วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กตู่' เมินสื่อชงเลิกประกาศ คสช. ย้ำปฏิรูป 2 ปี ไม่จบ ต้อง 20 ปี

"ประยุทธ์" แจง Thailand 4.0 พัฒนาทั้งภาคเกษตร-อุตฯ โวกองทุนออมฯ มีแล้วเหยียบพันล้าน แขวะ รบ.ก่อนชะลอจน ปชช.เสียประโยชน์ ปัดรัฐถังแตก แค่พร่องไปนิดหน่อย ย้ำปฏิรูป 2 ปีไม่เสร็จ ต้องวางแผน 20 ปี สร้างไทยมั่นคง เมินข้อเสนอสื่อเลิกประกาศ คสช. เหตุให้เสรีภาพเต็มที่อยู่แล้ว ฮึ่มถ้าเอาเรื่องปิดได้ทุกช่อง-ทุกเล่ม วอนแรงงานต้องอดทน ขอค่าแรงขึ้นกระทบหลายเรื่อง สุดท้ายคนไทยจะตกงาน

เมื่อวันที่ 6 พ.ค.59 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ออกอากาศทางโทรทัศน์เฉพาะกิจแห่งประเทศไทย โดยมี น.ส.เขมสรณ์ หนูขาว ผู้ประกาศข่าวจากสถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี เป็นผู้ดำเนินรายการ ในช่วงต้นมีการพูดถึงมาตรการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ในส่วนการแก้ปัญหาแฟลตดินแดง โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในช่วงแรกมีข้อขัดแย้งกันมากพอสมควร รัฐบาลก็ใช้ความอดทนในการสร้างความเข้าใจขอขอบคุณชาวแฟลตดินแดง ชุมชนดินแดง ที่ส่วนใหญ่ยอมรับให้ทำโครงการปรับปรุงพื้นที่ปรับภูมิทัศน์ ปรับสิ่งแวดล้อม ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยเดิมให้ดีขึ้น เพราะคับแคบแล้วก็ทรุดโทรมมีโอกาสที่จะพัง มีแผนดำเนินการ 8 ปี 2559 - 2567 ทั้งรื้อถอน ก่อสร้าง เคลื่อนย้าย เริ่มก่อสร้างโครงการแรกในเดือน ส.ค.นี้ใช้เวลาก่อสร้างประมาณสัก 18 เดือน รวมแล้วจะมีผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ประมาณสัก 30,000 คน

ในส่วนของการแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอย นายกฯ กล่าวว่า ในระยะแรกเราจะเร่งกำจัดขยะมูลฝอยที่ตกค้าง มีการสะสมแล้ว 20 ล้านตัน จากทั้งหมด 30 ล้านตัน กำหนดพื้นที่รวบรวมของเสียอันตราย 83 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการถูกหลักวิชาการ กำจัดแล้ว 174 ตัน ทั้งหมดมี 250 ตัน ต่อไปก็ใช้รูปแบบศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยรวม เป็นคลัสเตอร์ในแต่ละจังหวัดเพื่อช่วยจัดการขยะที่เพิ่มขึ้นอีก 2.18 ล้านตัน ส่วนระยะต่อไปจะทำเป็นแผนแม่บทบริหารจัดการขยะมูลฝอยของประเทศ ตั้งแต่ปี 2559 - 2564 เป้าหมายคือจัดการขยะชุมชนให้ถูกต้องมากกว่าร้อยละ 75 ภายในปี 2564 เพราะสะสมมานาน แล้วก็เร่งกำจัดขยะตกค้างที่เหลือทั้งหมดภายในปี 2562 แล้วก็องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สามารถคัดแยกขยะของเสียอันตราย ตั้งแต่ต้นทางมากกว่าร้อยละ 50 ภายในปี 2564 เมื่อบริหารจัดการขยะได้แล้วก็ต้องมาดูว่าทำอย่างไรขยะเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อไปสำหรับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของพี่น้องประชาชน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า โลกวันนี้เขาใช้คำว่า Connectivity ความเชื่อมโยง ความเป็นเศรษฐกิจเดียวแล้วก็การอุตสาหกรรมที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เหล่านี้เป็นหลักการในการนำร่องในการพัฒนาประเทศการปรับประเทศให้เป็น Thailand 4.0 ก็คือการที่เราจะมีทั้งเกษตรอุตสาหกรรม ทั้งอุตสาหกรรมต่างๆ ที่จะส่งเสริมให้ประเทศเราเข้มแข็งขึ้น มีรายได้มากขึ้น จำเป็นต้องขยับทุกอย่าง แต่ปัญหาของเราคือ เรามีเกษตรกรจำนวนมาก ที่แต่ละคนอดทนทำมาโดยตลอด ถึงขาดทุนก็ทำ ก็มาดูว่าอันไหนมีศักยภาพก็ส่งเสริม นำไปสู่การสร้างนวัตกรรมการใช้เครื่องจักรเพิ่มมูลค่า แล้วก็ต้องเตรียมรับอนาคตสังคมผู้สูงอายุ ปัญหาจากภัยแล้งอีก นำทุกมิติมาดู

