วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เหมืองทองไทย ปิดหมดภายในปี59

บิ๊กตู่สั่งเฉียบ-‘อรรชกา’เดินหน้าลุยทันที

“บิ๊กตู่” สั่งปิดฉากการทำเหมืองทองในไทยทุกกรณีภายในสิ้นปีนี้ จี้บริษัทอัคราฯเร่งปิดเหมืองฟื้นฟูพื้นที่พร้อมให้กระทรวงแรงงานช่วยดูแลพนักงานกว่า 1,000 คน ด้านบริษัทฯ ออกแถลงการณ์โต้ ไม่เคยก่อปัญหามลภาวะเป็นพิษตลอดระยะเวลาทำเหมือง ยันปฏิบัติตามกฎหมายทุกอย่างและประทานบัตรยังได้รับอนุญาตถึงปี 2571

นางอรรชกา สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยเมื่อ 10 พ.ค.ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบมติร่วมกันของ 4 หน่วยงาน ประกอบด้วยกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ต่อกรณีการแก้ไขปัญหาตามที่ประชาชนร้องเรียนว่า ได้รับผลกระทบจากการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำของบริษัทอัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) โดยให้ยุติการอนุญาตอาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่ทองคำและประทานบัตร ทำเหมืองแร่ทองคำรวมถึงคำขอต่ออายุประทานบัตรด้วย ซึ่งจะมีผลให้บริษัทเอกชนที่ยื่นคำขออนุญาตทั้ง 2 กรณีดังกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ ถูกปฏิเสธคำขออนุญาตทั้งหมด แบ่งเป็นคำขออาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่ทองคำ 12 บริษัท จำนวน 177 แปลงในพื้นที่ 10 จังหวัด และคำขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ทองคำ 107 แปลง อยู่ที่ จ.เลย เป็นคำขอของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด ส่วนคำขอต่ออายุประทานบัตรมีแปลงเดียวคือของบริษัทอัคราฯ

รมว.อุตสาหกรรมกล่าวด้วยว่า สำหรับในกรณีของบริษัทอัคราฯนั้น เห็นควรให้ต่ออายุใบอนุญาตประกอบโลหกรรมไปจนถึงสิ้นปี 2559 เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของพนักงานและเพื่อเตรียมการเลิกประกอบกิจการ โดยบริษัทอัคราฯ สามารถนำแร่ที่เหลืออยู่ไปใช้ประโยชน์ได้ พร้อมทั้งให้บริษัทอัคราฯเร่งดำเนินการปิดเหมืองและฟื้นฟูพื้นที่ที่ผ่านการทำเหมืองให้เป็นไปตามเงื่อนไขการอนุญาต ขณะเดียวกันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการดูแลประชาชน และบรรเทาปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นภายหลังสิ้นสุดการประกอบกิจการเหมืองแร่และโลหกรรมของบริษัทอัคราฯ ดังนี้ คือกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กำกับดูแลการปิดเหมืองและฟื้นฟูพื้นที่ กระทรวงสาธารณสุข ดูแลสุขภาพของประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และกระทรวงแรงงานดูแลพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากการปิดกิจการ ทั้งนี้ในส่วนการช่วยเหลือพนักงานของบริษัทอัคราฯ ที่มีประมาณ 1,000 คน นอกจากกระทรวงอุตสาหกรรมจะประสานกับกระทรวงแรงงานในการให้ความช่วยเหลือแล้ว จะประสานกับ ผวจ.พิจิตรให้นำเงินกองทุนพัฒนาท้องถิ่น ซึ่งมีเงินประมาณ 45 ล้านบาท มาให้การช่วยเหลือพนักงานที่ได้รับผลกระทบด้วย

“วันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา ทั้ง 4 กระทรวงได้พิจารณา ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น ตามที่คณะทำงานเสนอมา แม้จะยังไม่สรุปได้ชัดเจนว่า ปัญหาข้อร้องเรียนและผลกระทบต่างๆเกิดจากการทำเหมืองแร่ทองคำของบริษัทอัคราฯหรือไม่ แต่เพื่อประโยชน์ของประชาชนและสังคมส่วนรวม และแก้ปัญหาความแตกแยกของประชาชน ชุมชน ประกอบกับมีคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ให้นโยบายไว้แล้วว่าการดำเนินงานเหมืองแร่ทองคำ จะต้องมีความโปร่งใส ประชาชนไม่ต่อต้าน ทั้ง 4 กระทรวงจึงมีมติร่วมกันดังกล่าว โดยได้เสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. พิจารณาและได้อนุมัติให้กระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินการตามข้อกฎหมายระเบียบต่างๆที่เกี่ยวข้อง บูรณาการงานของส่วนราชการ ให้เป็นไปตามมติแล้วตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค. ถึงสิ้นปีนี้การทำหรือต่ออายุเหมืองแร่ทองคำ ในประเทศไทยทุกกรณีจะยุติหมด มองว่าการทำเหมืองแร่ทองคำในประเทศไทยขณะนี้ไม่น่าจะมีความเหมาะสม” นางอรรชกากล่าว

รมว.อุตสาหกรรมกล่าวอีกว่า ช่วงที่ผ่านมา ในการตรวจสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ พบว่า มีประชาชนจำนวนมากที่มีโลหะหนักอยู่ในร่างกาย ถือว่าเป็นอันตราย แต่ต้องยอมรับว่าเพิ่งมีการตรวจเมื่อปี 2557-2558 นี้เอง ไม่ได้มีการตระหนัก หรือตรวจสุขภาพร่างกายของประชาชน ตั้งแต่เปิดเหมืองทองคำใหม่ๆ เมื่อ 15 ปีก่อน จากการตรวจร่างกาย 3 ครั้ง จำนวน 1,583 คน พบว่า 51.6% หรือ 817 คน ที่พบโลหะหนักในร่างกาย ซึ่งถือเป็นอัตราที่สูง แต่ขณะเดียวกันยังไม่ได้มีการศึกษาว่าเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับพื้นที่ที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน ผลการตรวจสุขภาพจะเหมือนกันหรือไม่ ต้องยอมรับว่าจริงๆแล้วหลายเรื่องยังไม่มีข้อสรุปในเชิงวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจน แต่ทั้ง 4 กระทรวงก็เห็นร่วมกันว่า การทำเหมืองทองคำถ้าทำให้เกิดความขัดแย้ง ต่อต้านในชุมชนก็ควรจะยุติ ไม่คุ้มกับต้นทุนทางสังคม

นางอรรชกากล่าวอีกว่า กรณีที่บริษัทอัคราฯ จะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายนั้น เป็นสิทธิ์ของบริษัทที่จะดำเนินการได้ คงไปห้ามไม่ได้ แต่ทั้ง 4 กระทรวงมีความเห็นร่วมกันว่า การทำเหมืองทองเป็นนโยบายสาธารณะที่มีความเสี่ยง แม้จะยังไม่มีข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนก็ตาม แต่เพื่อประโยชน์ของสาธารณะ แก้ไขปัญหาความขัดแย้งของชุมชนจึงให้ดำเนินการตามแนวทางข้างต้นออกมาก่อน หากฟ้องกระทรวงอุตสาหกรรมคงต้องสู้ในการชี้แจงต่อไป สำหรับการประกอบกิจการของบริษัทอัคราฯที่ผ่านมา ได้ทองคำปีละ 3-4 ตัน ต้องย่อยหินกว่า 1 ตัน เพื่อจะได้ทองคำ 1 กรัม ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา ได้ทองคำ ประมาณ 50 ตัน คิดเป็นมูลค่า 52,000 ล้านบาท และประเมินว่าทองคำในพื้นที่ใกล้จะหมดแล้ว

