วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สนามพระ 08/05/59

พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้ากลาง กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ อยุธยา.

ธรรมะสนามพระวิภาวดี จาก หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ “คนที่มีสัจจะ มักจะทำอะไรก็สำเร็จ เพราะสัจจะ เป็นบารมีอย่างหนึ่ง ที่ส่งผลให้กำลังใจเข้มแข็งมากขึ้น”.....

ใครที่ชอบโกหกกะล่อนตลบตะแลง จึงยากที่จะทำการใดสำเร็จ เพราะขาดสัจจะบ่อยเข้า คนก็เลิกเชื่อถือ.....

เปิดเวทีวันนี้กันด้วย พระสมเด็จ พิมพ์ฐานแซม วัดระฆังโฆสิตารามฯ.....

ในกระบวน “พระสมเด็จวัดระฆังฯ” พิมพ์ที่นิยมมาตรฐานปัจจุบันมีอยู่ 4 พิมพ์คือ พิมพ์ใหญ่ พิมพ์เจดีย์ พิมพ์เกศบัวตูม และพิมพ์ฐานแซม ส่วน พิมพ์ปรกโพธิ์ ที่เคยนับเป็นอีกหนึ่งพิมพ์ เวลานี้ไม่ค่อยมีใครพูดถึง.....

พิมพ์ฐานแซม จึงถูกจัดอันดับเป็นพิมพ์สุดท้อง ด้วยความแตกต่างของพิมพ์ทรงองค์พระ ที่มีความแปลกแยก (มีเส้นฐานมากกว่า) ความงามด้อยกว่า.....

เชื่อกันว่า พระพิมพ์ใหญ่ เป็นพระที่เหมาะสำหรับผู้มีความเจริญมั่นคง พระพิมพ์เจดีย์ เป็นพระสำหรับผู้สืบทอด ตำแหน่งกิจการ พิมพ์เกศบัวตูม เหมาะกับผู้มีความสมบูรณ์ พูนสุข.....

ส่วน พระพิมพ์ฐานแซม เหมาะกับผู้กำลังสร้างเนื้อสร้างตัว แสวงหาฐานะลาภยศตำแหน่ง อย่างองค์นี้จะคุ้นตา เพราะซื้อขายเปลี่ยนมือบ่อย เนื่องจากเป็นพระดี พระแท้ พระสวย ที่ซื้อขายได้สบายใจ แม้ผ่านการสัมผัสใช้แต่ก็ยังสมบูรณ์ไม่มีชำรุดเสียหาย สวยระดับโชว์ได้เลย.....

จุดเด่นอยู่ที่สีเนื้อ ที่ดูตาเปล่าเหมือนขาวสนิท แต่ถ้าได้ส่อง จะเห็นมวลสารก้อนขาว ก้านดำ เกล็ดแดงและอื่นๆ แทรกฝังแน่นรวมอยู่ในเนื้อ อย่างบางตำราว่าเป็น “ผงพุทธคุณ”.....

แบบนี้แหละที่นักนิยมพระสมเด็จวัดระฆังฯมือใหม่ หากันมาก เพราะยี่ห้อ วัดระฆัง ถือเป็นพระแบรนด์เนม ที่นักนิยมพระเครื่องใฝ่ฝันสูงสุด “มือใหม่” จึงต้องออกสตาร์ตอย่างรอบคอบ ด้วยต้นทุนเบาๆ ทำให้ พระหัก พระซ่อม พระสึก พระสวยน้อย สวยมาก พิมพ์รอง พิมพ์นิยม ถึง พระองค์แชมป์ พระองค์ครู จึงมีการซื้อขายกันบ่อย เพราะเป็นการลงทุนก้าวแรก เพื่อก้าวต่อไปถึงพิมพ์ต้นๆองค์ยอดๆ.....

ที่เห็นก็มักประสบความสำเร็จ เป็นจริง ใช้แล้วมีความเจริญรุ่งเรืองร่ำรวยขึ้น ดูจากเผลอแป๊บๆ มีภาพมาโชว์มีชื่อเป็นเจ้าของพระพิมพ์นิยมองค์สวยระดับแชมป์กันเกือบทุกคนเรยย์ ยกเว้น สีกาอ่าง--เพราะไม่เคยลงทุนซื้อพระกับใครเขา มาจะเริ่มเอาป่านนี้ก็ Too Late เห็นราคาแล้ว ขอลาก่อน.....