"Thailand 4.0 ก็ต้องทำหลายอย่างด้วยกัน ทั้งเกษตร เกษตรอุตสาหกรรม ทั้งการใช้เครื่องจักร เครื่องจักรเบา เครื่องจักรหนัก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย ที่ผ่านมาช่วง 3.0 เราพัฒนาอย่างมากเลยนะ 10-20 ปีที่ผ่านมา เรามีการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ มีการลงทุนจากต่างประเทศมากมาย วันนี้ก็ต้องมาดูว่า ที่ผ่านมามีผลเสียอะไรบ้างเกี่ยวกับเรื่องสังคม สิ่งแวดล้อม เราก็ต้องมาดูใหม่ว่า 4.0 เราจะทำอย่างไร" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้เรามีสตาร์ตอัพตั้งหลายร้อยกิจการ แต่สิ่งที่ต้องเดินหน้าไปด้วยก็คือการสร้างความมั่นคง ความมีเสถียรภาพทางการเมือง ความมั่นคงในทุกมิติ พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ควบคู่ไปด้วย ทั้งยังมีการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การค้าในภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นสินค้าโอทอป สินค้าชุมชน สินค้า SMEs เหล่านี้ ต้องทั้งพัฒนา และประชาสัมพันธ์ สร้างเครือข่ายทางธุรกิจให้ได้ เพื่อจะสร้างรายได้ให้ประชาชนฐานรากในท้องถิ่น ซึ่งเป็นรากแก้วจริงๆ ถ้าเศรษฐกิจภายในเจริญเติบโตขึ้น ภายนอกก็ย่อมเข้มแข็งตามไป ประเทศเราก็มีรายได้จากการส่งออกมากขึ้นในสินค้าที่แข่งขันเขาได้รูปแบบใหม่ๆ เป็นนวัตกรรม ทั้งนี้เครือข่ายบิซคลับจะประกอบไปด้วยนักธุรกิจองค์กรต่างๆ สถาบันการเงินตัวแทนมหาวิทยาลัยร่วมมือกันทำงานสร้างเครือข่ายทางธุรกิจแยกออกเป็น 5 ประเภท คือ กลุ่มสินค้า OTOP และวิสาหกิจชุมชน กลุ่มค้าส่ง-ค้าปลีก กลุ่มผู้ผลิตและตัวแทนจำหน่าย กลุ่มบริการท่องเที่ยวและโรงแรมที่พัก ซึ่งตอนนี้มีปัญหาเยอะมาก ก็ต้องรื้อทุกอัน และกลุ่มสุดท้ายคือ บริการที่เกี่ยวกับสุขภาพ

