วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลองของแรง รีวิว BMW 330i M-SPORT

ยอดขาย 12 ล้านคันของ Series-3 คือตัวเลขที่ทำให้ BMW Group เติบโตอย่างต่อเนื่อง รถสปอร์ตคูเป้-ซีดาน รุ่น Series-3 ได้รับการตอบรับจากลูกค้าทั่วโลกจากสมรรถนะ และความคล่องแคล่วปราดเปรียว ทำให้ New 3-Series ในลำดับที่ 6 ของ BMW กลายเป็นรถที่ถูกคาดหวังจากผู้บริหารเอาไว้สูงลิบ สำหรับ Series-3 F30 เปิดผ้าคลุมไปเมื่อช่วงต้นปี 2012 ภายในงาน Detroit Motor Show และได้รับเสียงตอบรับที่ดีมากจากแฟนคลับ และลูกค้าเก่าของ BMW ด้วยรูปลักษณ์ใหม่หมดจดทั้งคัน โดยมีส่วนผสมที่งดงามซึ่งเป็น DNA ของ Series-5 รหัส F10 อยู่แทบจะทุกจุด 3-Series ของ BMW คือยนตรกรรมคูเป้-ซีดานขนาดเล็กที่ทำรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำให้กับค่าย BMW Group และ F30 ก็คือวิวัฒนาการของสายพันธุ์รถ Series-3 ที่เดินทางมาถึงรุ่นที่ 6 หลังจากผ่านช่วงเวลาแห่งการบ่มเพาะมานานกว่า 40 ปี จากรุ่นแรกสุดในรหัส E21 มาถึงสายพันธุ์รถสปอร์ตอย่าง E30 และการเพิ่มเติมความหรูหราของอุปกรณ์ในรุ่น E36 รูปทรงที่ทันสมัยขึ้นในรุ่น E46 และความเป็น Dynamic ในรุ่น E90 จนกระทั่งกาลเวลาเดินทางมาถึงในรุ่นปัจจุบันที่กำลังทำตลาดอยู่ในกลุ่มรถยุโรปไซส์เล็กแบบสี่ประตูเกรดพรีเมียม บนรหัสตัวถังใหม่ที่ถูกเรียกว่า F30 นับเป็นเรื่องที่มีความยากลำบาก สำหรับการปฏิบัติงานของเหล่าบรรดาวิศวกร และนักออกแบบจากบริษัท BMW ซึ่งต้องรับงานหนักในโครงการปั้นรถ Series-3 ตัวใหม่ ในขณะที่ Series-3 รุ่นเก่านั้นทำออกมาได้ดีมากอยู่แล้ว พวกวิศวกรเยอรมันรู้ดีว่าจะต้องทำอย่างไรให้รถรุ่นใหม่มีการขับขี่ที่ยังคงยึดโยงกับความเป็นไดนามิกที่ต้องผสมผสานจิตวิญญาณของรถยนต์จาก BMW ท่ามกลางระบบอิเล็กทรอนิกส์รกรุงรังมากที่สุดเท่าที่เคยยัดใส่ใน 3-Series

BMW Series-3 E21 1975-1983
หน้าฉลามคือชื่อที่ใช้เรียก BMW E21 เจ้านี่คือต้นตระกูลของ 3-Series ที่ลืมตาออกมาดูโลกต่อจาก BMW 2002 คันเล็ก ดีไซน์ของ Series-3 ในรุ่นแรกสุดรหัส E21 นั้น มุ่งเน้นไปที่เรือนร่างอันเล็กกะทัดรัดปราดเปรียวในรูปแบบสปอร์ตคูเป้ 2 ประตู 4 ที่นั่ง เจ้าหน้าฉลาม E21 มีจุดเด่นที่กระจกมองข้างอัลลอยด์ฝั่งคนขับ กันชนเหล็กชุบโครเมี่ยมเงาวาว และสมรรถนะของการขับขี่ที่ไม่เป็นรองคู่แข่ง เมื่อเปรียบเทียบกันแบบหมัดต่อหมัดกับรถเล็กขับหลังในยุคนั้น เครื่องยนต์มีให้เลือกมากมายหลายรุ่น เช่น 316 / 318 / 320 / 323 ผลิตออกมาในปี 1975-1983 จำนวน 1,364,039 คัน

