
www.facebook.com/nitipoom.thailand 

11 พ.ค. 2559 09:02 11 พ.ค. 2559 09:02 ไทยรัฐ