"วันนี้เรามีศูนย์เครือข่ายธุรกิจบิซคลับที่ว่า มีสมาชิกรวมทั้งสิ้น 8,187 ราย ครอบคลุมเครือข่ายธุรกิจใน 77 จังหวัดในปัจจุบัน" นายกฯ ระบุ

พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้กล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินโครงการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ด้วยว่าจริงๆ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนการออมแห่งชาติ ก็มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2554 แล้ว แต่ที่ผ่านมามีกาสรชะลอไม่ดำเนินการตามกฎหมายประชาชนกว่า 25 ล้านคน ที่อยู่ในเงื่อนไขของกองทุนนี่มีสิทธิเป็นสมาชิกกองทุนเหล่านี้ ไม่สามารถใช้สิทธิของตนตามกฎหมายได้แล้วรัฐบาลนี้ก็ผลักดันจนสำเร็จ เปิดรับสมัครสมาชิกตั้งแต่วันที่ 20 ส.ค.58 ถึงปัจจุบัน มียอดสมาชิกรวม 417,460 คน ยอดเงินสะสม 641,289,996 บาท ยอดสมทบโดยรัฐบาล 316,812,524 บาท รวมเงินกองทุน 958,102,520 บาท สะท้อนว่าหากมีการทำตามกฎหมาย ก็มีเงินอย่างนี้มาตั้งนานแล้ว เมื่อไม่ทำก็มาเรียกร้องให้รัฐอุดหนุนตลอดเวลา ซึ่งรัฐเองก็ไม่ไหวอาจไม่ถึงกับถังแตก เพียงแต่ว่าพร่องๆ ไป ก็ต้องหาทางหามาเติมให้ได้ส่วนปริมาณการเข้าร่วมกองทุนแบ่งตามภูมิภาค พบว่า ภาคอีสาน สูงสุด ร้อยละ 51.2 ภาคกลาง ร้อยละ 19.7 ภาคเหนือ ร้อยละ 10.2 หากแบ่งตามอาชีพพบว่า อาชีพเกษตรกรมากที่สุด ร้อยละ 68.8 ตรงนี้ก็สะท้อนว่าแต่ละภูมิภาค แต่ละอาชีพ รายได้ความเจริญแตกต่างกัน สำหรับความคืบหน้าในการปฏิรูปประเทศ

หัวหน้า คสช.ระบุว่า การปฏิรูป 31 วาระ 37 เรื่อง และกิจกรรมอีกเยอะแยะไปหมด ถึงต้องมีมีระยะที่ 1 2 3 4 5 คือเหตุผลที่จะต้องมีแผนปฏิรูป 5 ปี 4 แผน มีแผนสภาพัฒน์อีก 4 แผนให้สอดคล้องกันทั้งหมดร่วมกันเป็นยุทธศาสตร์ 20 ปีข้างหน้า ให้ประเทศไทยมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน อันไหนที่จะเริ่มต้นได้เราก็จะเริ่มต้นในช่วงนี้ถึงปี 2560 ให้ได้ อย่างน้อยก็เป็นแนวทางนำร่องเป็นแบบอย่าง อะไรแก้จบได้ก็จบไปเลยอันไหนจบไม่ได้ก็ไปต่อระยะหน้า ตอนนี้ก็ปฏิรูประยะที่ 1 ตั้งแต่ พ.ค.57 แก้ไขความขัดแย้งจัดระเบียบบ้านเมืองให้ทุกคนมาอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ก็ถือว่าบ้านเมืองสงบพอสมควร มีเฉพาะในสื่อในโซเชียลเท่านั้น กับคนบางคนที่ออกมาพูดจาทำให้บ้านเมืองเสียหาย ก็ฝากผู้ที่รับผิดชอบด้านนี้ดูแลกันด้วย

