วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
มีปัญหาพ่อแม่ไม่ปลื้มแฟนคุณไหม?

มีปัญหาพ่อแม่ไม่ปลื้มแฟนคุณไหม?

โดย เมอร์ลิน
8 พ.ค. 2559 05:01 น.
  • Share:

ใครที่มีแฟนแล้ว และสมาชิกในครอบครัวให้การต้อนรับ “แฟนของคุณ” ด้วยใจ เหมือนประโยคที่คุณพ่อคุณแม่ท่านนึงพูดไว้น่าคิดราวๆว่า ในเมื่อลูกรักใคร ชอบใคร เราก็ชอบด้วย รักด้วยนั้น

ใครเป็นลูกที่มีคุณพ่อคุณแม่แบบนี้ คงไชโยโห่ฮิ้ว ยินดีปรีดาที่อย่างน้อยคุณก็ไม่น่ามีปัญหาเรื่องคบกับคนที่คุณชอบ จึงเริงร่ารับลมร้อนคบกับคนนั้นได้อย่างสบายใจ

แต่ความจริงที่ซ่อนอยู่ บางทีพ่อแม่ก็ไม่ได้ปลื้มไปกับ “คนที่ลูกคบด้วย” ไปซะทุกคน ท่านก็ (แอบ) ดูอยู่ห่างๆบ้าง ใกล้ๆบ้าง แล้วแต่ลูกที่มีความรักรายนี้จะมีอายุเท่าไหร่? ถามว่า อายุเป็นปัจจัยไหม? คำตอบคือ เป็นปัจจัยหนึ่งที่พ่อแม่ย่อมนำมาบวกลบคูณหาร รวมกับปัจจัยอื่นๆ

โดยเฉพาะถ้าลูกยังไม่บรรลุนิติภาวะ แน่นอนว่า พ่อแม่ย่อมมองว่า ลูกเป็นเด็กอยู่วันยังค่ำ (ต่อให้ลูกโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว พ่อแม่ก็ยังมองว่าลูกเป็นเด็กได้เสมอ ตรงนี้จะต่อว่ากันไม่ได้ เนื่องจากท่านมีความหวังดี, มีความห่วงใยและเอาใจใส่ลูกตลอดเวลานั่นเอง)

ดังนั้น ถ้าลูกยังไม่บรรลุนิติภาวะ หรือสมมติลูกเป็นผู้หญิงด้วยและอายุยังไม่ทันครบ 20 ปี เหตุนี้หากอยากคบใครเป็นแฟน ก็ต้องผ่านด่านเอกซเรย์ แต่เดี๋ยวนี้เอกซเรย์ธรรมดาคงไม่พอ ต้องผ่านการตรวจเอกซเรย์ด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) กันเลยทีเดียว เพราะท่านอยากรู้ทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับ “คนที่ลูกชอบ” ให้มากที่สุด เนื่องจากความห่วงและหวงบวกกับกลัวลูกจะถลำลึกไปหลงคนที่พ่อแม่มองว่าไม่เหมาะสมด้วย นั่นเอง

แต่หากลูกมีอายุมากขึ้นและเป็นผู้ใหญ่มากกว่านี้เมื่อไหร่ โอกาสที่พ่อแม่จะเข้ามาตรวจเข้ม อาจลดน้อยลง เพราะถึงอย่างไร ลูกย่อมสแกนคนคนนั้นมาแล้วรอบนึง บุพการี (พ่อแม่) จึงปล่อยๆไปบ้าง

ถ้าลูกไม่หน้ามืดตามัว แต่มีวุฒิภาวะและคำนึงถึงอนาคตเพียงพอ หากลูกจะคบกับใครก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร เมื่อลูกโตแล้ว ท่านย่อมเคารพการตัดสินใจของลูกบ้างหรอก

พ่อแม่ที่มีความฉลาดและแหลมคมมากๆ จะทราบเองว่า ลูกไม่ใช่เรา เราไม่ใช่ลูก ฉะนั้น อย่าเอาลูกไปเปรียบเทียบกับตัวเอง ไม่ว่าเค้าจะเลือกอย่างไร? ถ้าเลือกไม่แย่เกินไป ควรลองให้คบกันก่อน

