วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดใจ 6 เยาวชนล้านช้าง-แม่โขงร่วมกิจกรรมไทย-จีน "เชื่อมสัมพันธ์" สู่อนาคต

โดย ยายรหัส

โครงการมิตรภาพเยาวชนล้านช้าง–แม่โขง อีกโครงการดีๆ ที่ริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2546 เพื่อเป็นเวทีให้เยาวชน 6 ประเทศลุ่มแม่น้ำโขงประกอบด้วยไทย กัมพูชา จีน ลาว เมียนมา และเวียดนาม ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น สร้างเสริมประสบการณ์ ตลอดจนส่งเสริมการรวมกลุ่มของเยาวชน นำไปสู่การสร้างประโยชน์ร่วมกันในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง

ภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาลไทยผ่าน กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) และสหพันธ์เยาวชนแห่งประเทศจีน (All-China Youth Federation : ACYF) โดยแต่ละปี ไทยและจีนจะร่วมกันเป็นเจ้าภาพสนับสนุนงบประมาณ และร่วมกันบริหารจัดการ

และสำหรับโครงการปี 2559 ซึ่งจัดเป็นครั้งที่ 11 มีเยาวชน 6 ประเทศ ประเทศละ 11 คนเข้าร่วมกิจกรรมหลากหลายทั้งที่สาธารณรัฐประชาชนจีน และประเทศไทย เยาวชนไทยได้กอบโกยประสบการณ์ดีๆ อะไรกลับมาบ้าง “ยายรหัส” ขอไปตั้งวงเม้าท์ซักหน่อย

เริ่มที่ จีรวัฒน์ บ่อน้อย “ปอ” ปี 2 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.เทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช ประเดิมเม้าท์ว่า “ช่วง 5 วันแรก พวกเราร่วมทำกิจกรรมที่เมืองหนานหนิง มณฑลกวางสี ได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวจีน โดยเฉพาะการได้ไปดูชุมชนต้นแบบการบริหารจัดการที่วางระบบการดูแลตั้งแต่ เด็กแรกเกิด จนถึงผู้สูงอายุ มีสำนักงาน โรงพยาบาล ฝ่ายกฎหมายห้องสมุดสำหรับเด็ก พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ ซึ่งน่าสนใจมาก จากนั้นอีก 4 วันเป็นการร่วมกิจกรรมที่ประเทศไทย ถือ เป็นประสบการณ์การเรียนรู้ที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับผมที่ได้ขึ้นเครื่องบินไปต่างประเทศครั้งแรก ได้ทั้งเพื่อน ได้เรียนรู้การเข้าสังคม หลังกลับจากโครงการ พวกเรายังติดต่อสื่อสารกันทั้งเพื่อนไทยและต่างประเทศเป็นโอกาสในการพัฒนาความก้าวหน้าในอนาคตครับ”

เช่นเดียวกับ อารีรัตน์ ผอมเอียด “บี” ปี 3 รุ่นพี่ร่วมคณะเดียวกับ “ปอ” จ้อว่า “เป็นครั้งแรกที่ได้เดินทางไปต่างประเทศเช่นกัน จึงประทับใจ โดยเฉพาะได้เห็นวัฒนธรรมเอกลักษณ์ของชาวจีน ขณะที่กิจกรรมที่ประเทศ ไทยก็มีโปรแกรมศึกษาดูงานทั้งที่สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ม.ราชภัฏจันทรเกษม สถานสงเคราะห์บ้านเด็กอ่อนพญาไท สถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา (หญิง) หรือบ้านราชาวดีหญิง รวมทั้งที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ไปทัศนศึกษาที่พระราชวังบางปะอิน ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร และวัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร โดยเฉพาะที่บ้านเด็กอ่อนพญาไท และบ้านราชาวดี ที่ทำให้บีรู้สึกว่า ยังมีเด็กหรือบุคคลที่ด้อยโอกาสกว่าเราแต่คนเหล่านั้นมีความพยายามต่อสู้เพื่อการมีชีวิตที่อยู่รอด เป็นกำลังใจให้กับพวกเราอย่างมากค่ะ”

