วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เพิ่งไปดู “ไดโนเสาร์” ผลผลิตจากสมองคนไทย

โดย ซูม

ทีมงานซอกแซกนับว่าเป็นนักข่าวชุดแรกๆ ที่ได้รับเชิญให้ไปดูชมธีมพาร์ค หรือสวนสนุกเพื่อการเรียนรู้ “ไดโนซอร์ แพลนเน็ต” ที่ปากซอยสุขุมวิท 22 ตั้งแต่อยู่ระหว่างก่อสร้าง และได้นำมาเขียนรายงานไว้เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม

พร้อมทั้งระบุด้วยว่า โครงการนี้เป็นผลงานของ 3 หนุ่ม 3 มุม ของวงการบันเทิง และสื่อสารมวลชนอย่าง วินิจ เลิศรัตนชัย แห่งเฟรชแอร์ ปัญญา นิรันดร์กุล แห่งเวิร์คพอยท์ และ อุปถัมภ์ นิสิตสุขเจริญ แห่งไร้ท์แมน บริษัทที่มี ชื่อเสียงด้านจัดนิทรรศการ และโสตทัศนูปกรณ์ที่ เกิดมีไอเดียกระฉูดจับมือกันสร้างอาณาจักรไดโนเสาร์ดังกล่าวขึ้น เพื่อต้อนรับธุรกิจการท่องเที่ยวที่กำลังบูมอย่างมากของประเทศไทย

จากนั้นทีมงานซอกแซกก็ติดตามข่าวคราวและแอบให้กำลังใจอยู่ตรงนี้เพราะทราบว่าทั้ง 3 หนุ่ม 3 มุม ได้ร่วมกันลงทุนก้อนใหญ่พอสมควร ในขณะที่ภาวะเศรษฐกิจไทยของเราอยู่ในสภาพซบเซา ทำให้โอกาสที่จะไม่ประสบความสำเร็จคือขาดทุนค่อนข้างสูงมาก

แต่ทุกสิ่งทุกอย่างกลับพลิกล็อกอย่างคาดไม่ถึง เมื่อไดโนเสาร์ฝูงใหญ่ที่สร้างได้เสมือนจริง เท่าตัวจริง และเคลื่อนไหวได้ ได้กลายเป็นดาราเรียกเด็กๆให้แห่กันมาดูชมแน่นขนัดในแต่ละวัน จนถึงขั้นแน่นมากๆในวันอาทิตย์

หัวหน้าทีมซอกแซกจึงตัดสินใจกลับไปเยี่ยมชมอีกครั้ง เมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมานี่เอง เพราะอยากจะทราบว่าบรรยากาศของโครงการทั้งหมดเมื่อสร้างเสร็จแล้ว และเปิดให้ผู้คนเข้าชมแล้วจะเป็นอย่างไรบ้าง เมื่อเทียบกับตอนที่สร้างเสร็จแล้วแต่ยังไม่เปิดให้เข้าชม ดังที่เคยเขียนไว้ครั้งก่อน

ปรากฏว่าวันที่ไปชม เป็นวันแรกหลังเกิดเหตุการณ์ใหญ่คืออุบัติเหตุไฟไหม้กระเช้าชิงช้าสวรรค์กระเช้าหนึ่งของ “ไดโนอาย” ซึ่งเป็นชิงช้าสวรรค์ที่จะนำผู้ชมทะลุเข้าไปในโลกใต้บาดาลและเหินฟ้าขึ้นสู่อากาศ ดังที่เคยเขียนแนะนำไว้แล้ว

ดังที่ทราบกันแล้วว่าเมื่อ 29 เมษายนได้เกิดฝนตกใหญ่ทั่ว กทม.และปริมณฑลจนน้ำท่วมหลายๆพื้นที่ และที่ชิงช้าสวรรค์แห่งนี้ก็เกิดไฟฟ้าลัดวงจรจนไฟลุกโชนขึ้นหนึ่งกระเช้า

เคราะห์ดีที่ทางฝ่ายจัดการได้สั่งปิดชิงช้าสวรรค์ไปก่อนแล้ว ตั้งแต่ฝนเริ่มตก เพราะระมัด ระวังในเรื่องความปลอดภัยอย่างเต็มที่ จึงไม่มีผู้ชมอยู่ในกระเช้าใดๆเลย และความจริงก็ดับไฟของชิงช้าสวรรค์แล้วด้วย แต่มิได้ปิดแบตเตอรี่สำรองในตัวกระเช้า จึงเป็นเหตุให้เกิดลัดวงจรเมื่อฝนตกหนัก

ข่าวนี้เป็นข่าวใหญ่ทั้งในสื่อสังคมออนไลน์และหน้า 1 หนังสือพิมพ์ทุกฉบับในวันรุ่งขึ้น และเป็นผลให้คณะผู้จัดต้องปิดชิงช้าสวรรค์ไปก่อนจนกว่าจะซ่อมเสร็จ และผ่านมาตรฐานความปลอดภัยของทางราชการ อีกครั้ง

