วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คำ “ตำหนิ” อย่างสร้างสรรค์ มีค่ามากกว่าคำ “ชื่นชม” ลอยๆ

โดย Compgamer

หลายคนมองว่าวงการ e-sport ก้าวไปไกลอย่างมากในต่างประเทศ หลายๆ ที่ประสบความสำเร็จในเรื่องของการสร้างทีมนักกีฬาเพื่อที่จะแข่งเกมแบบจริงๆ จังๆ จัดแข่งขัน หรือแม้แต่หันมาเปิดสอนอีสปอร์ต เบรกความคิดนั้นไว้แล้ววกกลับหันมามองที่บ้านเรากันสักนิด… ถึงแม้จะมีกลุ่มคนไม่น้อยที่คอยผลักดันวงการนี้ให้ทัดเทียม หรือเติบโตมากกว่าเดิมยิ่งขึ้นก็ตาม แต่คิดว่าเราแตกต่างจากตอนที่เริ่มแล้วหรือเปล่า? คำตอบคือ “ไม่” เลยครับ เราแทบจะไม่ได้ก้าวขาออกจากจุดเริ่มต้นเลยแม้แต่น้อย เราเป็นรองทุกอย่าง เพราะอะไรล่ะ?

ประเทศไทยมีสังกัด e-Sport ไม่ได้น้อยไปกว่าต่างประเทศหรอกนะครับ เพียงแต่ว่า การเล่นเกมเป็นอาชีพ ไม่ได้เป็นที่ยอมรับสักเท่าไรในสังคมบ้านเรา และถึงแม้จะถูกยอมรับ แต่ก็ยึดเป็นอาชีพหลักที่จะมาหาเลี้ยงครอบครัวแทบจะไม่ได้ นอกเสียจากการเป็นนักกีฬา หรือที่เราเรียกติดปากว่า “Pro Player” ฉะนั้นแล้วคนที่จะเป็นโปรเพลย์เยอร์ในบ้านเราจึงมีน้อยกว่า “คนที่คิด” จะเป็นอยู่ค่อนข้างมากทีเดียว

ในเมื่อมันไม่ใช่อาชีพที่หาเลี้ยงอะไรได้มากนัก นอกเสียจากการล่าเงินรางวัลจากการแข่งขัน จึงมีทีมและนักกีฬาที่ต้องการคว้าแชมป์ให้ได้เพิ่มขึ้นมา (บ้าง) แต่แม้ว่าในประเทศจะมีการแข่งขันมาเป็นสิบๆ รายการตลอดหนึ่งปี แต่คนที่อยากได้แชมป์มี 100 คน แต่แชมป์มีเพียงแค่ 1 เท่านั้น เพราะแบบนั้น จำนวนคนที่คว้าแชมป์กับคนที่ผิดหวังมันจึงสวนทางกัน

การไปแข่งต่างประเทศก็เช่นเดียวกัน มันก็เหมือนออกจากประตูบ้านสู่โลกภายนอกล่ะครับ การที่ต้องเผชิญหน้าคนทั่วโลก มีสายตาจับจ้องมาที่ตัวคุณเป็นพันล้านดวง ไม่ว่าจะโดยตรงหรือจากโลกออนไลน์ แรงกดดันมหาศาลที่ต่อให้คนไม่เคยลงแข่งอย่างผมอธิบายยังไงก็พูดไม่หมดอยู่ดี เหมือนกับนักกีฬาทีมชาติที่ต้องลงสู่สังเวียนโดยมีผู้คนทั่วประเทศจับตามอง

ผู้ที่ชนะในการแข่งขันก็จะได้รับสิ่งตอบแทน ไม่ว่าจะเป็นเงินรางวัล คำชื่นชม สรรเสริญมากมาย แต่มันก็มีเพียงแค่คนเดียวหรือทีมเดียวเท่านั้น กลับกันแล้วคนที่แพ้จะได้อะไรกันเล่า? แรงกดดัน ความเสี่ยงต่างๆ นานา กลายเป็นว่าตกอยู่ในกลุ่มคนที่แพ้ และคิดว่าคนๆ หนึ่งจะสามารถรับแรงกดดันขนาดนั้นได้แค่ไหนกันล่ะครับ?

