วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พายุโหมกระหน่ำ บ้าน-ป้าย-เสาไฟพัง วิ่งหนีตายโกลาหล อุดร-สกลนครอ่วม

พายุฤดูร้อนยังไม่สิ้นฤทธิ์ ที่ จ.สกลนคร พื้นที่ 5 ตำบล อ.สว่างแดนดิน โดนพายุถล่มหนัก บ้านเรือนพังเสียหายร่วม 500 หลัง โดยเฉพาะที่บ้านจำปา ต.บงเหนือ บ้านพังเสียหายเกือบหมดทั้งหมู่บ้าน ต้นไม้และเสาไฟฟ้าหักโค่นทำให้เกิดไฟดับเป็นบริเวณกว้าง แม่เฒ่าวัย 79 ปีโดนต้นไม้ล้มทับแขนหัก 3 ท่อน บาดเจ็บไป 1 คน เผยพายุครั้งนี้หนักสุดในรอบ 50 ปี ขณะที่ จ.อุดรธานี โดนพายุถล่มครอบคลุมพื้นที่ 7 อำเภอ บ้านเรือนชาวบ้านพังเสียหายกว่า 600 หลัง เสาไฟฟ้าหักโค่น และป้ายโฆษณาล้มระเนนระนาดเสียหายย่อยยับ ผวจ.ต้องตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเร่งด่วน

พื้นที่หลายจังหวัดในภาคอีสานโดนลมพายุซัดกระหน่ำอ่วม บ้านเรือนประชาชนและสิ่งปลูกสร้างพังเสียหายยับเยิน ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 7 พ.ค. นาย อดิศักดิ์ เทพอาสน์ ผวจ.สกลนคร สั่งการให้นายสมศักดิ์ สุขประเสริฐ นอภ.สว่างแดนดิน ร่วมกับนายอำพันธ์ อรัญปักษ์ นายก อบต.บงเหนือ ตรวจสอบความเสียหายที่บ้านจำปา ต.บงเหนือ อ.สว่างแดนดิน หลังเกิดพายุอย่างรุนแรงตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา พบบ้านเรือนประชาชนในหมู่บ้านจำปามีทั้งหมด 123 หลังคาเรือน โดนลมพายุพัดพังเสียหายรวม 116 หลัง ส่วนใหญ่หลังคาบ้านเปิดเปิง นอกจากนี้ มีต้นไม้ขนาดใหญ่และเสาไฟฟ้าหักโค่นจำนวนมาก ส่งผลให้ไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้าง

นายอำพันธ์ อรัญปักษ์ นายก อบต.บงเหนือ กล่าวว่า ก่อนเกิดพายุสภาพอากาศร้อนอบอ้าว กระทั่งเกิดพายุหมุนอย่างรุนแรง และมีเสียงฟ้าผ่าเสียงดังสนั่นตลอดเวลา บ้านเรือนชาวบ้านโดยเฉพาะที่หลังคาเป็นสังกะสี รวมทั้งข้าวของถูกแรงลมพัดปลิวว่อนกระจัดกระจาย ชาวบ้านต้องพากันวิ่งหนีตายเข้าไปหลบใต้ถุนบ้าน พายุเกิดขึ้นนานประมาณ 20 นาที จึงสงบสร้างความเสียหายให้กับชาวบ้านเกือบทั้งหมู่บ้าน

ด้านนายชาญชัย แสนธิมล สมาชิก อบต.บงเหนือ กล่าวว่า พายุครั้งนี้รุนแรงมาก ไม่เคยเกิดขึ้นรุนแรงขนาดนี้มาก่อนในรอบ 50 ปี ช่วงเกิดเหตุพายุฝนซัดกระหน่ำแทบลืมหูลืมตาไม่ขึ้น สังกะสีหลังคาบ้านปลิวว่อน ไม่รู้ของใครเป็นของใคร เสาไฟฟ้าหักโค่น และต้นไม้ล้มระเนนระนาด