"วันนี้ทุกคนคาดหวังว่าจะให้ปฏิรูปให้เสร็จภายในปี 2 ปี ไม่มีทางเสร็จหรอก หลายประเทศเขาเป็นร้อยปียังไม่เสร็จเลย ประเทศไทยยังไม่เริ่มปฏิรูปสักที มาเริ่มปฏิรูปตั้งแต่ปี 57 ที่ผ่านมานี่แหละ แล้วท่านจะหยุดเหรอ ท่านจะไม่ให้ประเทศมันเดินหน้าไปแล้วกลับไปสู่ความขัดแย้งแบบเดิมๆ ประเทศชาติที่ว่าดีๆ จริงๆ มันไม่ได้ดีหรอก มันกลวง มันกลวงข้างใน เพราะฐานมันไม่แน่นไง จิตใจคนมันก็แหลกสลาย" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ในส่วนของข้อเสนอ ของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ที่เรียกร้องให้ คสช.ยกเลิกคำสั่งบางฉบับที่มีเนื้อหาปิดกั้นเสรีภาพสื่อมวลชน เนื่องในวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก วันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา หัวหน้า คสช.กล่าวว่า รับทุกอัน ไม่อยากให้ทุกคนไปมองว่าสิทธิเสรีภาพ ประชาธิปไตย วันนี้ไม่ให้เสรีภาพประชาชนตรงไหน ท่องเที่ยวจะไปไหนก็ไป เว้นแต่คนที่ทำความผิด คนที่มีคดีความ มันก็ต้องพิจารณาดูบ้างใช่ไหม ต้องระมัดระวังไม่ให้มันบานปลาย ก็มีข้อยกเว้นสำหรับบางคนหรือสื่อบางอัน ถ้าขอร้องไม่ได้มันก็ต้องมีการบังคับใช้ แต่ไม่ได้ไปจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อ ทุกวันนี้โครมครามกันอยู่นี่ ห้ามตรงไหน ถ้าห้ามก็วันนี้แทบทุกอัน ทุกช่องทุกเล่มปิดได้หมด

"ถือว่าผมอดทนมากแล้วนะที่ผมอธิบายไป ขอร้องไปไม่รู้กี่ครั้งแล้ว แต่เขาก็ขอผมเรื่องเสรีภาพสื่อ ผมก็บอกว่าเสรีภาพวันนี้ผมให้ทุกอย่างแล้ว เพียงแต่เขาเขียนคำสั่งไว้ ท่านก็อย่าทำความผิด แล้วผิดเรื่องอะไร บิดเบือนไม่ได้ตรงกับข้อเท็จจริงเป็นสื่อเลือกข้าง ก็แค่นี้ไม่รู้หรอว่าความหมายมันคืออะไร ก็ถ้าไม่ทำแล้ว ผมจะไปคุมเขาทำไม ผมก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน ผมก็มีจิตใจเหมือนกัน และก็มีทั้งอดทน อดทนอย่างที่สุดมาแล้ว บางอย่างก็ต้องขอร้อง บางอย่างก็บังคับด้วยกฎหมาย" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พิธีกรถามถึงเรื่องของความขัดแย้งทางการเมืองที่เรื้อรังมานาน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนต้องเอาตัวตนหลุดออกมาก่อน ไม่ว่าจะทหาร หรือข้าราชการ ต้องดึงตัวเองออกมาว่าเรายังอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งในวันนี้ ที่ผ่านมามันขัดแย้งกันอยู่แล้ว เราก็เป็นเครื่องมืออยู่ตรงกลางซึ่งมันก็ทั้งสั่งผิดสั่งถูกกันมา วันนี้เราต้องหยุดตรงนั้นไว้แล้ววันนี้มาถอยตัวเองออกมามองว่าแต่ละฝ่ายแต่ละข้างเขาทำอะไรกัน อันไหนถูกอันไหนผิด ก็ทำหน้าที่ของตัวเองตามความรับผิดชอบ ตามความเข้าใจของตัวเอง ตามกฎหมายที่มีอยู่ วันนี้หลายอย่างทำไม่ได้ เพราะขาดความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน ประชาชนก็ไม่ไว้ใจรัฐ ไม่ไว้ใจข้าราชการ บางคนยังไม่ไว้ใจตนเลย ก็ไม่รู้จะพูดยังไง

