วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'มังกร' ฮึดสู้กับตัวเอง จากเด็กอ้วนดำร้อยโล สู่พระเอกหน้าคม

'มังกร' ฮึดสู้กับตัวเอง จากเด็กอ้วนดำร้อยโล สู่พระเอกหน้าคม

  • Share:

เห็นหน้าครองจอช่อง 8 ทั้งพระเอกละครเรื่อง “สุภาพบุรุษซาตาน” “พี่เลี้ยง” และ “เชลยศึก” จนหลายคนเริ่มคุ้นหน้าหนุ่ม “มังกร–ปภาวิน หงษ์ขจร” พระเอกหน้าเข้มมาไกลจากเด็กที่มองว่าตัวเองอ้วนดำไร้วี่แววเข้าวงการแต่เพราะความมุ่งมั่นทำให้ มังกร ต่อสู้กับตัวเองฟิตหุ่นจนหุ่นเป๊ะ! เส้นทางของ มังกร นั้นไม่ง่ายเลยชวนมาเล่าเรื่องราวเริ่มจาก...“ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ที่เชื่อใจเรา มังกรพูดได้เต็มปากว่าช่อง 8 เหมือนเป็นบ้านหลังนึง บางคนอาจจะเลือกบ้านหลังใหญ่แต่มังกรเลือกบ้านที่เราอยู่แล้วมีตัวตนและเชื่อว่าบ้านหลังนี้อบอุ่นสำหรับผม” ฮอตงานแน่นกลัวคนอื่นเขม่นมั้ย? “ผมเชื่อว่าหัวหน้าครอบครัวเราจัดวางลูกๆทุกคนออกมาดีที่สุด เป็นเรื่องของเวลาโอกาสจังหวะละครของผมแค่ออนต่อกัน ผมคงไม่เทียบตัวเองกับใคร”

ล่าสุดกับบทบาทในละครพี่เลี้ยง? “พลิกคาแรกเตอร์มาก เรื่องที่แล้วตบจูบ เรื่องนี้เล่นเป็นพี่ชายอบอุ่นละมุน มีคนบอกว่าเล่นได้เจียมเนื้อเจียมตัวน่าสงสาร กระแสในเน็ตบอกว่ายังคงความเป็นออริจินอลไว้ได้ดี พี่เมย์ เฟื่อง–อารมย์ ผู้จัด ก็ปรับให้เข้ายุคสมัยแต่ภาษายังสวย งาม เพราะละครเรื่องนี้เป็นละครในดวงใจพี่เมย์เลย ซึ่งตอนนั้นพี่โอ-วรุฒ เล่นไว้ดังมาก เหมือนง่ายแต่ไม่ง่าย เรื่องนี้ไม่มีตบจูบบู๊แอ็กชั่น ช่อง 8 ก็ไม่เคยทำแนวนี้” เรื่องต่อไปเรื่องเชลยศึก? “ความยากของละครพีเรียดคือภาษา เรื่องนี้ได้โชว์แม่ไม้มวยไทยและเรื่องราวเนื้อหาน่าติดตาม” ต้องฟิตเพื่อโชว์หุ่นมั้ย? “เรียกว่าเป็นน้องชายใบเตย อาร์สยามเลย นุ่งสั้นมาก (ยิ้ม) จริงๆผมก็ฟิตร่างกายอยู่แล้ว แต่ถ้ามีฉากไหนต้องเฟิร์มเราก็เร่งฟิตในอาทิตย์นั้นหน่อย”

