วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศอ.บต.ห่วงไฟป่า-นอภ.ฟันธงควนเคร็งน้ำมือคน!

กรณีไฟไหม้ป่าในพื้นที่ อ.สุไหงปาดี และ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยมีพื้นที่ทำกินของชาวบ้านและพื้นที่ป่าสงวนเขตลุ่มน้ำบางนราแปลงที่ 2 เสียหายแล้วกว่า 2,500 ไร่นั้น

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ยังคงระดมกำลังดับไฟป่าที่ลุกลามอย่างต่อเนื่อง แต่การทำงานเป็นไปอย่างยากลำบากโดยมีอุปสรรคในการดับไฟ 2 อย่างคือกระแสลมที่พัดแรงและเปลี่ยนทิศทาง และต้นไฟที่คุกรุ่นอยู่ชั้นใต้ดินที่ไม่สามารถสกัดกั้นให้ดับได้ โดยเมื่อวันที่ 8 พ.ค. พล.ต.เอกรัตน์ ช้างแก้ว ผบ.ฉก.นราธิวาส ได้ประสานขอเฮลิคอปเตอร์จากศูนย์การบินทหารบกอีกจำนวน 1 ลำ ร่วมสนับสนุนบินตักน้ำดับไฟป่าร่วมกับเฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องใช้เวลาการทำงานอีกสักระยะ ควบคู่กับการทำฝนหลวงที่สามารถช่วยให้ไฟไหม้ป่าได้เบาบางลงเช่นกัน

นายสัมพันธ์ มูซอดี ผช.เลขาธิการ ศอ.บต.ฝ่ายสารสนเทศ เปิดเผยว่า นายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการ ศอ.บต. ได้ไปติดตามสถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุสิรินธร หรือป่าพรุโต๊ะแดง อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส พร้อมนายสิทธิชัย ศักดา ผวจ.นราธิวาส และคณะ พร้อมเผยว่า หลังจากที่ได้ประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ ในนามเลขาธิการ ศอ.บต. และรัฐบาล มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าว แม้ไฟป่ายังไม่ลุกลามเข้าเขตป่าพรุโต๊ะแดง แต่เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นจึงลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย และที่สำคัญคืออยากลงมาให้กำลังใจแก่ประชาชน และเจ้าหน้าที่ในการเฝ้าระวังเรื่องไฟป่า และเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนสามารถป้องกันไฟป่าไม่ให้ลุกลามไปยังพื้นที่อื่นๆได้แน่นอน

เลขาธิการ ศอ.บต.กล่าวอีกว่า น่ายินดีที่ทาง ผวจ.นราธิวาส พยายามป้องกันไม่ให้ไฟป่าลุกไหม้ เข้ามายังเขตพื้นที่ป่าพรุสิรินธร หรือป่าพรุโต๊ะแดง ที่ถือเป็นพื้นที่สำคัญมาก ขณะเดียวกันยังได้มีการเฝ้าระวัง พื่อป้องกันทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน รวมไปถึงการแจกหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันควันพิษต่างๆถือเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี แต่สิ่งที่ยังเป็นความหวังคือ อยากจะให้มีฝนตกลงมาโดยทาง ศอ.บต.ได้ประสานงานไปยังสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการย้ายฐานการทำฝนหลวง จาก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ไปตั้งที่ จ.นราธิวาสเป็นการชั่วคราว ทาง ศอ.บต.จะทำหน้าที่อำนวยความสะดวกให้แก่เจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่ทุกกรณี

ส่วนไฟป่าพรุควนเคร็ง ที่ จ.นครศรีธรรมราช นายพิทักษ์ บริพิตร นายอำเภอชะอวด จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ล่าสุดไฟป่ายังไหม้คุกรุ่นอยู่ในพื้นที่ป่าพรุควนเคร็งที่หมู่ 2, 4, 6, 7,9และ 11 เนื้อที่หลายร้อยไร่ ไฟป่ายังคงคุกรุ่นไหม้ป่าชุมชนสวนสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ เนื้อที่ 500 ไร่ จากเนื้อที่ทั้งหมด 1,500 ไร่ สั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่จากสถานีควบคุมไฟป่าลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และ จนท.ดับเพลิงในเทศบาลและ อบต.พื้นที่ อ.ชะอวดมาช่วยเหลือกันดับเพลิงมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 7 พ.ค.แล้ว แต่ไม่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ทั้งนี้สาเหตุไฟป่าเกิดจากฝีมือของมนุษย์ ขอร้องให้หยุดการกระทำดังกล่าวเพราะช่วงนี้หน้าแล้งน้ำร้อน อากาศร้อน ทำให้ไฟป่าเกิดขึ้นได้ง่าย ขอให้ช่วยกันปกป้องเพื่อป่าอันอุดมสมบูรณ์ด้วย.

กรณีไฟไหม้ป่าในพื้นที่ อ.สุไหงปาดี และ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยมีพื้นที่ทำกินของชาวบ้านและพื้นที่ป่าสงวนเขตลุ่มน้ำบางนราแปลงที่ 2 เสียหายแล้วกว่า 2,500 ไร่นั้น 9 พ.ค. 2559 07:56 9 พ.ค. 2559 07:57 ไทยรัฐ