วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“ประวิตร”รุกยาเสพติด ชุมชน-ตัดตอน- “คนมีสี” นอกแถว

“ยาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญของชาติที่ จมปลักอยู่ในสังคมมาอย่างต่อเนื่อง การตระหนัก ถึงปัญหาและพิษภัยยาเสพติดร่วมกันของประชาชนและสังคมอย่างจริงจัง มีความสำคัญยิ่งต่อการลดปริมาณความต้องการยาเสพติดโดยเฉพาะชุมชนเมือง การแก้ปัญหาจึงมีความจำเป็นต้องเดินหน้า ผนึกกำลังทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคประชาสังคมอย่างต่อเนื่อง โดย เฉพาะทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ต้องบูรณาการการทำงานร่วมกันทั้งในระดับนโยบายและระดับพื้นที่ผ่าน “กลไกทางกฎหมายและกลไก ประชารัฐ” บนหลักการทำงานเชิงรุกในทิศทางเดียวกัน เน้นการทำงานระดับพื้นที่ผ่านการทำประชาคมหมู่บ้าน ที่ดึงประชาชนมีส่วนร่วม วางแผนดำเนินการ ตรวจสอบและประเมินผลกันเอง เพื่อร่วมกันสร้างความเข้มแข็งของชุมชนให้ปลอดยาเสพติดอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันทุกส่วนราชการต้องดำเนินการต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและปล่อยปละ ละเลยไม่เอาใจใส่ในการควบคุมจัดการต่อหน้าที่ อย่างเด็ดขาดและจริงจังควบคู่กันไป”

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ย้ำเป็นนโยบาย เดินหน้าแก้ปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง โดยรุกคืบ ดึงภาคประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วมรับผิดชอบและแก้ปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง ผ่าน “กลไกประชารัฐ”

รัฐบาลได้ร่วมกันพิจารณา “แผนงานประชารัฐร่วมใจ สร้างหมู่บ้านชุมชนมั่นคง ปลอดยาเสพติด พ.ศ.2559–2560” ซึ่งมีสาระ สำคัญโดยสรุปคือ การกำหนดเป้าหมายร่วมกัน ที่จะเอาชนะปัญหายาเสพติดในระดับชุมชนหมู่บ้านทั่วประเทศ จำนวน 81,950 แห่ง ภายในปี 2560

ขับเคลื่อนผ่านกลไกและกระบวนการของประชารัฐที่ร่วมกันสร้างความเข้มแข็ง ป้องกันดูแลปัญหายาเสพติดในชุมชนตนเอง โดยเน้นสลายโครงสร้างปัญหาด้วยการลดและขจัดอิทธิพลของ กลุ่มยาเสพติด

การดำเนินการอย่างจริงจังกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าไปเกี่ยวข้องมีผลประโยชน์

ร่วมกันสร้างความเข้าใจให้ประชาชนในพื้นที่ ในการเข้าไปมีส่วนร่วมแก้ปัญหายาเสพติดเป็นอันดับแรก และดำเนินมาตรการทุกด้าน ทั้งการ ป้องกันการปราบปราม การบำบัดรักษา การบริหารจัดการอย่างบูรณาการ และการพัฒนา

ลดเงื่อนไขของปัญหายาเสพติด

ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังเป็นแกนหลัก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบอำนาจให้ พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร ผบช.ปส. เป็นเรี่ยวแรงสำคัญในการปราบปรามยาเสพติดทุกรูปแบบ

พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร ที่ร่วมมือกับ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม เปิดปฏิบัติการ “แม่น้ำโขงปลอดภัย” เริ่มต้นมี ไทย จีน พม่า ลาวและเวียดนาม เข้าแผนความร่วมมือสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดและสารตั้งต้นผลิตยาเสพติด

จากคดี นายหน่อคำ ราชายาเสพติด ผู้กว้างขวางในเครือข่ายค้าขายยาเสพติด และเรียกเก็บค่าคุ้มครองเรือสินค้าจีนแถบลุ่มแม่น้ำโขง ทำให้เศรษฐกิจเส้นลำน้ำโขงซบเซาอย่างมาก

ไม่เกรงกลัวท้าทายกฎหมาย จนเกิดคดียิงถล่มลูกเรือชาวจีนเสียชีวิต ตั้งแต่ปี 2555 ตำรวจไทยร่วมสืบสวนนายหน่อคำถูกจับกุมที่ประเทศลาว ก่อนถูกนำตัวส่งไปประหารชีวิตที่ประเทศจีน

ช่วง 2 ปีของโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศทำให้มีการสกัดกั้นยาเสพติดในแม่น้ำโขง ที่ พล.อ.ไพบูลย์ และ พล.ต.ท.เรวัช ลงมาคุมการปฏิบัติ ทำให้มีการขยายผลการจับกุมเครือข่ายพ่อค้ารายใหญ่ ผู้ขนลำเลียงยาเสพติดและอายัดทรัพย์สินเครือข่ายที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก

