วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
วิธีเลี้ยงปลาสู้ร้อน

วิธีเลี้ยงปลาสู้ร้อน

โดย สะ-เล-เต
11 พ.ค. 2559 05:01 น.
  • Share:

ร้อนแล้งเยี่ยงนี้ นายอดิศร์ กฤษณวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ผู้คร่ำหวอดในวงการเพาะเลี้ยงปลา แนะวิธีลดผลกระทบแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ

สิ่งแรกที่เกษตรกรต้องพิจารณา เลี้ยงปลาไม่ให้หนาแน่นจนเกินไป และปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของปลา หากอากาศร้อนจัดต้องลดอุณหภูมิของน้ำลง เพื่อลดความเสี่ยงไม่ให้ปลาน็อก

ควรลดแสงที่จะลงไปถึงกระชังปลาหรือบ่อเลี้ยง เพื่อช่วยควบคุมอุณหภูมิและลดความเครียดจากแสง ที่จะทำให้ปลากินอาหารลดลง โตช้าและป่วย...ใช้สแลนทึบคลุมประมาณ 2 ชั้น ให้สูงจากกระชังหรือบ่อประมาณ 2 ม.

การเลี้ยงปลาในบ่อต้องมีการควบคุมคุณภาพน้ำ ปรับสภาพให้น้ำลึกไม่ต่ำกว่า 1.8 ม. วัดค่าความขุ่นใสให้ได้ 40-50 ซม. และต้องวัดค่า DO บ่อยครั้งขึ้น เพราะน้ำที่อุณหภูมิสูงขึ้น ออกซิเจนที่ละลายในน้ำจะลดลง

ส่วนการเลี้ยงปลากระชังในแม่น้ำ พบปัญหาน้ำแห้ง นอกจากจะลงเลี้ยงปลาไม่หนา แน่นจนเกินไป ต้องลากกระชังลงไปในบริเวณน้ำลึกขึ้น รวมทั้งต้องมีระบบป้องกันโดยการทำความสะอาดกระชังบ่อยครั้งขึ้น

เนื่องจากฤดูร้อน พาราไซต์และแบคทีเรียจะเติบโตรวดเร็ว รวมทั้งต้องกำจัดวัชพืชน้ำและสาหร่ายไม่ให้เกาะกระชัง ซึ่งจะกีดขวางทางการไหลของน้ำผ่านกระชัง ทำให้ออกซิเจนในกระชังต่ำลง

หากมีการเปลี่ยนแปลงสภาพน้ำให้ผสมวิตามินซีในอาหาร และควรหมั่นสังเกตการกินอาหารของปลาอย่าให้เหลือมาก อาจแบ่งการให้อาหารเป็น 5–6 มื้อต่อวัน เพื่อกระตุ้นการกิน

“เกษตรกรที่เลี้ยงปลาในบ่อจะมีปัญหาจากพาราไซต์ในน้ำน้อยกว่า แต่อาจมีปัญหาในช่วงอากาศร้อนจัด ดังนั้นควรติดตั้งเครื่องตีน้ำเพื่อช่วยเติมอากาศในน้ำ และควรเปิดตลอดเวลา โดยเฉพาะตอนกลางวัน เพื่อให้น้ำมีการผสมกันตลอดตามแนวลึกของบ่อ ไม่เกิดการแบ่งชั้นของน้ำ และช่วยให้อุณหภูมิน้ำไม่สูงจนเกินไป” นายอดิศร์ บอกเคล็ดลับ

หมั่นตรวจสุขภาพปลา โดยการสุ่มตรวจพาราไซต์ทุกๆสัปดาห์ และใช้แบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ช่วยย่อยสลายสารอินทรีย์ให้เหมาะสม โดยวัดได้จากค่าของแอมโมเนียรวมที่ละลายน้ำไม่ควรเกิน 0.5 พีพีเอ็ม.

สะ-เล-เต

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้