BMW Series-3 E30 1982-1994
รุ่นที่ 2 ของ 3-Series รหัส E30 มีตัวถังให้เลือกทั้ง 2 และ 4 ประตู รวมถึงแบบเปิดหลังคาในรุ่น Convertible กับ Station Wagon 5 ประตู แปะท้ายด้วยคำว่า Touring อุปกรณ์ภายในถูกปรับให้มีรูปแบบที่ทันสมัยขึ้น แต่ยังคงขนาดของตัวถังให้กะทัดรัดเหมือนเดิม เพื่อสมรรถนะและประสิทธิภาพของการใช้งาน เครื่องยนต์มีทั้งแบบแถวเรียง 4 สูบในรุ่น 316 / 318i / 320i และเครื่องยนต์แถวเรียง 6 สูบ ในรุ่น 323i-325i ตัวแรงประจำรุ่น ซึ่งใช้รหัส M3 นับเป็นครั้งแรกของโมเดล Series-3 ที่มีระบบตรวจสอบระยะเวลาเพื่อเข้ารับการเซอร์วิส พร้อมกันนั้นช่างในแผนกมอเตอร์สปอร์ตของ BMW ได้ให้กำเนิดรถสปอร์ตพลังสูงตัวแรงประจำรุ่น โดยใช้รหัส M3 ในห้วงเวลาต่อมา รถ M3 ได้สร้างชื่อเสียงโด่งดังในวงการมอเตอร์สปอร์ต ด้วยการคว้าชัยชนะในสนามแข่งขันนับครั้งไม่ถ้วน BMW Series-3 E30 ผลิตขึ้นในปี 1982-1994 ในจำนวนทั้งสิ้น 2,339,251 คัน จากความนิยมในเรือนร่างและประสิทธิภาพ ทำให้ M3 E30 กลายเป็นรถที่นักสะสมรถเก่าในปัจจุบันตามหาอีกด้วย

BMW Series-3 E36 1990-2000
BMW 3-Series E36 รุ่นหน้านกแก้วนั้นใหญ่ขึ้น สวยขึ้น และเริ่มเต็มไปด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกประดังเข้ามา ทั้งระบบควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ เกียร์ และระบบตรวจสอบความผิดปกติของเครื่องยนต์ นี่คือ Series-3 รหัส E36 หรือที่นักเลงรถในเมืองไทยเรียกกันติดปากว่ารุ่นนกแก้ว เจ้า E36 มาพร้อมกับทรวดทรงของตัวถังที่โตขึ้นในทุกมิติ และมีรูปแบบของตัวถังให้เลือกมากมายคล้ายกับรุ่น E30 เครื่องยนต์หลากหลายขนาดความจุ ทั้งแบบ 4 และ 6 กระบอกสูบ ตั้งแต่รุ่น 316i -318i ไปจนถึง 328i ส่วนรุ่นแรงสุดรหัส M3 E36 มีทั้งแบบ 2 ประตูคูเป้ แบบเปิดประทุนหลังคาผ้าใบ และแบบซีดาน 4 ประตู รถ BMW Series-3 E36 เริ่มออกขายในปี 1990-2000 โดยมีการผลิตออกมาทั้งสิ้นรวม 2,745,773 คัน