ซึ่งผู้ที่ประสบกับปัญหาคบกับคนที่ชอบแล้วไม่ผ่านการเห็นชอบของพ่อแม่นั้น ไม่ได้เกิดปัญหานี้เฉพาะอิสตรี แม้แต่ผู้ชายเองก็ถูกกดดัน เพราะลูกทุกคนเป็นที่รักของพ่อแม่นี่หน่า

ดังนั้น หากบุพการีไม่ชอบ “คนที่คุณคบด้วย” จริงๆ คงต้องพิจารณาถึงสิ่งเหล่านี้ ก่อนที่ในใจของคุณจะเอาแต่คิดว่า พ่อแม่ไม่มีเหตุผล, เป็นไดโนเสาร์และติดอยู่แต่มาตรฐานเดิมๆของตัวเอง

ลอง 1.มองหาสาเหตุทั่วๆไป ที่ทำให้บุพการี (พ่อแม่) ไม่ปลื้มคนที่คุณคบสักนิด

เค้า/เธอที่คุณชอบนั้นเป็นอย่างไร? รู้จักกาลเทศะไหม? ถ้าเป็นเวลาที่พวกคุณอยู่ด้วยกันเอง (คาดว่าไม่ใช่ในที่ลับตานะ แต่ถ้าใช่ก็บอกไม่ถูก) พวกคุณจะเล่น, จะแต่งตัว, จะแสดงพฤติกรรมห่ามๆ หรือเอาแต่ใจตัวเองแค่ไหนก็ได้ ไม่มีใครรู้ด้วย ก็รู้กันเอง และน่าจะรู้สันดานกันเองนั่นแหละว่า คนที่คุณคบนั้นเป็นคนอย่างไร? ทีนี้รู้แล้ว แต่ถ้าใครยังตาบอดเพราะรักก็ช่วยไม่ได้นะ

ซึ่งจำนวนของพวกที่ตาบอดเพราะรักมีอยู่เยอะไม่ใช่เล่นซะด้วยสิ แต่เอาเถอะ น้อยคนคงไม่เคยเป็น จึงขึ้นอยู่กับว่า เมื่อไหร่คุณจะหายจากอาการตาบอดเพราะรักสักที ตรงนี้สำคัญกว่า

เมื่ออยู่ด้วยกันจึงทำอะไรก็ได้ตามใจตามนิยามของเด็กเจเนอเรชั่นนี้ แต่เวลาอยู่กับผู้ใหญ่ ก็ไม่ควรตามใจตัวเองเกินไป อย่างน้อยก็ควรเคารพผู้ใหญ่บ้าง แม้บางอย่างจะดึกดำบรรพ์ เอ้ย คำนึงถึงขนบประเพณีแต่โบราณ ก็ต้องโชว์ว่า คุณกับแฟนมีมารยาทในการเข้าหาผู้ใหญ่

2.ต้องยอมรับกันนิ้ดนะฮะว่า การที่บุพการีอยู่มานานกว่า ไม่ได้หมายความว่า จะถูกต้องเสมอไป แต่ประสบการณ์ที่ท่านมีทำให้ท่านมองเห็นอะไรทะลุปรุโปร่ง มากกว่า

ฉะนั้น หาสาเหตุด้วยว่า เค้า/เธอที่คุณชอบ มีแนวโน้มจะทำให้คุณมีความสุขได้ไหม?

ถ้าทำให้ลูกท่านมีความสุขได้ ก็ผ่านไปเปลาะนึง ด่านต่อไป....

3.เค้า/เธอทำงานทำการอะไรไหม? จริงอยู่ว่า บางที ณ เวลาที่คบกันอาจวัดไม่ได้หรอกว่า เค้า/เธอจะมีอนาคตการงานที่มั่นคงแค่ไหน? เมื่อเราไม่รู้อนาคตนี่แหละจึงต้องพิจารณาปัจจุบันไง

ถ้าเกเร ไม่ชอบทำงานทำการหรือไม่ขยัน เอาแต่เล่น มีความคิดเป็นเด็กไม่ยอมโตอยู่ตลอดเวลา คงสอบไม่ผ่านหรอก หรือหากสอบผ่านก็ผ่านแบบคาบเส้นมาก

4.เค้า/เธอไม่ใช่พวกหัวรุนแรง ชอบทำร้ายร่างกายแน่นะ ใครทำลูกเจ็บ พ่อแม่เจ็บกว่าหลายเท่า.

เมอร์ลิน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้