ขณะที่ สุทินา ปะนะรัตน์ “ดรีม” ปี 3 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ราชภัฏเพชรบุรี เสริมว่า “พื้นที่ชุมชนหนานหนิง ที่เราไปดูงาน น่าสนใจมากที่ ชุมชนเปิดให้โอกาสเยาวชนคิดริเริ่มหรือทำธุรกิจ แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ ส่วนที่ประเทศไทยนั้นหลายคนโดยเฉพาะเพื่อนต่างชาติ ประทับใจกระบวนการทำงานกรณีเด็กถูกทิ้งหรือบางรายที่พ่อแม่ไม่พร้อมเลี้ยงดูก็จะนำมาฝากเลี้ยงที่บ้านเด็กอ่อนพญาไทที่จัดระบบการดูแลที่น่าสนใจค่ะ”

ส่วน พรศิริ เนินทอง “โบว์” ปี 4 คณะศิลปศึกษา สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ เผยความ รู้สึกว่า“ได้เรียนรู้ วัฒนธรรมแต่ละชาติ แม้แต่ประเทศลาว กัมพูชาซึ่งแม้จะใกล้เคียงไทยแต่ก็ไม่ เหมือน ทั้งหมด นอกจากนี้ยัง ได้รู้จักเพื่อนใหม่ และการมีมิตรภาพที่ดี ที่ผ่านมา โบว์มีโอกาสร่วมโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม แต่เป็นการไปแสดงนาฏศิลป์ตามที่ต่างๆ แต่โครงการนี้มีเยาวชนหลากหลายประเทศเข้าร่วมทำให้ได้เรียนรู้มากมายค่ะ”

มาที่หนุ่มเฟรชชี่ ม.แม่ฟ้าหลวง สำนักวิชาจีนวิทยา นิติธร ปัทมสิริวัฒน์ “ต้นกล้า” บอกว่า “ได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกันในประชาคมอาเซียน โดยเฉพาะระบบบริหารจัดการที่บ้านเด็กอ่อนพญาไท ซึ่งมีการจัดสวัสดิการที่ดีเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆในอาเซียน ทำให้หลายประเทศชื่นชม ส่วนที่ประเทศจีนก็ได้เปิดหูเปิดตากับพัฒนาการที่รุดหน้าด้านนิคมอุตสาหกรรม ซึ่ง จีนจะมองไปข้างหน้าและพยายามก้าวไปให้ถึงจุดหมาย เป็นแบบอย่างที่น่าสนใจครับ”

ปิดท้ายกับรุ่นพี่ปี 2 ปริญญาโท คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ม.ธรรมศาสตร์ ศรันถ์ ยี่หลั่นสุวรรณ “รัน” บอกว่า ได้เรียนรู้วัฒนธรรมของเพื่อนๆ 6 ประเทศ รวมถึงด้านเศรษฐกิจที่ทำให้รู้เส้นทางสายไหมที่จีนกำลังพัฒนา ทั้งได้เพื่อนที่เป็นมิตรภาพเชื่อมต่อการดำเนินการในอนาคต อย่างที่ จีนจะเน้นการเป็นผู้ประกอบการรุ่นเยาว์ โดยรัฐบาลสนับสนุนสอดคล้องกับประเทศไทยที่กำลังทำโครงการสตาร์ต-อัพ ถือว่าทั้งจีนและไทยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสนับสนุนเยาวชนคนรุ่นใหม่มากขึ้น แต่อยากให้โครงการดีๆ มีการประชาสัมพันธ์เข้าถึงเยาวชนไทยอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลครับ”

“ยายรหัส” เชื่อมั่นว่าการเปิดประตูให้เยาวชนต่างสถาบันในประเทศได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันแล้ว การเชื่อมสัมพันธ์ในต่างแดน ก็เป็นสิ่งสำคัญต่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ที่นอกจากจะเสริมศักยภาพให้กับเยาวชนไทยแล้ว

ยังนำไปสู่การกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศในอนาคตอีกด้วย.

ยายรหัส

7 พ.ค. 2559 09:21 7 พ.ค. 2559 09:21 ไทยรัฐ