BMW Series-3 E46 1998 -2006
รูปลักษณ์ที่เคยเป็นเหลี่ยมมุมในรุ่นที่แล้ว ถูกขัดเกลาให้มีความโค้งมนมากยิ่งในสำหรับ Series-3 โมเดลที่ 4 รหัส E46 พร้อมด้วยการประดังเทคโนโลยีพวกระบบช่วยการทรงตัว ช่วงล่างปีกนกอัลลอยด์ ส่งถ่ายสัมผัสของการยึดเกาะได้เป็นอย่างดี พวงมาลัยติดตั้งสวิตช์มัลติฟังก์ชั่น กับจอคอมมาน ส่วนตัวถังที่มีให้เลือกยังคงเหมือนกับ E36 ทั้งแบบ 2 ประตูหลังคาแข็ง และหลังคาผ้าใบเปิดประทุน แบบ 4-5 ประตู เครื่องยนต์เริ่มจากรุ่น 318i 4 สูบ 115 แรงม้า ไปจนถึง 330i 6 สูบ 218 แรงม้า ในยุโรปและอเมริกามีเครื่องยนต์ดีเซลให้เลือกใช้อีกด้วย นับเป็นครั้งแรกของรถซีดานในตระกูล Series-3 ที่วางเครื่องยนต์ดีเซล รุ่นแรงสุดรหัส M3 E46 ยังมีรุ่นแยกย่อยพิเศษตามระดับของความแรงเช่น M3 CS-M3 CSL สปอร์ตน้ำหนักเบาพลังสูงที่มีกำลังมากถึง 350 แรงม้าจากโรงงาน รถ Series-3 E46 คันแรกออกสู่ท้องถนนในปี 1998 จนถึงปี 2006 จำนวนรถที่ถูกผลิตออกมาทั้งหมดรวม 2,745,773 คัน

BMW Series-3 E90 2005-2011
Series-3 E90 ถือกำเนิดขึ้นในปี 2005 จากปลายปากกาของผู้อำนวยการแผนกออกแบบที่ชื่อ Chris Bangle ซึ่งเข้ามาปรับเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ๆ ให้กับ BMW Group จนค่ายรถอื่นๆ นำไปลอกเลียนแบบในเวลาต่อมา สัดส่วนด้านบั้นท้ายที่ไม่ค่อยลงตัว ทำให้มันได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ค่อนข้างมากจากลูกค้าเก่าแก่ แต่หลังจากรุ่น E90 Minor Change ซึ่งคลอดตามออกมาสำหรับกระตุ้นตลาด ทำให้ส่วนท้ายของรถรุ่นนี้ดูลงตัวขึ้นจากการปรับแก้ไฟท้ายใหม่หมด รถ Series-3 E90 มีรูปแบบตัวถังให้เลือกมากมายตามความต้องการของลูกค้า และวัตถุประสงค์ของการใช้งานที่หลากหลาย เครื่องยนต์มีให้เลือกตั้งแต่เล็กสุดเริ่มจาก 318i ไปจนถึง 330i และมีเครื่องยนต์ดีเซลเสริมเข้ามาในรุ่น 320d - 325d 330d ส่วนรหัสร้อนในรุ่น M3 E90 ถือเป็นการกลับเข้ามาอีกครั้งสำหรับโมเดล M3 4 ประตู เครื่องยนต์ของ M3 E90 4 ประตู /E92 2 ประตูคูเป้ /E93 เปิดประทุนหลังคาโลหะพับเก็บได้ เป็นเครื่องแบบ V8 414 แรงม้า ตามด้วย M3 รุ่นพิเศษอีกหลายรุ่นที่มีราคาทะลุไปถึงหลัก 1 แสนปอนด์ รถ Series-3 E90 คันแรกวางจำหน่ายในปี 2005 จนถึงช่วงกลางปี 2011 ก่อนที่จะยุติสายการผลิต จากจำนวนการประกอบทั้งสิ้น 2,623,966 คัน แสดงให้เห็นถึงความนิยมชมชอบบนตัวรถรุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี

BMW Series-3 F30 330i M-Sport
Adrian Van Hooydonk ลูกน้องคนเก่งของ Chris Bangle ปรมาจารย์เอกด้านการออกแบบของ BMW Group ซึ่งต่อมาลาออกไปประกอบกิจการไวน์ที่สหรัฐอเมริกา Van Hooydonk ได้ทำการปรับเปลี่ยนเส้นสายของ New Series-3 รหัส F30 ให้มีความลงตัวมากยิ่งขึ้น โดยนำเอาดีไซน์ของ Series-5 รหัส F10 มาปรุงแต่งย่อสัดส่วนให้มีความลงตัวและเหมาะสมกับการเป็นโมเดลขายดีในตระกูล Series-3 ด้านหน้าของ 330i M-Sport วางกระจังหน้าไตคู่ขนาดใหญ่ แนวของเสาหน้าที่เรียวบาง เส้นข้างลำตัวลื่นไหลไปจนถึงแนวของไฟท้ายที่คล้ายกับ Series-5 รุ่น F10 ย่อส่วน ตัวรถนั้นมีความยาวมากกว่า Series-3 รุ่น E90 อยู่ถึง 93 มิลลิเมตร ไฟหน้า BMW LED มีขนาดที่เรียวเล็กเชื่อมโยงกับกระจังหน้าไตคู่ เอกลักษณ์ของไฟหน้าจากค่าย BMW สังเกตุได้จากไฟหรี่กลางวันหลอด LED หรือ LED Daytime Running Light สปอยเลอร์หน้าของ M ขนาดใหญ่ห่อหุ้มส่วนหน้าทั้งหมด ช่องรับอากาศของสปอยเลอร์ M มีการเหนี่ยวนำเอาอากาศเข้าไประบายความร้อนให้กับห้องเครื่องยนต์และนำเอาอากาศบางส่วนไประบายความร้อนให้กับชุดเบรกหน้า ชุดสปอยเลอร์หน้าของ 330i M-Sport ยังติดตั้งไฟตัดหมอกทรงกลม วางตัวอยู่บนชิ้นงานพลาสติกแบบตะแกรงรังผึ้งสีดำเพื่อเน้นความเข้มข้นด้านมุมมอง กระจังหน้าโครเมี่ยมขนาดใหญ่สัญลักษณ์ไตคู่ที่คุ้นเคยของพวกบีมเมอร์ มีดีไซน์ที่สอดรับกับชุดไฟหน้าได้อย่างลงตัว

ทรงด้านข้างของ BMW 330i M-Sport ถึงแม้จะยาวกว่า E90 ถึง 93 มิลลิเมตร แต่ให้มุมมองที่ปราดเปรียวเพรียวลมมากกว่า จากแนวของเสาหน้าที่บางเฉียบไล่เรียงไปจนถึงเสาท้ายที่มีขนาดเล็กลงมากเมื่อเทียบกับเสาท้ายของ Series-3 E90 ฐานล้อด้านหน้าและด้านหลังถูกขยายความยาวขึ้นอีก 50 มิลลิเมตร โดยมีเส้นนำสายตาคาดจากซุ้มโป่งของล้อหน้าไล่ไปจนจดกับไฟท้าย ฝากระโปรงหน้า บานประตู และฝาท้ายผลิตขึ้นจากอะลูมินัมอัลลอยด์เพื่อการลดทอนน้ำหนักที่ดี ทำให้ BMW 330i F30 เบากว่า 330i E90 อยู่ประมาณ 70 กิโลกรัม รถคันทดสอบใส่ล้ออัลลอยด์ลาย 5 ก้านขนาด 18" Alloy Wheels M Double-spoke 397 ห่อหุ้มด้วยยางสปอร์ตแบบรันแฟลตคุณภาพสูงของ Pirelli รุ่น Cinturato ล้อหน้ายัดยางไซส์ 225/40 R 18 95Y ส่วนล้อหลังซึ่งเป็นล้อขับเคลื่อนใส่ยางที่โตขึ้นมาอีกเล็กน้อยด้วยยางขนาด 255/40R18 95Y ล้อ M Double-spoke 397 จาก M-Technic สีเทาล้างทำความสะอาดได้ง่าย และมีความงดงามในรูปแบบของล้อขอบ 19 นิ้ว จากรถ M3 เพียงแต่มีขนาดย่อมลงมาเล็กน้อย