"ผมไม่ได้ใช้มาตรา 44 ไปกำจัดผู้ที่ขัดแย้ง เพราะไม่ได้ไปขัดแย้งกับใคร เขาขัดแย้งกฎหมายมันต้องทำกฎหมายให้เป็นกฎหมาย ที่ผ่านมาไม่ได้ทำ ปล่อยปละละเลยกัน นำไปสู่การทุจริตผิดกฎหมาย นำไปสู่การเอื้อประโยชน์ การคอร์รัปชัน ดึงคดีโน้นคดีนี้ เสียเบี้ยบ้ายรายทาง ผมไม่มองใครเป็นศัตรูกฎหมายเป็นผู้ดำเนินการทั้งสิ้น มันก็มีกลไกทางกฎหมายทั้งนั้น ถ้ามันเดินไปมากๆ ขัดแย้งกัน ทำยังไงก็ตีกันอีก แล้วผมจะทำไงได้ ก็ไม่มีประโยชน์เข้ามา 2-3 ปีจบหมด กลับไปที่เดิม" นายกฯ กล่าว

ส่วนข้อเรียกร้องของผู้ใช้แรงงานในวันแรงงานแห่งชาติ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา นายกฯ กล่าวว่า ปีนี้ผู้ใช้แรงงานยื่นมา 15 ข้อ ปีที่แล้วก็ 15 ข้อ คล้ายๆ กัน หลายอันก็เรื่องเกี่ยวกับประกันสังคม ซึ่งหลายอย่างเราก็ทำไปแล้ว อันไหนที่ยังทำไม่สำเร็จก็ทำให้สำเร็จ มีอยู่อันเดียวเท่านั้นแหละก็คือค่าแรง แต่ถ้าสมมติเราขึ้นค่าแรงมากๆ การลงทุนก็จะลดลงในช่วงนี้ เพราะว่าการแข่งขันเรื่องต้นทุนการผลิตวันนี้ถ้าค่าแรงเราสูง เทคโนโลยีเรายังไม่ทันสมัย คนของเราก็ยังไม่พร้อมการศึกษายังผลิตคนไม่ตรงกับความต้องการ และแรงงานเหล่านี้ก็จะมาจากแรงงานต่างประเทศ แรงงานเพื่อนบ้านคนไทยเราจะไม่มีงานทำ อยากจะให้รับทราบว่ารัฐบาลก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ หลายอย่างก็ให้คณะกรรมการคุยกันอยู่แล้วว่าทำยังไง ควรจะทำแค่ไหน ขอให้ฟังเหตุผลกันบ้าง

"ผมก็เข้าใจที่เขาบอกว่าอดทนมาเยอะแล้ว วันนี้เขาไปมองเรื่องของค่าครองชีพมันสูงขึ้น ก็ลองไปมองดูตัวเองว่าใช้จ่ายกันยังไงบ้าง วันละ 300 ดูซิจะประหยัดลงอีกได้ไหม อะไรที่เขามาบอกว่าต้องเท่าเทียม เป็นธรรม ผมพยายามช่วยเขาอยู่หลายอย่าง ผมก็สนับสนุนให้มีการสร้างโครงสร้างพื้นฐานสนับสนุน ในเรื่องของการก่อสร้างอะไรต่างๆ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการจ้างแรงงานทั้งสิ้น" นายกฯ กล่าว.

"ประยุทธ์" แจง Thailand 4.0 พัฒนาทั้งภาคเกษตร-อุตฯ โวกองทุนออมฯ มีแล้วเหยียบพันล้าน แขวะ รบ.ก่อนชะลอจน ปชช.เสียประโยชน์ ปัดรัฐถังแตก แค่พร่องไปนิดหน่อย ย้ำปฏิรูป 2 ปีไม่เสร็จ ต้องวางแผน 20 ปี สร้างไทยมั่นคง 6 พ.ค. 2559 19:17 6 พ.ค. 2559 21:18 ไทยรัฐ