ไม่มีอาณาเขตประเทศมาขวางกั้นการสกัดกั้นยา เสพติดในลุ่มน้ำโขง

จัดชุดผสมยาเสพติดเข้าจับกุมเครือข่ายรายใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังการว่าจ้างขนลำเลียงยาเสพติดในประเทศเพื่อนบ้าน ทลายโรงงานผลิต และสกัดกั้นการขนลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติอาศัยความร่วมมือทุกประเทศเข้าตรวจค้นจับกุมเป้าหมาย

ล่าสุด ประสานความร่วมมือตำรวจยาเสพติดประเทศมาเลเซียประสาน พล.ต.ท.เรวัชทลายเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ จับกุม นายชาง คิม ซุย และ นายลิม เยียน ฮุน ชาวมาเลเซีย พร้อมไอซ์ 282 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 700 ล้านบาท เป็นคดีที่ชุดปราบปรามยาเสพติดมาเลเซียให้ความสำคัญตามเป้าหมาย มานาน

โยงใยนักธุรกิจชาวมาเลเซีย ชาวมาเลเซียเชื้อสายจีน และผู้มีอิทธิพลในเมืองไทย ร่วมค้าขายยาเสพติด ข้ามชาติ มีนายชาง คิม ซุย ชาวมาเลเซีย เชื้อสาย จีนเป็นผู้จัดการใหญ่ในไทย มาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดสงขลา ในลักษณะของนักท่องเที่ยว และทำธุรกิจบังหน้า พัวพันคดียิงนักธุรกิจมาเลเซียในเมืองหาดใหญ่

เบื้องหลังเป็นผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ของมาเลเซียที่ลักลอบนำยาเสพติดผ่านแดนจากประเทศไทยไปจำหน่ายในมาเลเซีย อาศัยเปิดบ่อนใหญ่ “จ่ายส่วยคนมีสี” บังหน้าอำนวยความสะดวกขนยาเสพติดข้ามชายแดน

พล.ต.ท.เรวัช ให้ พล.ต.ต.เพชรรัตน์ แสงชัย รอง ผบช.ปส.ฝ่าย ปราบปราม พล.ต.ต.ชาตรี ไพศาลศิลป์ ผบก.ปส.2 พล.ต.ต.ทนัย อภิชาติเสนีย์ ผบก.สกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด

สืบสวนตามข้อมูลตำรวจยาเสพติดมาเลเซียจนทราบเป้าหมาย นายชาง คิม ซุย ชาวมาเลเซียเชื้อสายจีน มีภรรยาเป็นชาวไทยคอยทำธุรกรรมทางด้านการเงิน มีการโอนถ่ายบัญชีในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน

ชุดปฏิบัติการได้วางกำลังตามเส้นทางที่จะออกไปประเทศมาเลเซียทางด้านด่านพรมแดน อ.สะเดา จ.สงขลา รวบตัวนายชาง คิม ซุย ขับรถเก๋งยี่ห้อนิสสัน รุ่นเซฟิโร่ สีบรอนซ์ ทอง ทะเบียน ฌช 1994 กรุงเทพมหานคร ที่ด่านพรมแดนก่อนออกไปมาเลเซีย ตรวจค้นรถที่กระโปรงท้าย พบยาไอซ์ 7 กระสอบ น้ำหนัก 175 กิโลกรัม

ชุดปฏิบัติการรวบเพิ่ม นายลิม เยียน ฮุน ใช้รถเก๋งโปรตอน ทะเบียนมาเลเซีย PKT 3696 กำลังลำเลียงยาเสพติดจะออกไปยังประเทศมาเลเซีย ตรวจกระโปรงท้ายรถพบยาไอซ์ 4 กระสอบ น้ำหนัก 107 กิโลกรัม

ขยายผลตรวจค้นที่พักของนายชาง คิม ซุย พบเฮโรอีน 1 ก้อนสี่เหลี่ยม และไอซ์จำนวนหนึ่ง พบรถยนต์ 4 คัน ทะเบียนประเทศมาเลเซีย และรถยนต์ 2 คัน มีการดัดแปลงทำช่องอำพรางสำหรับซุกซ่อน ยาเสพติด

พบสลิปการโอนเงินไปยังภาคเหนือและภาคอีสานหลายรายการ รวมกันได้ถึง 40 ล้านบาท ยังมีเงินสดในบัญชีที่ยังไม่ได้โอนหรือเบิกจ่าย จำนวน 27 ล้านบาท

เชื่อว่าจะมีทรัพย์สินที่เป็นเงินสดซุกซ่อนอยู่ตามที่ต่างๆอีกจำนวนมาก เป็นเครือข่ายยาไอซ์รายใหญ่เท่าที่มีการจับกุมในไทย ชุดสืบสวนขยายผลเครือข่ายผู้บงการ เพื่ออายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

เป็นงานสำคัญที่ บช.ปส. ขับเคลื่อนในงานปราบปรามที่ดุดัน ถึงลูกถึงคน ตามสไตล์ พล.ต.ท.เรวัชสอดรับนโยบายหลักของ พล.อ.ประวิตร รุกคืบดึงภาคประชาชนมีส่วนร่วมจริงจังเดินหน้าแก้ปัญหายาเสพติดด้วยการสร้างชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน

ทำให้ยาเสพติดลดลงไปจากสังคมไทย.

ทีมข่าวอาชญากรรม

7 พ.ค. 2559 12:24 7 พ.ค. 2559 12:26 ไทยรัฐ