ทีม Signature.Trust เป็นหนึ่งในตัวแทนทีม DOTA2 เพียงไม่กี่ทีมของประเทศไทย ที่ได้เข้าแข่งขันในรายการต่างประเทศ และมักจะได้รับเชิญเข้าแข่งในรายการใหญ่ๆ ในแถบ SEA อีกด้วย แม้ในรายการระดับโลกที่ผ่านมาพวกเขาจะพลาดท่าเสียโอกาสไปหลายต่อหลายครั้งให้กับทีมใหญ่อื่นๆ อย่างเช่น MVP.Pheonix จากเกาหลี หรือ Fnatic ก็ตามแต่

แต่ล่าสุดในรายการ Manila Major ซึ่งเป็นหนึ่งในรายการใหญ่ที่ทาง Valve เป็นผู้จัดขึ้นก็มาถึง เป็นเหมือนประกายความฝันและความหวังกลับมาให้เห็นอีกครั้ง เพราะหลายๆ คนได้เห็นรายชื่อทีมเชิญเข้ารายการหลัก ซึ่ง 2 ใน 12 ทีมนั้น คือทีม MVP.Pheonix และ Fnatic ซึ่งเป็นทีมใหญ่ และมักจะทำให้เราต้องพลาดท่าเสียโอกาสหลายครั้งในการไปแข่งรายการใหญ่แบบนี้

ตัวแทนทีมไทยถูกเชิญเข้าในรอบคัดเลือก จากทั้งหมด 10 ทีมในโซน SEA ซึ่งทั้งสิบทีมนั้นไม่มีชื่อสองทีมที่กล่าวมา และ Trust เองก็คือหนึ่งใน TOP ของฝั่งเอเชีย จึงพูดได้เต็มปากว่านี่เป็น “โอกาส” ครั้งใหญ่ และมีความ “เป็นไปได้มากที่สุด” ที่ตัวแทนทีมไทยเราจะได้ก้าวสู่เวทีระดับโลก

แต่แล้วความหวังนั้นกลับมอดไหม้ไปกับคำว่า “พ่ายแพ้” เมื่อทีม Trust ต้องมาพลาดท่าตกรอบใน Group Stage พ่ายแพ้ให้กับทีมอื่นๆ ไม่แม้กระทั่งจะมีโอกาสได้ลุ้นตีตั๋วไป Manila ด้วยซ้ำ… ซึ่งงานนี้ก็ทำเอาคนดู และหลายๆ คนช็อกกันไปตามๆ กัน เพราะว่านี่เป็นโอกาสที่มีน้อยมาก ที่ทีมใหญ่เหนือกว่าเราไม่อยู่แล้ว และทีมไทยเราก็พูดได้เลยว่าไม่น่าเป็นรอง 10 ทีมในรอบคัดเลือกแบบนี้ ค่าความคาดหวังจึงสูงตามมา และสิ่งที่ตามมาให้กับผู้แพ้คือ “คำตำหนิ” และการ “ทับถม”

ในฐานะ “คนดู”+”กองเชียร์”+”กองอวย”+”ติ่ง” ฯลฯ เราสรรเสริญทุกครั้งเมื่อมีนักกีฬา e-Sport บ้านเราไปสร้างชื่อเสียงในต่างประเทศ หรือกลุ่มคนที่พยายามจะผลักดันวงการสู่ความก้าวหน้า เราหลายๆ คนก็เชิดชูพวกเขาเป็นดังพระเจ้ากันทีเดียว… กลับกัน “คนที่แพ้” คนที่ล้มเหลวล่ะ เราทำอะไรบ้าง? ที่ผ่านมาผมเห็นแค่การ “ทับถม” “ตอกย้ำ” “ซ้ำเติม” จนบางทีมันบดบังคำว่า “ตำหนิ” ไปเลยมากกว่า

