วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จับตาประมูลคลื่น 900MHz! แย้มบอร์ดเอไอเอสไฟเขียวประมูลคลื่น

"ฐากร" มั่นใจเอไอเอสเข้าร่วมประมูลแน่หลังบอร์ดไฟเขียว ชี้ไม่ว่าใครได้คลื่นก็ต้องลงทุนสร้างการ์ดแบนด์กว่าพันล้านบาท ชี้บทเรียนแจสเบี้ยวเงินทำให้ทราบกระบวนการฮั้วอยู่ที่สถาบันการเงิน...

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวในงานเสวนาจิบน้ำชา "ถอดรหัสบทเรียนประมูล 4G The Series" โดยชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยว่า การประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ครั้งใหม่ในวันที่ 27 พ.ค.นี้ มั่นใจว่าบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส จะเข้าร่วมประมูลอย่างแน่นอน เนื่องจากทราบมาอย่างไม่เป็นทางการว่าคณะกรรมการบริษัทของเอไอเอสได้มีมติเมื่อวันนี้ (10 พ.ค.2559) อนุมัติให้ประมูล ส่วนบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ก็ลุ้นว่าจะเข้าร่วมประมูลหรือไม่ เพราะวันที่ กสทช.ชี้แจงเอกสารการประมูล ก็พบว่ามีฝ่ายบริหารระดับสูงของทรูฯ เข้ามาร่วมฟังด้วย หากไม่สนใจเข้าร่วมประมูลก็คงไม่ส่งผู้บริหารระดับสูงมาฟัง ทั้งนี้ ไม่ว่าเอไอเอส หรือ ทรู จะได้ใบอนุญาตไป ทั้ง 2 รายก็จะต้องลงทุนสร้างการ์ดแบนด์ (อุปกรณ์ป้องกันสัญญาณรบกวน) ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท แตกต่างจากบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ที่หากได้คลื่นดังกล่าวไปจะไม่ต้องลงทุนสร้างการ์ดแบนด์ เพราะเป็นคลื่นที่ติดกับคลื่นที่ดีแทคมีอยู่ในสัมปทานของบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)


ส่วนบทเรียนจากการที่บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด ไม่ชำระค่าธรรมเนียมการประมูลครั้งนี้ หากมองในแง่ดีจะถือเป็นการทลายกำแพงการฮั้วโดยสถาบันการเงิน เพราะสถาบันการเงินจะกำหนดวงเงินในการเคาะการประมูล ทำให้ผู้เข้าร่วมประมูลไม่สามารถเคาะราคาสูงกว่าวงเงินที่ธนาคารกำหนดได้ เช่นเดียวกับที่แจสทำเนื่องจากแจสได้วงเงินในการเคาะราคาเพียง 40,000 ล้านบาท หากแจสไม่ยอมเคาะเกินวงเงินราคาคลื่นก็จะไม่สูงขนาดนี้ ซึ่งการประมูลโครงการใหญ่ๆ ทุกโครงการก็จะเป็นเช่นนี้เนื่องจากทุกโครงการสถาบันการเงินเป็นคนกำหนดวงเงิน ทำให้คนที่ประมูลต่างก็รู้ว่าแต่ละบริษัทที่เข้าร่วมประมูลจะมีวงเงินในการประมูลเท่าไร ดังนั้น กสทช.จึงได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประธานสมาคมธนาคารไทย ขอให้กำกับดูแลเรื่องนี้ด้วย

"การทำงานของ กสทช.ผมฟังทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคาเริ่มต้นการประมูล การให้ทรูฯ เข้าร่วมประมูลหรือไม่ ไม่ว่าผมจะตัดสินใจไปทางไหนผมก็โดนตลอด ดังนั้นผมต้องทำยังไงก็ได้ที่ไม่ต้องโดนสอบ ไม่ต้องติดคุก เพราะการติดคุก มันติดแทนกันไม่ได้" นายฐากร กล่าว

สำหรับการควบคุมอัตราค่าบริการ อยู่ระหว่างการส่งเรื่องให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) กลับไปพิจารณาใหม่ภายในสัปดาห์หน้า เนื่องจากการกำหนดค่าเฉลี่ยที่ กทค.คิดนั้น ประชาชนไม่เข้าใจและยังมีการคิดค่าบริการที่เกินแพ็กเกจในราคานาทีละ 1.50 บาท ซึ่งตนไม่เห็นด้วย โดยราคาต้องเท่ากันทั้งหมดทุกแพ็กเกจ ไม่ใช่ใช้สูตรในการคิดอัตราค่าเฉลี่ยเหมือนที่ผ่านมา