สัดส่วนบั้นท้ายหล่อเหลาเอาเรื่อง แม้จะลืมตาออกมาดูโลกนานถึง 4 ปีแล้ว บั้นท้ายของ Series-3 F30 ก็ยังดูดีด้วยไฟท้ายทรงเดียวกับ Series-5 F10 แต่มีขนาดที่เล็กกว่า ไฟท้ายใช้หลอดไฟ LED เพื่อความคมชัดและยืดอายุการใช้งาน ฝาท้ายเน้นทรงเหลี่ยมเพื่อให้เข้ากับดีไซน์ของไฟท้าย สัดส่วนพื้นที่ในการเก็บสัมภาระที่ฝากระโปรงท้ายมีขนาดเพิ่มขึ้น วิศวกรของ BMW วางระบบเปิดฝาท้ายแบบใหม่ด้วยการสอดขาไปที่ใต้ท้องรถ ในส่วนบริเวณกึ่งกลางของฝาท้าย เพิ่มเติมความสะดวกสบาย หากเจ้าของรถถือสิ่งของโดยไม่ต้องวางลงแล้วใช้มือเปิด (เซ็นเซอร์เปิดฝาท้าย จะทำงานเมื่อมีกุญแจรีโมทอยู่ใกล้ๆ เท่านั้น) ระบบเซ็นเซอร์ควบคุมการเปิดฝากระโปรงท้ายแบบอัตโนมัติ โดยไม่ต้องใช้มือเปิด เป็นระบบมาตรฐานที่ทำงานร่วมกันกับระบบ Comfort Access เพียงแค่ผู้ขับขี่ยืนอยู่ที่ด้านท้ายรถ พร้อมกับเตะเท้าไปข้างใต้กันชนหลังแล้วดึงออก ฝากระโปรงท้ายก็จะเปิดขึ้นมาได้เองโดยอัตโนมัติ ระบบนี้ทำงานผ่านเซ็นเซอร์ควบคุม สามารถจับระยะของเจ้าของรถที่ยืนอยู่ท้ายรถได้และตรวจจับการเคลื่อนไหวของเท้าเพื่อสั่งการปลดล็อกฝากระโปรงท้ายและเปิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัย ระบบเซ็นเซอร์จะทำงานก็ต่อเมื่อเจ้าของรถมีกุญแจอยู่กับตัวเอง เมื่อทำการเปิดฝากระโปรงโดยไม่ใช้มือดังที่กล่าวมานี้ ช่วยสร้างความมั่นใจ ในด้านความปลอดภัยให้แก่เจ้าของรถยนต์ เสาอากาศรูปทรงกระโดงปลาฉลามเอกลักษณ์ของ BMW ที่โดนลอกเลียนแบบกันให้เกลื่อนเป็นเสาอากาศของระบบโทรศัพท์และภาครับวิทยุ AM/FM ยังคงติดตั้งอยู่กึ่งกลางของกระจกบานหลังเหมือนเดิม ใกล้เคียงกับตำแหน่งของไฟเบรคดวงที่สามหลอด LED ซึ่งอยู่ต่ำลงมาเล็กน้อย สปอยเลอร์หลังจาก M มีแผ่นพลาสติกสะท้อนแสงสีแดง ติดไว้ยังบริเวณมุมชายล่างของสปอยเลอร์ทั้งสองฝั่ง ช่วยเพิ่มความปลอดภัยเมื่อต้องจอดรถในที่มืด

สิ่งที่ BMW Group พยายามยึดเหนี่ยวลูกค้าเก่าไม่ให้เปลี่ยนใจไปเลือกรถแบรนด์อื่น นอกเหนือไปจากการควบคุมที่ออกแนวสปอร์ตด้วยพลวัตของระบบรองรับ  และพละกำลังที่ได้รับจากเครื่องยนต์ TwinPower Turbo ผสานกับเกียร์ ZF 8HP50 แล้ว ห้องโดยสารอันสวยงามของ Series-3 F30 รุ่น 330i M-Sport ยังคงครองใจนักเลง BMW จากการออกแบบ และการตกแต่งตลอดจนการเลือกใช้วัสดุชั้นดีเพื่อมอบบรรยากาศแบบ BMW อันคุ้นเคย จากอดีตจวบจนปัจจุบัน Cockpit ของ 330i คืองาน Built-in สไตล์ BMW ที่แสดงออกถึงความโดดเด่นด้านการจัดวางอุปกรณ์และการเลือกใช้วัสดุขั้นสูงมาตกแต่งภายในโดยทำออกมาให้มีความแปลกแยกแตกต่างไปจากรถเยอรมนีคู่แข่ง ดีไซน์และการเลือกใช้โทนสีที่ให้มุมมองเป็นเอกเทศ ภายในของ F30 เวอร์ชั่น M-Sport มีความสมดุล และลงตัวสูงสุด โดยมีคนขับเป็นจุดศูนย์กลาง ทั้งในด้านความรู้สึกขณะควบคุม และการเชื่อมโยงกับตำแหน่งของการใช้อุปกรณ์ต่างๆ ที่ประดับประดาด้วยงานอันเข้มข้นของ M-Technic พวงมาลัย M ที่ปรับตั้งได้สี่ทิศทาง ครอบคลุมทุกสรีระของผู้ขับขี่ ปุ่ม สวิตช์ และจอมัลติฟังก์ชั่น 8 นิ้ว อยู่ในตำแหน่งที่มีความเหมาะสมสำหรับการใช้งาน และทำให้ห้องโดยสารของ F30 330i M- Sport ยังคงดูดีถึงแม้จะออกขายมานานถึง 4 ปีมันก็ยังดูทันสมัยน่าใช้งานเหมือนเดิม