บางครั้งคำ “ตำหนิ” ของบางคนก็ไม่ได้มีเจตนาที่จะยกระดับวงการ e-sport เลยแม้แต่น้อย พวกเขาก็แค่สร้างความเกลียดชัง สร้างเรื่องราวเพื่อความสะใจในความผิดพลาดของคนอื่นเท่านั้นเอง ซึ่งบอกได้เลยว่า “เจอ-บ่อย-มาก” และนั่นอาจจะเป็นคำตอบที่ว่าทำไมเราเป็นรองต่างประเทศก็ได้ เพราะขนาดพวกเรายังไม่ช่วยหนุนกัน มีแต่จะกดทับถมกันไปเรื่อยๆ แล้วแบบนี้เราจะไปข้างหน้าได้อย่างไร… “ผักตบชวาช่วยบำบัดน้ำเสียได้ก็จริง แต่ถ้ามีมากไปก็จะขวางทางน้ำ และทำให้น้ำเน่าได้เช่นกัน”

เหล่าผู้ที่พ่ายแพ้ก็มีแต่จะต้องรับฟังเสียงเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็น คำทับถม หรือ คำตำหนิ อะไรที่ดีก็นำมาปรับปรุงแก้ไข จุดที่พลาดแล้วยังพลาดอีก ก็จงคิด คิด และคิดให้มากขึ้น ว่าทำไมถึงยังพลาด และพลาดได้อย่างไร? เพื่อที่วันข้างหน้าจะได้ไม่พลาดแบบเดิมๆ อะไรที่ไม่ใช่ก็ปล่อยผ่านมันออกไป สิ่งเหล่านี้คือแรงกดดันของเหล่าผู้ที่พ่ายแพ้ แค่ต้องกลับมาคิดว่าจะเอาคำเหล่านั้นกลับมาคิด และแก้ใหม่ เมินหรือไม่สนใจเสียงรอบข้าง ก็อยู่ที่พวกเขาไม่ใช่คนดู

ผมไม่ได้ห้ามหลายๆ คน “ตำหนิ” ผมไม่ได้ห้ามหลายๆ คนให้คอยเตือน คอยให้กำลังใจ แต่ว่าอย่ารอให้นักกีฬาบ้านเราเก่งแล้วค่อย ”ชื่นชม” เลยครับ เพราะเมื่อถึงวันนั้น “คำชื่นชม” มากมายเหล่านั้นก็จะเป็นได้แค่ “คำชื่นชม” เท่านั้น ไม่ใช่ “กำลังใจ”… ขอให้หลายๆ คน “ตำหนิ” อย่างสร้างสรรค์ แม้ว่าจะมีคนไปไม่ถึงฝัน แต่พวกเขาเหล่านั้นควรได้รับ “การยกย่อง” มากกว่า “การทับถม” ในฐานะที่เราเป็น “คนดู”+”กองเชียร์”+”กองอวย”+”ติ่ง” ฯลฯ เราทำได้มากที่สุดแค่ไหนกันล่ะครับ? ขอฝากกลับไปคิดด้วย

NEET Compgamer

ที่มา - Compgamer
http://www.compgamer.com/

หลายคนมองว่าวงการ e-sport ก้าวไปไกลอย่างมากในต่างประเทศ หลายๆ ที่ประสบความสำเร็จในเรื่องของการสร้างทีมนักกีฬาเพื่อที่จะแข่งเกมแบบจริงๆ จังๆ จัดแข่งขัน หรือแม้แต่หันมาเปิดสอนอีสปอร์ต 7 พ.ค. 2559 21:59 9 พ.ค. 2559 15:56 ไทยรัฐ