ตามมาด้วย พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่ กรุวัดใหม่อมตรส ดูจากภาพ จะเห็นความแห้งแกร่งของผิวเนื้อ ที่ผ่านการลอกเก็บคราบกรุ แต่ไม่มีร่องรอยสัมผัสใช้ ทั้งด้านหน้าด้านหลัง พิมพ์พระคมชัด เส้นศิลป์ติดเต็มสม่ำเสมอ คราบกรมีเหลือให้เห็น เนื้อพระที่แห้งสนิท ฟอร์มทรงด้านหน้าแม้จะเสียศูนย์ที่ด้านซ้าย ซึ่งตัดชิดเส้นซุ้มไปนิ้ด แต่ก็ไม่ถึงกับเสียหาย เพราะได้ความผึ่งผายโดดเด่นขององค์พระมาช่วยไว้ พอทำกุฏิตลับทองใส่ ก็มองไม่รู้ดูไม่เห็น.....

พระสภาพนี้หากได้สัมผัสใช้โดนเนื้อโดนตัว ได้ไอเหงื่อเข้าถึงผิวเนื้อ จะดูมีน้ำมีนวล สวยขึ้นติดหูติดตา เวลานี้ ไปอยู่กับ เสี่ยเปี๊ยก เจ้าของร้านอาหารมันทะเล อ่างศิลา ซึ่งลูกค้าติด เพราะบรรยากาศดีติดทะเล--ตามมาด้วย พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้ากลาง กรุวัด พระศรีรัตนมหาธาตุ อยุธยา องค์นี้เป็น พระกดลึก (สุดพิมพ์) พระพักตร์ติดเต็ม ขอบเส้นพระ ศกนูนเด่น งดงามตามลักษณะพุทธศิลป์สมัยอู่ทองยุคกลาง อย่างเป็นธรรมชาติ.....

การตัดขอบติดชิด ทำให้องค์พระดูงามเด่น องค์รวมจึงดูอลังการเป็นพิเศษ เทียบชั้นได้กับ พิมพ์หน้าแก่ เนื้อมวลสารงามซึ้งอย่างเป็นธรรมชาติตามอายุความเก่าคราบน้ำว่าน ไฝ ฝ้า ราดำ มีให้เห็นเป็นสำคัญครบถ้วน ลายมือด้านหลังเป็นเส้นละเอียดคมชัดตามคำสอนสีเนื้อพิกุลแห้งแกมเขียวนิดๆ ทำให้ดูเข้มขลังคลาสสิก แม้เป็น พระพิมพ์รอง แต่มีดีครบเครื่องแบบนี้ สามารถทำให้ พิมพ์ใหญ่ หน้าแก่ หลายองค์ หน้าเหี่ยวได้เลย.....

ต่อไปคือ พระปรกใบมะขาม ทองคำ ท่านเจ้าคุณพระสนิทสมณคุณ (หลวงพ่อเงิน) วัดโมลีโลกยาราม หรือวัดท้ายตลาดริมคลองบางหลวง เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ.....

หลวงพ่อเงิน เป็นพระสหมิกธรรมแลกเปลี่ยนเรียนวิชาพุทธาคมกับ หลวงพ่อคง วัดซำป่างาม .....

ท่านเป็นพระนักปกครอง ที่มีทั้งพระเดชพระคุณ ปกครองพระในวัดและสาธุชนชาวพุทธให้อยู่ร่วมกับชาวมุสลิม (เจ้าเซ็น) ที่อยู่อาศัยเป็นชุมชนใหญ่ใกล้วัดให้อยู่ร่วมกันได้ด้วยความสามัคคี เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวมุสลิม สมัยก่อน มีงานบุญเมื่อไรไทย-มุสลิม เข้าออกวัดเอิกเกริก.....

เลื่องลือกันว่า น้ำพระพุทธมนต์ที่ท่านอธิษฐานจิต เสกราดรดลูกศิษย์ ไหลลงสู่คลองบางหลวง จะกลายเป็นสีรุ้งให้เห็นจะจะ.....

วัตถุมงคลของท่านจึงมีชื่อเสียงถึงความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ ที่นักนิยมเครื่องรางของขลังบอกว่ามีชื่อลือลั่น คือ ตะกรุดสร้อยคอทองคำ ๑๙ ดอก ซึ่งมีอานุภาพคุ้มครองป้องกันภัย เสริมอำนาจ บันดาลยศศักดิ์ ที่สร้างมอบเชื้อพระวงศ์ เจ้านายชั้นผู้ใหญ่และคหบดีผู้อุปถัมภ์วัด กับ พระปรกใบมะขาม หลังจาร อักขระ เนื้อทองคำ เงิน ทองแดง เพราะดีด้วยพุทธศิลป์ เด่นด้วยพุทธคุณ ดังด้วยพุทธพาณิชย์ จนปัจจุบันนี้ ราคา หลักล้าน ได้รับการยกย่องเป็น ขุนพลพระปรกใบมะขาม องค์ในภาพ ซึ่งด้านหน้าองค์พระงามเด่น ด้านหลังอักขระลายมือชัดเจน เป็นของ เสี่ยเอ๋ เมืองจันท์.....