ด้านนายเชิดศักดิ์ อรรถอารุณ ผจก.ประสานงานกิจการภายนอก บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ได้ออกแถลงการณ์ของบริษัทว่า ตามที่มีคำแถลงจาก รมว.อุตสาหกรรม กรณีให้เหมืองแร่ทองคำชาตรีของบริษัทหยุดดำเนินกิจการเหมืองภายในสิ้นปี 2559 สร้างความประหลาดใจให้กับบริษัทเป็นอย่างมาก เนื่องจากบริษัทยังคงมีประทานบัตรที่ได้รับอนุญาตอยู่จนถึงปี 2571 จึงวางแผนการทำเหมืองไว้แล้วจนถึงเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตั้งแต่เริ่มดำเนินกิจการ บริษัทได้พิสูจน์ให้เห็นมาตลอดว่ากิจการเหมืองแร่ทองคำชาตรีไม่ได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อทั้งสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน ที่อาศัยอยู่ในชุมชนโดยรอบเหมืองแร่ทองคำชาตรีแต่อย่างใด

ในแถลงการณ์ระบุอีกว่า บริษัทได้ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดทุกอย่างตามกฎหมายแห่งประเทศไทย ภายใต้การกำกับดูแลของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) อย่างเคร่งครัดเสมอมา นอกจากนี้ บริษัทยังมีส่วนช่วยสร้างให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจแก่ประเทศไทยทั้งในระดับท้องถิ่นและต่อประเทศไทยโดยรวม อย่างไรก็ดี บริษัทยังไม่ได้รับเอกสารแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรใดๆจากทางภาครัฐและบริษัทจะได้หารือกับที่ปรึกษาด้านกฎหมาย เพื่อพิจารณาช่องทางการดำเนินการตามกฎหมายที่สามารถทำได้ต่อไป

ส่วนความเคลื่อนไหวของชาวบ้านในพื้นที่ นายบุญลือ บุญอ้น อายุ 57 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า จากการพูดคุยกับลูกบ้านที่ทำงานอยู่ในเหมืองทอง ประมาณ 20 ครอบครัว ลูกบ้านรู้สึกขวัญเสีย เพราะในอนาคตจะต้องตกงาน ไม่มีงานทำ ทุกคนอายุก็มากแล้ว ไม่สะดวกที่จะเปลี่ยนงานใหม่ การทำงานในบริษัทเหมืองทองคำฯ ก็ไม่เคยมีปัญหาเรื่องสุขภาพ เหมืองทองฯก็ดูแลชุมชนเป็นอย่างดี มีกองทุนให้พัฒนา หมู่บ้านของตนได้เงินจากกองทุนของเหมืองทองฯให้พัฒนาหมู่บ้านปีละ 1 ล้านบาท ส่วนข้อเท็จจริง คนที่ไปร้องเรียน ก็ไม่ใช่คนในหมู่บ้านแต่อย่างใด จึงอยากจะให้รัฐบาลมาตรวจสอบข้อมูลให้ลึกกว่านี้

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม.ว่า ที่ประชุม ครม.ไม่ได้พิจารณาต่อใบอนุญาตสัมปทานเหมืองทองคำ ตนสั่งการไปว่าภายในสิ้นปี 59 จะต้องไม่มีการทำเหมืองแร่ทองอีกต่อไปจนกว่าจะมีผลการตรวจสอบชัดเจน และในระหว่างนี้จะต้องแก้ปัญหาการปรับพื้นที่คืนสภาพ เตรียมหางานให้คนงานอีกว่าพันคน ส่วนประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจะได้รับการเยียวยา โดยให้กระทรวงสาธารณสุขไปดูแลรักษา ที่ยังไม่มีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ชัดเจนว่าเกิดจากอะไร เพราะทุกพื้นที่มีมากมีน้อยอยู่ แบบนี้ใครจะมาร่วมรับผิดชอบกับตน ไม่ใช่ว่าสั่งโครมๆว่าเลิกไม่เลิก สร้างกันมากี่ปีแล้วปัญหาเกิดมาจากใคร

“บิ๊กตู่” สั่งปิดฉากการทำเหมืองทองในไทยทุกกรณีภายในสิ้นปีนี้ จี้บริษัทอัคราฯเร่งปิดเหมืองฟื้นฟูพื้นที่พร้อมให้กระทรวงแรงงานช่วยดูแลพนักงานกว่า 1,000 คน ด้านบริษัทฯ ออกแถลงการณ์โต้ ไม่เคยก่อปัญหามลภาวะเป็นพิษ... 11 พ.ค. 2559 07:39 11 พ.ค. 2559 07:39 ไทยรัฐ