ราคา 3,099,000 บาท ของ BMW 330i มีอุปกรณ์ของ M-Technic ตกแต่งอยู่หลายจุด นอกจากสปอยเลอร์หน้า-หลัง ล้อขอบ 18 นิ้ว และท่อระบายแบบแฝดแล้ว ภายในของ 330i ยังประกับประดาด้วยชิ้นงานตกแต่งของ M-Technic อีกหลายรายการ เช่น พวงมาลัย M พร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift กาบบันได M ภายในโทนสีดำสลับสีแดง เบาะหุ้มหนังแท้สีแดงโดยใช้เบาะคู่หน้าแบบไฟฟ้าปรับตั้งได้ครอบคลุมเรือนร่างของคนขับไม่ว่าจะสูงใหญ่อวบอ้วนเป็นหมีหรือเตี้ยม่อต้อก็สามารถปรับเบาะให้สอดรับกับรูปร่างได้อย่างลงตัว เบาะแบบสปอร์ตหุ้มหนังแท้สีแดงในรุ่นพิเศษนี้ยังส่งให้ภายในของ F30 รุ่น 330i M-Sport มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น เบาะคู่หน้าปรับตั้งด้วยไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำสองตำแหน่ง พนักพิงศีรษะมีขนาดใหญ่ขึ้น ช่วยลดอาการบาดเจ็บบริเวณต้นคอหากโดนชนท้าย โทนสีแดงแสบตาตัดกับหนังสีดำที่ใช้บุแผงประตู และชิ้นงานโลหะที่ใช้คาดกลางแดชบอร์ด BMW พยายามอย่างหนักในด้านการเน้นบรรยากาศของรถแข่งด้วยชิ้นงานอัลลอยด์สีเงินที่คาดกลางคอนโซล ห้องโดยสารของรุ่น M-Sport ไม่มีความปรานีกับมุมมองแต่อย่างใดทั้งสิ้น มันให้อารมณ์ที่ร้อนแรงจากสีสันภายในที่ไม่เหมือนรถยนต์ยี่ห้ออื่นๆ โดยใช้รูปแบบ และสไตล์ที่แท้จริงของ BMW มาดึงดูดความสนใจ และทำออกมาได้อย่างไร้ที่ติ