อีกรายการมาจาก เสี่ยบอย พดด้วง ภูมิใจนำเสนอ เหรียญทำบุญอายุ ๘๙ ปี ตระกูลโจวสร้างถวาย เนื้อ ๓ กษัตริย์ พ.ศ.๒๕๑๐ หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ เพชรบุรี เป็นเหรียญสร้างพิเศษมอบเฉพาะบุคคล จำนวนสร้างน้อยกว่าเหรียญเนื้อทองคำ แต่ราคาใกล้เคียงกันที่ หลักครึ่งล้าน.....

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เคยเล่าถึง หลวงพ่อแดง ว่าตอนไปกราบท่าน เคยเห็นพระรูปหนึ่ง เอาตะกรุดหลายสิบดอก ยาวเกือบคืบไปให้ หลวงพ่อแดง ปลุกเสก ซึ่งคำนวณน้ำหนักแล้ว ตะกรุดหลาย สิบดอกต้องหนักมาก แต่หลวงพ่อกอบตะกรุดขึ้นสบายๆ ยกขึ้นพนม จรดหน้าผากเสก เหมือนยกหมอนเบาๆ ซึ่งทำให้เชื่อมีศรัทธาว่าท่านแก่กล้าพุทธาคมขั้นสูง เพราะตอนนั้นเป็นเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นบั้นปลายของท่าน ซึ่งอายุมาก และอาพาธ ก่อนมรณภาพในอีกเดือนถัดมา เมื่อมกราคม ปี 2517.....

สำหรับ เหรียญรุ่น ตระกูลโจว 2510 เป็นรุ่นที่นายห้างร้านขายยา ไปทอดกฐินที่วัด และขออนุญาตหลวงพ่อจัดสร้างเหรียญที่ระลึก โดยมีภาษาจีนว่า โจว ไว้ที่เหรียญ แบบ เนื้อสามกษัตริย์ ด้านหลังเป็นเนื้อเงิน ด้านหน้าเป็นเนื้อนาก องค์หลวงพ่อแดงเป็นหน้ากากทองคำ.....

อีกเหรียญ ของ หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพธิ์ นครสวรรค์ เนื้อเงินลงยาข้างรัศมี พ.ศ.๒๔๘๒ ซึ่งสร้างแจกกรรมการ พร้อมเหรียญรูปไข่ พิมพ์นิยม เนื้อเงิน กับเนื้อเงินกะไหล่ทอง.....

หน้าเหรียญเป็นรูปจำลององค์หลวงพ่อนั่งทำสมาธิเต็มองค์ มีเส้นรัศมีรอบข้าง ลงยา มีหลายสี ส่วนใหญ่ที่พบ สีลงยาหลุดล่อนตามอายุ ด้านหลังมีทั้งที่เป็น หลังแบบ หลังเบี้ย องค์สวยในภาพนี้ มีลงยาสีฟ้าครามให้เห็นอยู่พอเป็นหลักฐาน แค่นี้ เสี่ยต้น แจ่มมณี ก็ถือว่าเยอะแล้ว.....

สุดท้ายเป็นเหรียญพระเกจิ ภาคกลาง ที่แฟนคลับแนะนำมา คือ เหรียญเสมา เลื่อนสมณศักดิ์ หลวงพ่ออ้วน เตชธมฺโม วัดสว่างเนตร (ดงขุย) เพชรบูรณ์ ปี 2501 จัดสร้างขึ้นในวาระที่ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ “พระครูวิชานพัชรกิจ” เมื่อ 5 ธันวาคม 2501.....

จัดสร้าง เนื้ออัลปาก้า เนื้อ เดียว ผูกด้วยอักขระยันต์พระพุทธเจ้า 5 พระองค์ เป็นตารางยันต์ 4 ทิศ ที่เรียกว่า “ยันต์เพชรกลับ” ชนิดหนึ่ง.....

พุทธคุณโดดเด่นด้านคงกระพันชาตรี ลือลั่นเป็นที่รู้จักตอนมีข่าวสาววัยกลางคนรอดตายปาฏิหาริย์ จากถูกมีดแทงทั่วร่างกาย แต่ ไม่เข้า ในคอมีแค่ เหรียญเสมาเลื่อนสมณศักดิ์ คล้องไว้เพียงเหรียญเดียว.....

หลวงพ่ออ้วน มีวิชาเข้มขลัง มีศิษยานุศิษย์มาก จนตั้งเป็นชมรมลูกศิษย์หลวงพ่ออ้วน มีการแลกเปลี่ยนวิชาความรู้กันอย่างมีมาตรฐาน ซึ่งดีมาก.....

