วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อำนาจที่ไร้อำนาจ

ดูเหมือนจะใหญ่แต่ทำไปทำมาไม่ใหญ่จริง เพราะฐานอำนาจอยู่ใน ภาวะ “ขาลอย” ทำอะไรก็เลยติดขัดไปหมดจึง ต้องประนีประนอมไปแทบทุกอย่าง แต่อาสาเข้ามาแล้วก็ต้องรำวงกันต่อไป

ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้วังวนการเมืองเรื่อง “อำนาจ” ไม่ว่าจะยุคประชาธิปไตยผ่านการเลือกตั้งหรือยุคทหารมีอำนาจเพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตย

ล้วนมีความแตกต่างและความ เหมือนในตัวของมันเอง

ความแตกต่างคงไม่ต้องพูดถึง เพราะมันชัดเจนอยู่แล้ว แต่ความเหมือนนั้น แม้จะมีความสงสัยว่าจะเป็นไปได้อย่างไร

คำตอบก็คือ อำนาจนั้นไม่เข้าใคร ออกใคร ไม่ว่าจะรูปแบบไหนก็ตาม

วันนี้สถานการณ์ของประเทศกำลังเดินหน้าเข้าสู่การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่มีคำถามพ่วงเป็นของแถม

ว่าที่จริงแล้วการทำประชามติเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่ง เพื่อให้ประชาชนได้ใช้สิทธิเพื่อตัดสินใจว่าจะใช้กฎกติกา บ้านเมืองเพื่อบังคับใช้สำหรับทุกคนในประเทศนี้

แต่ดูเหมือนว่าจะง่ายแต่มันก็ไม่ง่ายไปเสียแล้ว

นั่นเป็นเพราะปัญหาการแสดงความคิดเห็นต่างไม่สามารถทำได้อย่างไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย

เพราะมีการสร้างกฎกติกาผูกมัดเอาไว้จนขยับไม่ได้

ด้านหนึ่งถือว่าเป็นการขัดกับธรรมชาติในการแสดงออก ทำให้เกิดความรู้สึกว่าถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพ

แต่อีกด้านหนึ่งในฐานะผู้ถืออำนาจ รัฐที่เรียกว่า “รัฏฐาธิปัตย์” เห็นว่าการแสดง ความเห็นต่างนั้นแอบแฝงเพื่อหวังผลทางการเมือง

เป็นการเมืองเพื่อต่อต้าน คสช.ไม่ใช่ความเห็นที่เป็นอิสระว่าด้วยรัฐธรรมนูญที่ตัวผู้เล่นล้วนแต่คนหน้าเดิมๆ

มันก็เลยยุ่งอย่างที่เห็นๆกันอยู่ว่ากันถึงเรื่อง “อำนาจ” ในศูนย์กลาง อำนาจในปัจจุบันนั้นต้องยอมรับอยู่อย่างหนึ่งว่ามันยังซ้อนๆกันอยู่ คนที่ควรมีอำนาจเต็มๆกลับไม่ได้มีอำนาจเต็มๆอย่างที่ควรจะเป็น

ที่ว่าอย่างนี้ก็เพราะคนที่มีอำนาจ แต่ไม่มีฐานอำนาจเป็นของตัวเอง แต่คนที่ไม่ได้มีอำนาจอย่างเป็นทางการ แต่มีอำนาจที่แข็งแกร่งกว่า

ไม่ว่าจะมาจากฐานกองทัพ ฐานตำรวจ ฐานพ่อค้าวาณิช

เมื่อคนที่มีอำนาจแต่ “ขาลอย” การจะทำอะไรต่อมิอะไรมันก็ไม่ได้อย่างใจ ไม่ได้อย่างที่ต้องการก็เลยเกิดปัญหาขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

จะจริงใจ เก่งกาจ สามารถแค่ไหนก็แค่นั้น

ความจริงใจข้อนี้ปรากฏออกมาด้วยข้อจำกัดที่ทำให้ไม่สามารถทำอะไร อย่างที่ต้องการได้ แทบจะพูดได้ว่าติดขัดไปหมด

นี่เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริงๆ

และที่ยุ่งๆอยู่เรื่องหนึ่งก็คือ ปัญหาในแวดวงสีกากีที่เริ่มมาตั้งแต่ต้นเมื่อมีความเห็นต่างตั้งแต่การแต่งตั้งผู้นำตำรวจคนใหม่

คนมีอำนาจเห็นว่าควรจะให้ผู้อาวุโสสูงสุดดำรงตำแหน่งนี้

แต่อีกคนเห็นต่างว่าควรจะให้อีกคนหนึ่งเป็นเบอร์หนึ่ง

สุดท้ายก็เลยเป็นการพิสูจน์ว่าใครมีอำนาจตัวจริงเสียงจริง เพราะสามารถที่จะผลักดันบุคคลที่สนับสนุนก้าวไปสู่ตำแหน่งสูงสุดได้

ล่าสุดมีข่าวล่ามาเร็วทำนองว่าผู้นำทหารได้ยื่นบัญชีรายชื่อให้มีการโยกย้ายนายตำรวจระดับผู้บัญชาการ 4 นาย เพื่อให้ผู้มีอำนาจอย่างเป็นทางการพิจารณา

เหตุผลก็เพราะไม่สนองนโยบายการทำประชามติ ยังไม่รู้ว่าหวยจะออกมาอย่างไร แต่ดูท่าแล้วว่าคงยากที่จะปฏิเสธ

แม้เหตุผลจะดีแต่ความจริงในอำนาจมันได้รับการพิสูจน์อีกครั้ง!!!

“ลิขิต จงสกุล”

7 พ.ค. 2559 08:47 7 พ.ค. 2559 08:47 ไทยรัฐ