จากการตรวจสอบความเสียหายในพื้นที่อ.สว่างแดนดิน พบบ้านเรือนใน 5 ตำบล จำนวน 37 หมู่บ้าน ได้รับความเสียหาย 475 หลังคาเรือน นอกจากนี้ มีคอกปศุสัตว์ ยุ้งข้าว เสาไฟฟ้า ตลอดจนสิ่งปลูกสร้างอื่นๆได้รับความเสียหายอีกเป็นจำนวนมาก มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย คือนางเยี่ยม โพธาภักดี อายุ 79 ปี บ้านเลขที่ 100 หมู่ 9 ต.ค้อใต้ ถูกโครงสร้างบ้านล้มทับแขนกระดูกหักสามท่อน เบื้องต้นได้ประสาน พล.ต.กนก ภู่ม่วง ผบ.มทบ.29 ส่งกำลังทหารร่วมกับ ตชด.ค่ายศรีสกุลวงศ์ ออกไปช่วยซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชน ขณะที่เหล่ากาชาดนำถุงยังชีพไปแจกจ่ายช่วยเหลือในเบื้องต้น

ขณะเดียวกัน ที่ จ.อุดรธานี นายชยาวุธ จันทร ผวจ.อุดรธานี ประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง นายสิทธิชัย จินดาหลวง นายสุชัย บุตรสาระ รอง ผวจ.อุดรธานี นายปราโมทย์ ธัญพืช ปลัดจังหวัดอุดรธานี นายวัชรินทร์ สุตลาวดี นอภ.เมืองอุดรธานี นายสรวุฒิ ปาลวัฒน์ ป้องกันจังหวัดอุดรธานี นายกิตติกร ทีฆธนานนท์ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครอุดรธานี เพื่อสรุปสถานการณ์และให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากลมพายุที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา นายชยาวุธกล่าวว่า ได้รับรายงานเกิดลมพายุในพื้นที่ 7 อำเภอ บ้านเรือนพังเสียหาย 640 หลังคาเรือน แยกเป็นบ้านเรือนในเขตเทศบาลนครอุดรธานี 200 หลัง อ.เมือง 219 หลัง อ.หนองหาน 90 หลัง อ.ทุ่งฝน 75 หลัง อ.น้ำโสม 25 หลัง อ.หนองวัวซอ 23 หลัง อ.ไชยวาน 5 หลัง และ อ.กู่แก้ว 3 หลัง มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย เป็นผู้ป่วยใน รพ.อุดรธานี 2 ราย และพนักงานศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน 1 ราย

ส่วนความเสียหายด้านอื่นๆมีเสาไฟฟ้าทางเข้าสนามบินนานาชาติอุดรธานี หักโค่นหลายต้น ทางสนามบินต้องใช้เครื่องปั่นไฟสำรองให้เครื่องบินขึ้นลง ตึกคอมแลนด์มาร์ค ถนนอุดรดุษฎี ป้ายโฆษณาหักโค่นทับหม้อแปลงไฟฟ้าพังเสียหาย เสาไฟฟ้าตั้งแต่ตลาดรังษิณา-โลตัส ถนนรองเมืองหักโค่นระยะทางกว่า 300 เมตร เสาส่งสัญญาณสถานีวิทยุ กระจายเสียง 1 ปณ.ของ กสทช.หักโค่นทับอาคารและรถยนต์พังเสียหาย และยังมีป้ายโฆษณาร้านเคเอฟซีศูนย์การค้ายูดีทาวน์ ป้ายโฆษณาศูนย์จำหน่าย วัสดุก่อสร้างไทวัสดุ และโกบอลเฮ้าส์ ถนนรอบเมือง พังเสียหาย

ผวจ.อุดรธานีกล่าวต่อว่า ได้ระดมเจ้าหน้าที่ไปเก็บซากปรักหักพังและวัสดุต่างๆที่หักโค่นล้มกีดขวางเส้นทางสัญจร และตั้งศูนย์ช่วยเหลือประชาชนขึ้นที่เทศบาลนครอุดรธานี หากต้องการความช่วยเหลือขอให้ติดต่อที่ โทร.หมายเลข 199 หรือ 0-4224-4877 ส่วนผู้ที่บ้านเรือนพังเสียหายให้มาแจ้งลงทะเบียนผู้ประสบภัยที่ชั้น 1 สำนักงานเทศบาลนครอุดรธานี เพื่อให้การช่วยเหลือต่อไป

นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ได้กำชับไปทางโรงพยาบาลในพื้นที่ที่มีการแจ้งเตือนจะเกิดลมพายุให้เฝ้าระวังเตรียมความพร้อมรับมือเหตุการณ์ โดยสำรวจและซ่อมแซมสิ่งก่อสร้างในสภาพเก่า ไม่แข็งแรง และหลีกเลี่ยงไม่ควรเข้าไปอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เสาไฟฟ้า ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ หรืออาคารเก่าเสื่อมโทรม รวมทั้งจัดเตรียมแผนสำรองการทำงานในภาวะฉุกเฉินเพื่อให้บริการประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนการเกิดพายุฤดูร้อนล่าสุด รพ.ศูนย์อุดรธานี ที่อาคารหลวงตาบัว ตึกอำนวยการอาคารผู้ป่วยนอกหลังเก่า อาคารเวชกรรม อาคารศูนย์การแพทย์ อาคารศัลยกรรมกระดูก ตึกสูตินรีเวชกรรม ฝ้าเพดานและกระจกหน้าต่างอาคารแตกเสียหาย หลังคาเปิด ต้องย้ายผู้ป่วยห้องพิเศษไปอยู่ที่อาคารอื่นเป็นการชั่วคราว นอกจากนี้ มีเสาธงของโรงพยาบาลหัก เครื่องเอกซเรย์ คอมพิวเตอร์เสียหาย 1 เครื่อง มีผู้ป่วยโดนเศษกระจกบาดเจ็บ 2 คนและเจ้าหน้าที่ถูกไฟดูด 1 คน ส่วนประชาชนบาดเจ็บจากเหตุการณ์เข้ารับการรักษา 10 คน เป็นอุบัติเหตุทั่วไป เช่น หกล้ม ป้ายโฆษณาหล่นทับ ต้นไม้ล้มทับ และสังกะสีบาดจำนวน 7 คน บาดเจ็บจากจราจร 3 คน และเสียชีวิต 2 ราย หากผู้ป่วยฉุกเฉินหรือบาดเจ็บต้องการความช่วยเหลือให้โทร.สายด่วน 1669 พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

ด้านนายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า ตอนนี้ยังเป็นช่วงพระอาทิตย์ตั้งฉากตรงกับประเทศไทยในช่วงภาคกลางตอนบนเชื่อมต่อระหว่างภาคเหนือ รวมถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุดอยู่ที่ 42-43 องศาฯ หากพื้นที่ใดมีอุณหภูมิมากกว่า 40 องศา ควรระวัง เพราะความร้อนจัดส่งผล เกิดปฏิกิริยาต่อมมวลอากาศทำให้เกิดมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกรุนแรงขึ้นได้ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุลมแรงที่จะเกิดขึ้น รวมถึงอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณาและสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรงไว้ด้วย ทั้งนี้ ปี 2559 ฝนเริ่มตกสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน พ.ค.นี้ และมีปริมาณน้ำฝนมากกว่าปี 2558 ในช่วงฝนแรกฤดูจะยังไม่เห็นน้ำไหลเข้าเขื่อนหรืออ่างกักเก็บน้ำชัดเจน เพราะจะถูกดูดซับลงดินให้ชุ่มชื้นก่อน เมื่อดินมีน้ำเต็มแล้วน้ำจะเริ่มไหลลงเขื่อน หรืออ่างกักเก็บน้ำในเดือน ส.ค.นี้ ทำให้น้ำเขื่อน และอ่างกักเก็บน้ำ จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นตามลำดับ แต่อย่างไรก็ตาม ปลายฤดูฝนเบื้องต้น คาดว่าจะมีพายุเข้าประเทศไทย 1-2 ลูก และอาจมีพายุเพิ่มขึ้นอีก ต้องประเมินสถานการณ์อีกครั้ง

พายุฤดูร้อนยังไม่สิ้นฤทธิ์ ที่ จ.สกลนคร พื้นที่ 5 ตำบล อ.สว่างแดนดิน โดนพายุถล่มหนัก บ้านเรือนพังเสียหายร่วม 500 หลัง โดยเฉพาะที่บ้านจำปา ต.บงเหนือ บ้านพังเสียหายเกือบหมดทั้งหมู่บ้าน 8 พ.ค. 2559 01:38 8 พ.ค. 2559 01:43 ไทยรัฐ