ก่อนหน้าเหรียญนี้ ท่านจัดสร้าง เหรียญรูปไข่ รุ่นแรก ปี 2495 หรือที่เรียกว่า “เหรียญ ข.ขวด” ซึ่งถือเป็น เหรียญรุ่นแรก ส่วนรุ่นนี้ เป็น เหรียญเสมา รุ่นแรก.....

ต่อไปเป็นข่าวประกวดพระ ช่วงนี้หลายคนยังลั้นลากับวันหยุด ซึ่งหยุดกันเยอะมาก มาตั้งแต่ 5 พ.ค. นู่น และถ้าใจกล้า ไม่กลัวถูกนายด่าก็มีหลายคนหยุด 3 กับ 4 และ 6 ด้วย ทำให้ได้วันหยุดมาตั้งแต่ 30 เมษาฯ ถึง 8 พ.ค.--รวม 9 วัน แม่เจ้าโว้ย ประเทศไทย.....

ใครหยุดจนเบื่อหน้าเมียเต็มทน ก็ขอเชิญไปเดินเล่น ส่งพระชิงรางวัลกันใน งานประกวดพระ ที่อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ถนนแจ้งวัฒนะ.....

ซึ่ง พลเอกวิสุทธิ์ นาเงิน เจ้ากรมเสมียนตรา ได้รับการสนับสนุนจากชมรมพระเครื่อง จัดกันอย่างมาตรฐาน.....

วันนี้เฮฮาลากันด้วยเรื่องของ เจ๊มนต์ เจ้าของร้านเสริมสวย ซึ่งพา เสี่ยอดิเทพ สามี ไปหาหมอดูสำนักเข้าทรง ชื่อ อาจารย์ศรี ที่แนะนำให้เจ๊ไปทำศัลยกรรม เพื่อเสริมโหงวเฮ้ง หมดเงินไปหลายแสน เพราะอยากให้สามีศรัทธาอาจารย์เหมือนตัวเอง.....

ไปถึงอาจารย์กำลัง “องค์ลง” ส่งเสียงแสดงท่าทางเป็นคนแก่พ่อปู่ พูดคุยโหวกเหวกอยู่กับลูกค้าสิบกว่าคน เมียก็ถือวิสาสะ พาแหวกไปนั่งตรงหน้าบอกวันนี้พาแฟนมาด้วย เขาเป็นเซียนพระ เพื่อให้อาจารย์ยืนยันเรื่องการทำศัลยกรรมว่าดีจริง.....

อาจารย์ได้ที ก็แสดงท่าทางขึงขัง ทุกอย่างที่ข้าแนะนำ ข้าบอก ข้าทำ ข้าใช้ เป็นเรื่องจริง ข้าเป็นของจริง ทำหน้ามาดีแล้ว ยังต้องหา พระนางพญา มาห้อยเสริมบารมีอย่างข้านี่.....

พร้อมจับ พระนางพญา องค์เบ้อเร่อ ในคออวดสาวก บอกราคาเป็นล้าน เสี่ยอดิเทพ ซึ่งเจอเรื่องเจ้าเข้าทรงแหกตามาเยอะ กลัวเมียจะถูกหลอก รีบสะกิดเมียให้กลับ ก็ไม่ยอม สุดท้ายทนไม่ไหว จึงตัดสินใจบอกไปว่า ที่อาจารย์ทำ อาจารย์บอก จะจริงเท็จแค่ไหนไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ พระนางพญา ที่อาจารย์คล้องคออยู่นั่นน่ะ เก๊แน่นอน.....

งานนี้เลยวงแตก อาจารย์ศรี ฟังแล้วหงายท้องตึง เป็นลมไปเลย องค์ออก ทันทีหนีกลับสวรรค์หรือกลับบาดาลก็ไม่รู้ได้ ลูกศิษย์ก็รุมปฐมพยาบาล จนฟื้น ลูกศิษย์ก็ถามว่า คราวนี้ องค์ออกแรง ถึงกับเป็นลมเลยเรอะอาจารย์.....

แต่ อาจารย์ศรี บอกว่า เปล่าออกปกติเหมือนทุกครั้ง แต่ที่กูเป็นลม เพราะเพิ่งรู้ว่า พระเก๊--เลยเกิดอาการเสียดายเงินเป็นล้าน ที่เช่าพระมา จน “เจ้า” อยู่ไม่ไหวแร้ว หน้ามืดลมใส่ไปเลย เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.

สีกาอ่าง

7 พ.ค. 2559 08:58 7 พ.ค. 2559 09:03 ไทยรัฐ