วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โลกร้อน..แล้งขย่มไทย จะเก็บน้ำยังไงให้มีพอใช้

อุณหภูมิสูงเกินกว่า 40 องศาเซลเซียส มีให้พบเจอกันเป็นรายวัน...พายุฤดูร้อนถล่มหนักและถี่กว่าทุกปี เป็นสัญญาณบอกให้คนไทยได้รู้สึกสำนึกจริงๆ กันเสียที ภัยโลกร้อนนั้นเป็นเช่นไร

แต่นี่แค่เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นเอง ร้อนแค่นี้ยังลำบากเรื่องน้ำกินน้ำใช้น้ำเพื่อการเกษตรสำหรับดำรงชีพเกษตรกรต้องถูกทอดทิ้ง...เพื่อเตรียมรับอนาคตร้อนแล้งยิ่งกว่าที่จะมาแน่ เราจะบริหารจัดการน้ำ เก็บกักน้ำยังไงให้คนไทยอยู่กันได้อย่างมีความสุข

“สังเกตได้ลุ่มน้ำไหนมีการเก็บกักน้ำได้น้อยกว่า 30% ของปริมาณน้ำท่าในลุ่มน้ำนั้น นอกจากจะมีปัญหาขัดสนเรื่องน้ำกินน้ำใช้ในหน้าแล้งแล้ว ฤดูฝนก็ยังมีปัญหาน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี”

ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ รองอธิบดีฝ่ายวิชาการกรม ชลประทาน ยกตัวอย่าง ลุ่มน้ำยม จะมีปริมาณน้ำท่า หรือปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาแล้วไหลลงห้วย ลำคลองสาขา และแม่น้ำยม เฉลี่ยปีละ 5,260.91 ล้าน ลบ.ม. แต่มีเหมืองฝาย กักเก็บน้ำได้ 472.15 ล้าน ลบ.ม. หรือกักเก็บได้ 8.97%

ในขณะที่ ลุ่มน้ำน่าน ลุ่มน้ำฝาแฝดที่อยู่เคียงคู่ขนานกัน มีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยปีละ 17,454.12 ล้าน ลบ.ม. มีแหล่งกักเก็บน้ำได้ 10,502.61 ล้าน ลบ.ม. หรือเก็บกักได้ 60.17%

วันนี้ไปดูกันได้ แม่น้ำยมแห้งแกร็ก...แม่น้ำน่านยังมีน้ำรินไหล

แต่แจกจ่ายไปให้เกษตรกรในลุ่มน้ำใช้ไม่ได้ เพราะต้องแบ่งปันมาใช้ลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เพราะมีน้ำท่าเฉลี่ยปีละ 4,224.63 ล้าน ลบ.ม. แต่มีแหล่งเก็บกักน้ำได้แค่ 3.98%...ไม่ต้องสงสัยทำไมเจ้าพระยายังมีน้ำไหลลงอ่าวไทยได้ นั่นเพราะแหล่งเก็บน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำอื่นๆส่งมาช่วย ไม่อย่างนั้นเจ้าพระยาเค็มปี๋เต็มไปด้วยน้ำทะเลแล้ว

และในภาพรวมทั้งประเทศ เรามีลุ่มน้ำด้วยกันทั้งสิ้น 25 ลุ่มน้ำ มีน้ำท่ารวมกันเฉลี่ยปีละ 285,227.18 ล้าน ลบ.ม. กักเก็บไว้ได้แค่ 27.61%

แต่การเก็บกักน้ำท่าให้ได้ไม่น้อยกว่า 30% ดร.สมเกียรติ บอกว่า นั่นแค่ช่วยทุเลาปัญหาไม่ให้รุนแรงเท่านั้น...ถ้าจะให้มีน้ำได้ใช้อย่างไม่มีปัญหา แต่ละลุ่มน้ำต้องมีแหล่งเก็บกักน้ำท่าไว้ได้ 60–70%

“เพราะวันนี้พฤติกรรมของฝนเปลี่ยนไป บ้านเรามีฤดูฝนนาน 4-5 เดือน เมื่อก่อนฝนจะค่อยเฉลี่ยกันตกทุกเดือน แต่ในช่วง 10 ปีหลัง ปริมาณน้ำฝน 70-80% จะมาตกหนักเฉพาะในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของฤดูฝน”

ปัญหาที่ตามมา ฝนมีโอกาสซึมลงดินได้น้อยลง และกลายเป็นน้ำท่ามากขึ้นกว่าเดิม ถ้าเราไม่เก็บน้ำไว้ให้มาก น้ำท่าจะไหลลงทะเลไปหมด ซึ่งต่างจากในอดีตฝนทยอยตก น้ำมีโอกาสซึมลงดินได้นานและมากและป่าจะช่วยอุ้มน้ำไว้ส่วนหนึ่ง

แต่เดี๋ยวนี้เวลาให้น้ำฝนซึมลงดินมีน้อย แถมป่ายังน้อยอีก ฝนตก ลงมาที ไหลพรวดลงทะเลได้เร็วและมากกว่าเดิม ถ้าไม่รีบหาที่ทางมากักเก็บไว้...แล้วจะเอาน้ำที่ไหนมาใช้กัน.

ชาติชาย ศิริพัฒน์

อุณหภูมิสูงเกินกว่า 40 องศาเซลเซียส มีให้พบเจอกันเป็นรายวัน...พายุฤดูร้อนถล่มหนักและถี่กว่าทุกปี เป็นสัญญาณบอกให้คนไทยได้รู้สึกสำนึกจริงๆ กันเสียที ภัยโลกร้อนนั้นเป็นเช่นไร 10 พ.ค. 2559 14:13 10 พ.ค. 2559 14:15 ไทยรัฐ