วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สปท.แจงผุดไอเดียปรองดองไม่เอื้อฝ่ายใด โต้ใบสั่ง ชง ก.ม.รอกำหนดโทษ

"อลงกรณ์" แจงข้อเสนอปรองดองไม่เอื้อประโยชน์ฝ่ายใด ยังไม่ใช่มติรอถกแม่น้ำทุกสายก่อน ด้าน "สมพงษ์" ปัดมีใบสั่ง ดัน ก.ม.รอกำหนดโทษ แต่ต้องนิรโทษแบบมีเงื่อนไข ใครหนีคดีหมดสิทธิ

เมื่อวันที่ 9 พ.ค. นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) คนที่หนึ่ง กล่าวถึงกรณีที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.ออกมาคัดค้านข้อเสนอของ สปท.เรื่องกฎหมายรอกำหนดโทษเพื่อการปรองดองว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวยังไม่ใช่ข้อเสนอของ สปท.เพราะยังไม่ได้พิจารณาหรือมีมติเรื่องนี้ ยังอยู่ในขั้นตอนการทำงานของคณะกรรมาธิการ ตนเชื่อว่าทุกคนต้องการเห็นบ้านเมืองสงบ และเห็นด้วยกับการปรองดอง เพียงแต่จะทำอย่างไรและเมื่อไร นายกรัฐมนตรีจึงกำหนดโรดแม็ปให้ไปดำเนินการเรื่องการปรองดองในปีหน้าเพราะปีนี้มีงานใหญ่งานสำคัญคือการออกเสียงประชามติ ร่างรัฐธรรมนูญ และการเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ ส่วนข้อเสนอที่เป็นกฎหมายชัดๆ คงต้องหารือนอกรอบกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไปพลางก่อน

"คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านการเมือง ก็พยายามดำเนินการตามแนวทางนี้อย่างเงียบๆ มาตลอด แต่เมื่อเปิดประเด็นเป็นข่าว ก็ย่อมมีเสียงเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยเป็นธรรมดา แต่ยืนยันได้ว่าข้อเสนอปฏิรูปการเมืองชุดนายเสรี เป็นตัวอย่างหนึ่งของความตั้งใจที่จะหาทางออกให้กับประเทศ ไม่ได้มีเป้าหมายจะเอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด และขณะนี้ยังเป็นเพียงการศึกษาในระดับคณะกรรมาธิการ ซึ่งพร้อมจะเปิดใจพูดคุยกับฝ่ายต่างๆ รวมทั้ง นปช. และยังต้องปรึกษาหารือกับแม่น้ำสายอื่นๆ ด้วย เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ก่อนจะจัดทำเป็นรายงานปฏิรูปเสนอต่อ สปท.ตามขั้นตอนต่อไป" นายอลงกรณ์ กล่าว

ด้าน นายสมพงษ์ สระกวี คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. กล่าวว่า ที่ผ่านมา สปท.มีการหารือกันถึงเรื่องแนวทางการปรองดอง โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1. การใช้ข้อกฎหมายที่เป็นทางออกเพื่อช่วยเหลือคนผู้น้อยซึ่งมีความผิดอาญา โดยเกิดจากเหตุจูงใจทางการเมือง แต่ไม่ใช่การนิรโทษกรรม เป็นเพียงการให้อภัย หรือ ลดโทษอย่างมีเงื่อนไข อยู่ภายใต้ข้อตกลงที่กำหนด เช่น ข้อตกลงจากศาลว่า จะไม่มีการกระทำผิดแบบเดิมอีก อาจเป็นข้อตกลงว่าจะไม่ร่วมกระทำการชุมนุม หรือไม่ทำร้ายเจ้าหน้าที่อีก ซึ่งอาจจะรวมไปถึงการห้ามเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองด้วย แต่เรื่องนี้จะกระทบไปถึงผู้ที่เคยโดนคดีตั้งแต่ปี 2548 ด้วย จึงถือว่าเป็นยาแรง ขณะเดียวกันเขาก็มีสิทธิที่จะไม่รับการลดโทษ แต่จะต้องเข้าสู่กระบวนการต่อสู้ทางคดีตามกระบวนการยุติธรรมแบบถูกต้อง และ 2. การเยียวยาคนที่บาดเจ็บจากการชุมนุม เนื่องจากครอบครัวของผู้เสียหายมีจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ และความเป็นธรรม เพราะการเยียวยาถือเป็นของคู่กับการนิรโทษกรรม

นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า เรื่องการนิรโทษเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยตรง เพราะบางเรื่อง เช่น ความผิดที่ไม่อุกฉกรรจ์ หรือพวกที่กำลังเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและประกันตัว เราอาจให้ คสช.ใช้มาตรา 44 แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานขอหารือกับ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพราะ สปท.อยากทำเรื่องนี้ให้จบโดยเร็ว เนื่องจากผู้ที่ต้องโทษคดีอาญามีความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก ซึ่งตนรู้สึกดีใจที่ นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการฯ บอกว่าจะเร่งทำเรื่องปรองดองให้เสร็จสิ้นภายใน 2-3 เดือน หรือก่อนที่ สปท.จะหมดวาระ ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มีใบสั่งจากใคร ไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง ตอนนี้ สปท.มีลู่ทาง และหากทางออกที่จะเสนอให้ คสช. และนายกรัฐมนตรีแล้ว คือ การนิรโทษกรรมอย่างไรให้มีขั้นตอน โดยใครที่เข้าสู่กระบวนการก็สามารถเข้าสู่กระบวนการนิรโทษได้ แต่หากใครที่ยังหลบหนีคดีอยู่ต่างประเทศ ไม่ยอมเข้าสู่กระบวนการ คนพวกนี้จะต้องกลับมาต่อสู้ทางคดีตามกระบวนการยุติธรรมเสียก่อน เพื่อจะเข้าสู่กระบวนการอภัยอย่างมีเงื่อนไข

"อลงกรณ์" แจงข้อเสนอปรองดองไม่เอื้อประโยชน์ฝ่ายใด ยังไม่ใช่มติรอถกแม่น้ำทุกสายก่อน ด้าน "สมพงษ์" ปัดมีใบสั่ง ดัน ก.ม.รอกำหนดโทษ แต่ต้องนิรโทษแบบมีเงื่อนไข ใครหนีคดีหมดสิทธิ 9 พ.ค. 2559 20:18 9 พ.ค. 2559 22:06 ไทยรัฐ