ในตอนแรกก็นึกว่าจะมีการปิดการแสดงของไดโนซอร์ แพลนเน็ตทั้งหมด แต่เมื่อคณะผู้จัดเห็นว่าส่วนอื่นๆไม่มีอะไรเสียหาย จึงปิดเฉพาะชิงช้าสวรรค์ และขณะเดียวกันก็ได้ฤกษ์ที่จะเปิดโซนใหม่ได้แก่โซน “4D DEEP WORLD” ขึ้นมาแทน ซึ่งจะเป็นโซนที่ดำดิ่งสู่ใต้พิภพล้านปี เพื่อลงไปสำรวจใต้โลก และจะต้องเผชิญกับสัตว์โลกล้านปีและได้เห็นการต่อสู้ของไดโนเสาร์ต่างๆผ่านระบบภาพเคลื่อนไหวในแบบ 4 มิติต่างๆ

หัวหน้าทีมซอกแซกไปถึงในช่วงบ่ายแก่ๆ ของวันที่ 30 เมษายน เห็นแล้วก็แทบไม่น่าเชื่อสายตาตนเองว่าจะมีแฟนๆไดโนเสาร์ทั้งรุ่นใหญ่รุ่นเล็กไปให้กำลังใจแน่นขนัดถึงขนาดนั้น โดยเฉพาะ “4D Deep world” หรือการดำดิ่งสู่ใต้พิภพ มีแฟนๆเข้าคิวรอโค้งไปโค้งมา สอบถามว่าอาจต้องรอถึง 3 ชั่วโมง เป็นอย่างน้อย สำหรับคนที่อยู่ปลายแถวสุดๆ แต่กระนั้นก็ยังยินดีที่จะรอ

ระหว่างรอคิวยาว หัวหน้าทีมก็ถือโอกาสหลบไปดูโซนต่างๆอีกครั้ง เริ่มจากโซนแรกการแนะนำให้รู้จักกับอาณาจักรไดโนเสาร์ และชมไดโนเสาร์ฟักไข่ ซึ่งจะมีเจ้าตัวน้อยมาให้ดูด้วย ตลอดจนโครงกระดูกต่างๆ
โซนนี้น่าสนใจมาก เพราะเป็นการให้ความรู้เรื่องไดโนเสาร์ที่สมบูรณ์ รวมทั้งจะได้ดูชมโครงกระดูกไดโนเสาร์จำลองหลายๆพันธุ์ ทำให้รู้เรื่องไดโนเสาร์ขึ้นอีกเยอะ

จากนั้นหัวหน้าทีมก็ออกไปเดินดูสวนไดโนเสาร์ที่อยู่ด้านนอกในบริเวณที่มีต้นไม้เขียวขจี อันเป็นที่รวมของไดโนเสาร์จำลองตัวใหญ่เหมือนจริงพันธุ์ต่างๆ ถือเป็นการรวมดาราไดโนเสาร์ หรือสตาร์ออฟไดโนที่เด็กๆชื่นชอบ

นี่คือบริเวณที่ผู้คนนิยมไปถ่ายรูปมากที่สุดกับไดโนเสาร์ที่ดูเหมือนมีชีวิตชีวาและเคลื่อนไหวได้เหล่านี้

ก่อนกลับหัวหน้าทีมมีโอกาสพูดคุยกับคุณ อุปถัมภ์ นิสิตสุขเจริญ 1 ใน 3 ของผู้บริหาร ทำให้ทราบว่า แนวความคิดในการจัดสร้างตลอดจนการออกแบบและวางแผนทั้งหมดมาจากสมองของคนไทยล้วนๆ

เนื่องจากเรื่องราวของไดโนเสาร์เป็นเรื่องสาธารณะและไม่มีลิขสิทธิ์ ใครก็สามารถจะนำมาวางพล็อตต่างๆได้ ดังที่ทีมงานไดโนซอร์แพลนเน็ต ได้วางแผนสร้างเป็นโซน และธีมต่างๆ ตามที่เล่าไว้ เสร็จแล้วจึงไปจ้างโรงงานในประเทศจีนให้ผลิตตัวไดโนเสาร์และใส่เครื่องยนต์กลไกให้เคลื่อนไหวตามที่ทีมงานต้องการ

การแสดงจะมีต่อไปจนถึงเดือนธันวาคมเป็นอย่างน้อย ต่อเมื่อหมดสัญญาที่ได้รับการอนุเคราะห์จากเดอะมอลล์กรุ๊ป ซึ่งเป็นเจ้าของสัญญาเช่าพื้นที่บริเวณดังกล่าวแล้ว ทั้ง 3 หนุ่ม 3 มุม ซึ่งมองเห็นอนาคตอันสดใสของไดโนเสาร์ได้ตกลงใจกันว่า จะสร้างอย่างถาวรแน่นอน รอบๆ กทม.นี้เอง แต่จะเป็นที่ใดคงต้องติดตามกันต่อไป

ทั้งหมดนี้ก็คงต้องบอกว่าเป็นเพราะเสน่ห์อันลึกล้ำอย่างไม่น่าเชื่อของสัตว์โบราณที่เรียกว่า ไดโนเสาร์โดยแท้

ไม่น่าเชื่อว่าสัตว์ประเภทนี้ จะเป็นที่รักของเด็กๆ... และเมื่อเด็กๆรักเสียแล้วทุกอย่างก็จบ...พ่อแม่ที่ไหนจะไปต้านทานพลังความรักของลูกๆได้ จริงไหมครับ?

ซูม

7 พ.ค. 2559 09:46 7 พ.ค. 2559 09:46 ไทยรัฐ