วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ยืนยันดับชัวร์ ไฟป่าดอยสุเทพ-ปุย วอด 290 ไร่ สรุปคนลอบเผา 4 จุด!

ยืนยันดับชัวร์ ไฟป่าดอยสุเทพ-ปุย วอด 290 ไร่ สรุปคนลอบเผา 4 จุด!

  • Share:

ชุดเสือไฟ ร่วมกับจนท.ป่าไม้ 200 นาย ออกลาดตระเวนเฝ้าระวังหลังสามารถดับไฟป่าดอยสุเทพ-ปุย ลงได้ พื้นที่เสียหายเกือบ 300 ไร่ พบร่องรอยคนลักลอบจุดไฟในเวลาไล่เลี่ยกันถึง 4 จุด...    

จากกรณี เกิดเหตุไฟไหม้ป่า ภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ตั้งแต่ช่วงเย็นวานนี้ (8 พ.ค.) โดยไฟป่าดังกล่าวได้ลุกลามเป็นวงกว้างจนมองเห็นได้อย่างชัดเจนจากระยะไกล และกินพื้นที่เป็นแนวยาว ตั้งแต่ช่วงเย็นจนถึงช่วงค่ำ รวมระยะเวลานานหลายชั่วโมง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ระดมกำลังเข้าระงับเหตุ แต่เนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นหน้าผาสูงชัน ประกอบกับสภาพพื้นที่แห้งแล้งและอากาศร้อนจัด ทำให้การดำเนินการแก้ไขเป็นไปอย่างยากลำบาก อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมไฟป่าได้แล้ว ช่วงกลางดึกวันที่ 8 พ.ค. ที่ผ่านมา (คุมได้แล้ว ไฟไหม้ป่า 'ดอยสุเทพ-ปุย' เฝ้าระวังต่อ หวั่นปะทุ)

เมื่อช่วงสายวันที่ 9 พ.ค.59 เจ้าหน้าที่เสือไฟจากศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ได้สนธิกำลังร่วม 200 นายออกลาดตระเวนเฝ้าระวังในพื้นที่ป่าที่ถูกเพลิงไหม้ บริเวณป่าบ้านขุนช่างเคี่ยน หมู่ 1 ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ ด้านหลังศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษาจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจากการใช้โดรน หรืออากาศยานไร้คนขับของทีมข่าวไทยรัฐ ขึ้นบินสำรวจ พบว่าไฟป่าได้ดับไปหมดแล้ว แต่เจ้าหน้าที่เสือไฟได้ช่วยกันทำแนวกันไฟและเดินออกลาดตระเวน เพื่อไม่ให้เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นมาอีก

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวภาคพื้นที่ดินได้เดินเข้าไปสำรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่ไฟป่า พบว่า ไฟป่าดับไปหมดแล้ว แต่ยังเหลือไฟที่ลุกไหม้ตอไม้ ขอนไม้แห้งคุกรุ่นอยู่บางส่วน

นายพงศ์ภาวัต ใหญ่วงศ์กรณ์ หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนสรุปหาสาเหตุของการเกิดไฟป่าเมื่อวานนี้ พบว่า มีชาวบ้านลักลอบเผาป่าในเขตบ้านนาไร่หลวง ใกล้กับกับขุนช่างเคี่ยนในเวลาไล่เลี่ยกัน 4 จุด คือ

1.โซนด้านใต้บ้านนาไร่หลวง 2.โซนด้านตะวันตกของศูนย์ประชุมและจัดแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา 3.โซนด้านทิศเหนือของสวนส้ม อยู่เยื้องกับค่ายลูกเสือขุนช่างเคี่ยน โดย 3 จุดแรกอยู่ในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และจุดที่ 4 จุดสุดท้ายอยู่ในพื้นที่ด้านหลังบ้านพัก 700 ปี ซึ่งอยู่เขตที่ทหารเข้ามาขอใช้พื้นที่

ทั้งนี้ ไฟป่าได้สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างเผาไปทั้งหมด 290 ไร่ ต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่ในการเข้าไปดับไฟด้วยความยากลำบากในห้วงตลอดคืนที่ผ่านมา จนเช้าวันนี้ ศูนย์ควบคุมไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่เสือไฟเข้าไปสับเปลี่ยนกำลังกับชุดกลางคืน เพื่อออกลาดตระเวนร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ที่เข้ามาสนับสนุนร่วม 200 ราย ออกเดินตรวจและทำแนวกันไฟรอบๆ จุดที่เกิดเหตุ เพื่อป้องกันไม่ให้ป่าคุกรุ่นขึ้นมาอีก

ส่วนการหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ กรณีลักลอบจุดไฟเผาป่าอยู่ในระหว่างการสอบสวน เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้