นอกจากนี้ เมื่อมีการแก้ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ... ฉบับใหม่ หรือ พ.ร.บ.กสทช.ใหม่นั้น เมื่อมีการรวมคณะกรรมการจากเดิม แยกเป็นฝั่งกระจายเสียงและฝั่งโทรคมนาคมเป็นคณะกรรมการเดียวกันนั้น ต่อไปการออกใบอนุญาตต้องเป็นใบอนุญาตเดียวกันทั้งกระจายเสียงและโทรคมนาคม เนื่องจากเทคโนโลยีหลอมรวมกันแล้ว ที่ผ่านมายังเป็นปัญหาในการออกใบอนุญาต ผู้ที่ได้ใบอนุญาตโทรคมนาคมถ้าไปให้บริการทีวีออนโมบายก็ทำไม่ได้ ต้องไปขอใบอนุญาตฝั่งกระจายเสียงอีกครั้งทำให้ไม่สามารถเดินหน้าได้


นายพรเทพ เบญญาอภิกุล อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ผู้ที่รู้มูลค่าคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์มากที่สุด คือ เอไอเอส เพราะเป็นผู้ถือครองคลื่นเดิมอยู่ ดังนั้นการที่แจสชนะการประมูลจึงเป็นข่าวร้ายของเอไอเอส ส่วนการที่แจสตัดสินใจทิ้งใบประมูลอาจเป็นการตัดสินใจที่ทำให้เจ็บตัวน้อยที่สุด เนื่องจากคลื่นมีมูลค่าสูงและต้องมาสู้กับคู่แข่งในตลาดที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว ขณะเดียวกัน การที่เอไอเอสมีหนังสือขอซื้อคลื่นในมูลค่าที่แจสชนะประมูลก็เป็นเรื่องดี แม้ว่าจะประหลาดใจอยู่มากก็ตามเนื่องจากก่อนหน้านี้เอไอเอสเห็นว่าราคาเริ่มต้นการประมูลสูงเกินไป ทั้งนี้เมื่อ กสทช.ตัดสินใจเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้มาตรา 44 ประกาศให้มีการประมูลจึงเป็นเรื่องดีมากกว่าการให้คลื่นกับเอไอเอส อย่างไรก็ตาม การที่มีคำสั่งให้ทรูสามารถเข้าร่วมประมูลได้ โดยเฉพาะกับคลื่นที่ต่ำกว่า 1 กิกะเฮิรตซ์ (GHz) หากทรูได้ไปทั้งหมดในอนาคตทรูจะกลายเป็นเจ้าตลาดโดยปริยาย เมื่อมองทางเศรษฐศาสตร์แล้วไม่เกิดความเป็นธรรมในการแข่งขัน ซึ่ง กสทช.ควรมีการจำกัดการถือครองคลื่นความถี่ที่ต่ำกว่า 1 กิกะเฮิรตซ์ ไม่ให้ถือครองมากเกินไป เพราะคลื่นที่ต่ำจะมีมูลค่าสูง นอกจากนี้ กสทช.ต้องกำกับดูแลอัตราค่าบริการให้เป็นธรรมกับประชาชนด้วย ซึ่งที่ผ่านมาการกำหนดอัตราค่าเฉลี่ยยังไม่เป็นไปตามที่ กสทช.ประกาศ ยังมีการเก็บเงินเกินกว่าอัตราที่ กสทช.กำหนด


นายไผท ผดุงถิ่น นายกสมาคมการค้าเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการเทคโนโลยีรายใหม่ หรือ Thailand Tech Startup Asscociation กล่าวว่า ประเทศไทยมีความแปลกที่สตาร์ทอัพเริ่มต้นด้วยการผูกกับวงการโทรคมนาคมซึ่งแตกต่างกับในต่างประเทศ ขณะเดียวกัน ประเทศไทยเป็นประเทศสุดท้ายที่พูดถึงสตาร์ทอัพ แต่เมื่อรัฐบาลนำมาเป็นนโยบายหลักจึงต้องการให้รัฐบาลจริงจังในการขับเคลื่อนไม่ใช่ทำตามกระแส ปัญหาของสตาร์ทอัพไทยคือกฎหมายที่ไม่เอื้อต่อนักลงทุนต่างชาติ ทำให้สตาร์ทอัพคนไทยกว่า 20 บริษัท ต้องไปจดทะเบียนที่ประเทศสิงคโปร์ ดังนั้นรัฐบาลต้องแก้ปัญหาดังกล่าวก่อนเป็นอันดับแรก สมาคมฯ ต้องการให้ประเทศไทยมีสตาร์ทอัพที่มีมูลค่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ให้ได้.

"ฐากร" มั่นใจเอไอเอสเข้าร่วมประมูลแน่หลังบอร์ดไฟเขียว ชี้ไม่ว่าใครได้คลื่นก็ต้องลงทุนสร้างการ์ดแบนด์กว่าพันล้านบาท ชี้บทเรียนแจสเบี้ยวเงินทำให้ทราบกระบวนการฮั้วอยู่ที่สถาบันการเงิน... 10 พ.ค. 2559 17:26 10 พ.ค. 2559 17:54 ไทยรัฐ