วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แท็กซี่สนามบิน

เป็นเรื่องที่น่าชมเชยตำรวจท่องเที่ยวยุคที่ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.ทท. เน้นให้ตำรวจทุกพื้นที่ดูแลความเดือดร้อนทุกเรื่องที่เกิดกับนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่ให้กระทบภาพการท่องเที่ยว

ความเดือดร้อนของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติได้รับการบรรเทาความเดือดร้อนลงมา ล่าสุดคดีที่ ตำรวจท่องเที่ยวดอนเมืองและ เจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก จับกุม นายวัชระ ทาน้อย อายุ 31 ปี พร้อมของกลางรถแท็กซี่สีแดง ทะเบียน ทพ 7739 กรุงเทพมหานคร

ตำรวจท่องเที่ยวดอนเมือง ได้รับการประสานมาจากกองตรวจการขนส่งทางบกว่า มีแท็กซี่ไม่มีมิเตอร์เก็บค่าโดยสารแพงเกินจริง

มีเรื่อง น.ส.บี (นามสมมติ) สัญชาติไทย เป็นแอร์โฮสเตสสายการบินต่างประเทศ เรียกใช้บริการแท็กซี่สีส้มจากสนามบินดอนเมืองให้ไปส่งยังกรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ

ขึ้นรถไปแล้วสังเกตเห็นว่า รถไม่มีมิเตอร์และทะเบียนรถพร้อมประวัติคนขับรถ ซึ่งจะติดไว้ที่บริเวณด้านหน้ารถและข้างประตูด้านหลัง สอบถามคนขับพูดว่า รถไม่มีมิเตอร์ แต่คิดราคาตามปกติ

พอไปถึงที่หมายคนขับได้เขียนใบเสร็จพร้อมเบอร์โทรศัพท์ระบุชื่อ นายประสิทธิ์ ลีทอง พร้อมกับเรียกค่าบริการเป็นเงิน 1,200 บาท ทั้งที่ราคาไม่เกิน 100 บาท

เก็บค่าโดยสารเกินจริง

พอถึงที่หมายคนขับขอเบอร์โทรศัพท์ของ น.ส.บี บอกไว้เรียกใช้บริการได้สะดวก แต่ น.ส.บี ไม่ให้รีบจ่ายเงิน เพราะต้องทำงานบนสายการบินเดินทางไปต่างประเทศ ตำรวจท่องเที่ยว ได้ตรวจสอบจนพบว่าชื่อที่เขียนบนใบเสร็จเป็นชื่อที่ไม่มีตัวตน ตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ที่ให้ชื่อที่ลงทะเบียนไว้คือนายวัชระ ทาน้อย

ได้ส่งภาพไปให้ น.ส.บี ที่อยู่ต่างประเทศ ยืนยันเป็นบุคคลเดียวที่ก่อเหตุ ตำรวจนำภาพผู้ต้องหาให้เจ้าหน้าที่สนามบินตรวจสอบ จนนายวัชระขับรถคันก่อเหตุมาทำทีรับผู้โดยสารที่สนามบิน เจ้าหน้าที่สนามบินแจ้งตำรวจเข้าจับกุม แต่นายวัชระได้เปิดประตูรถวิ่งหนี แต่ถูกจับกุมตัวไว้ได้

ตรวจสอบประวัตินายวัชระ มีหมายจับที่ สน.อุดมสุข ในข้อหา “ยักยอกทรัพย์” และตรวจสอบไปที่กรมการขนส่งทางบกพบว่ารถแท็กซี่คันดังกล่าวทะเบียนถูกยกเลิกไปแล้ว

ปัญหานี้เป็นการเรียกแท็กซี่นอกจุดบริการแท็กซี่ของสนามบินไม่ใช้มิเตอร์ค่าโดยสาร มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นเหยื่ออีกมาก แต่ส่วนใหญ่ต้องเดินทางกลับประเทศไม่เข้าแจ้งความ แต่ได้นำเรื่องไปโพสต์เผยแพร่ในสื่อออนไลน์ เป็นความเสียหายอย่างมากต่อภาพพจน์การท่องเที่ยวไทย

ตำรวจท่องเที่ยวประสานตำรวจพื้นที่กวดขันเรื่องรถแท็กซี่ให้เข้มข้นมากขึ้น ไม่ให้แท็กซี่ก่อเหตุได้อีก ขณะนี้มีแท็กซี่หลายสีให้บริการผิดประเภทกันอยู่ ทุกส่วนต้องดูแลอย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ
เพราะกวนใจทำให้ชาวต่างชาติเบื่อเมืองไทย.

“เพลิงพยัคฆ์”
pluengpayak@thairath.co.th

8 พ.ค. 2559 11:27 8 พ.ค. 2559 11:27 ไทยรัฐ