กว่าจะดังก็เคยผ่านอุปสรรคมาก่อน? “ผมเคยถ่ายโฆษณา เอ็มวี เคยเล่นละครเรื่องนึงใช้เวลาถ่าย 2 ปีแต่แล้ว
ก็ไม่ได้ออกอากาศ เลยเหมือนเป็นช่วงรอยต่อชีวิตว่าจะเรียนหรือทำงานต่อ พอมีผู้ใหญ่ที่นี่ติดต่อมา เลยมากับคุณพ่อได้มาพูดคุยเปิดใจต้องขอบคุณโอกาสและผู้ใหญ่” ยังมีอุปสรรคเรื่องรูปร่างอีก? “ตอนเด็กๆผมอ้วนมาก หนัก 102 กก. เลย แต่เราเพิ่งมารู้ตอนโตว่าที่ผ่านมาไม่ว่าครอบครัวจะเจอปัญหาอะไร พ่อจะไม่เคยให้แม่หรือลูกๆต้องลำบากแต่ตัวเค้ายอมเหนื่อยมากขึ้น พ่อเป็นฮีโร่คนเดียวของเรา ทำให้ผมยิ่งต้องมีแรงฮึด นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราเปลี่ยนแปลง ช่วงเรียนจบ บวชเสร็จ ต้องเริ่มชีวิตแล้ว ถ้าเราจะเริ่มงานที่เรารัก เราต้อง รักตัวเองก่อน เริ่มศึกษาเรื่องการลดความอ้วน ปรึกษาเทรนเนอร์ กินอาหารคลีน ควบคุมอาหาร ออกกำลัง ไม่ได้ใช้ยาลด อย่างงานเบื้องหน้าเราต้องรักตัวเองให้มากพอ เราไม่ได้ทำเพื่อผู้หญิงหรือใครแต่ทำเพื่อตัวเองจริงๆ เอาจริงๆตอนนั้นเราไม่รู้ว่าจะทำได้มั้ย แต่พ่อสอนว่าทำอะไรต้องทำให้สุดทาง ช่วงนั้นใช้เวลา 3 เดือน ลดลงมา 20-30 กก. จาก 100 กก.เหลือ 70 กก. รู้ว่าเราอยากทำงานตรงนี้”

ถ้าวันนั้นเราเตรียมพร้อมแต่สุดท้ายไม่ได้เข้าวงการล่ะจะเฟลมั้ย? “ไม่เฟลครับ แค่เรา กลับมารักตัวเองเปลี่ยนแปลงตัวเองขนาดนี้ได้ การจะเจออุปสรรคข้างหน้าก็ไม่น่าเป็น เรื่องที่ยากแล้วเพราะการต่อสู้กับตัวเองได้เป็นสิ่งที่ยากที่สุด อยากให้เชื่อว่า ใครก็ทำได้ เมื่อก่อนเราก็เป็นเด็กขี้โรคมาก่อน เป็นภูมิแพ้ไซนัส โรคหัวใจ ลำไส้อักเสบ นอนโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น ตอนนี้ก็สุขภาพดีขึ้น” ดูดีขึ้นก็หนีไม่พ้นคนมองว่าศัลยกรรมมารึเปล่า? “ได้ยินคนพูด ตอนเรียนมหาวิทยาลัยเป็นเด็กอ้วนดำ แต่กว่าจะรับปริญญาก็เว้นไปเกือบปีเราผอมลงเยอะ คนก็มอง ว่าไปทำอะไรมา รึเปล่า ถ้าคนเห็นรูปตอนเด็กๆ จะรู้ว่าไม่ได้ทำถาม ว่าเซ็งมั้ยเวลาคนเม้าท์ก็เป็นเรื่องตลกดี”

เรื่องความรักล่ะก่อนหน้านี้มีข่าวโดนสาวทิ้งจนอึ้ง? “เอาจริงๆผมเป็นคนไม่ค่อยประสบความสำเร็จความรักนะ (ยิ้ม) เหตุการณ์ความรักที่ผ่านมา อาจจะเป็นความผิดของเราเองที่เราอาจจะต้องการคนที่เข้าใจเรา เวลาก็เป็นเรื่องสำคัญเหมือนกัน ผมเป็นคนเชื่อใจคนเร็ว ให้แล้วให้สุดจริงใจกับทุกคน ไม่รู้เป็นข้อดีหรือข้อเสีย แต่เราเข้าใจว่าผู้หญิงทุกคนต้องการเวลา ถามว่าเข็ดความรักมั้ย ก็ไม่เข็ดนะแต่คงตั้งใจคิดให้เยอะขึ้น ไม่ตัดสินใจเร็ว อายุเราเยอะขึ้นก็ต้องตัดสินใจก้าวเดินแบบผู้ใหญ่ ตอนนั้นเราเชื่อว่าเค้าเข้าใจแต่สุดท้ายก็ไม่ใช่ ตอนนี้สเปกลดลงเหลือแค่เข้าใจกัน อาจจะต้องการคนอยู่กันไปนานๆมองถึงอนาคตแต่ตอนนี้ไม่มีใครเลย ทำงานเยอะมากครับ”.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้