ระบบควบคุมการขับขี่แบบเลือกโหมดได้ 4 โหมดการขับเคลื่อนเข้ามาช่วยเพิ่มสมรรถนะของการขับขี่ได้ทั้งแบบสปอร์ต หรือในแบบผ่อนคลายเพื่อการเดินทางที่เน้นการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง โหมดของการขับเคลื่อนสามารถปรับเปลี่ยนได้ด้วยการกดปุ่มข้างคันเกียร์ ผู้ขับขี่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบของการขับขี่ได้ตามแต่สถานการณ์และความพึงพอใจ ไม่ว่าจะเป็นในแบบสปอร์ตหรือในแบบผ่อนคลายที่มุ่งเน้นการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้เพิ่มขึ้นด้วยตัวเลือก โหมดประหยัด หรือ ECO PRO ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับรถยนต์ BMW Series-3 ทุกรุ่น ทุกเวอร์ชั่น ยกเว้น M3-M4 ด้วยการควบคุมผ่านโหมดการขับขี่ ทำให้สามารถปรับให้ตัวรถตอบสนองต่อการเร่งความเร็ว โหมดการขับเคลื่อนของ Series-3 ยังเชื่อมโยงกับน้ำหนักของพวงมาลัย และการควบคุมระบบเสถียรภาพแบบไดนามิกส์ สำหรับรุ่น 330i M-Sport คันทดสอบ สามารถเลือกโหมด Sport + ซึ่งจะส่งผลต่อการส่งกำลังของเครื่องยนต์พร้อมๆ กับการตอบสนองต่ออัตราเร่งรวมถึงระบบควบคุมการทรงตัวที่ถูกยกเลิก ในตัวเลือกโหมด Sport + การตอบสนองต่ออัตราเร่งจะรวดเร็วมากขึ้น และให้ความรู้สึกถึงน้ำหนักพวงมาลัยที่กระชับ หน้าจอมอนิเตอร์ขนาด 8 นิ้ว ที่กึ่งกลางด้านบนสุดของคอนโซลด้านหน้าจะแสดงมาตรวัดของกำลังจากเครื่องยนต์และแรงบิดในรูปแบบดิจิตอลขณะที่ขับขี่ให้เห็นตลอดเวลา

โหมดการขับขี่ใน รุ่น 330i M-Sport ให้ความหลากหลายในการขับใช้งานตั้งแต่ขับไปจ่ายกับข้าวในโหมดประหยัด ECO-PRO ไปจนถึงการซิ่งบนสนามแข่งด้วยโหมดสูงสุด Sport + เริ่มจากโหมด ECO PRO ที่เชื่อมโยงกับชุด Auto Start/Stop สนับสนุนการขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน เซ็นเซอร์จะปรับเปลี่ยนโดยควบคุมการส่งกำลังของเครื่องยนต์ให้เหมาะสมเพียงพอกับอัตราเร่งมากที่สุด การปรับเปลี่ยนเกียร์ในแต่ละช่วงจังหวะจะเน้นที่การปรับเกียร์ให้ขึ้นไปสู่เกียร์สูงเร็วขึ้น และลดเกียร์ต่ำให้ช้าลง ในขณะที่พลวัตของการจ่ายพลังงานไปยังส่วนต่างๆ ของรถยนต์ จะทำการลดการใช้พลังงานในบางส่วนลง เช่น การให้ความร้อนบนกระจกเพื่อละลายฝ้า หรือแม้แต่การควบคุมอุณหภูมิของระบบปรับอากาศภายในห้องโดยสาร แต่อัตราการประหยัดพลังงานโดยส่วนใหญ่แล้ว จะขึ้นอยู่กับวิธีการ และพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ขับขี่เอง โหมด ECO-PRO แจ้งข้อมูลแก่ผู้ขับขี่ตลอดระยะทางที่ใช้โหมดนี้ โดยระบบจะแจ้งเตือนให้ผู้ขับขี่ทราบว่า ความเร็วที่ใช้อยู่นั้นสูงเกินกว่าระดับที่ควรจะขับขี่เพื่อการประหยัดน้ำมันสูงสุด ในโหมดนี้ระบบยังสามารถแสดงผลข้อมูลระยะทางที่ได้เพิ่มขึ้น อันเป็นผลจากอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลงนี้ รวมทั้งสถิติการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในแต่ละช่วงเวลาจากการใช้โหมดต่างๆ ฝ่ายเทคนิคของ BMW เคลมว่า มันจะลดอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงได้ถึง 20% และเพิ่มระยะทางการขับขี่ได้มากกว่าการเลือกใช้โหมดอื่น

BMW 330i M-Sport ติดตั้งระบบอำนวยความสะดวกเพื่อเชื่อมต่อกับโลกภายนอก หรือ BMW Apps ที่เชื่อมการสื่อสารออนไลน์ได้ทุกที่ ระบบนี้จะทำงานโดยรับสัญญาณผ่าน GPRS / 3G ของ iPhone 4-5-6 ที่ดาวน์โหลดโปรแกรม BMW Connected ไว้แล้ว เพื่อดึงข้อมูลของแอพพลิเคชั่นต่างๆ ผ่านขึ้นหน้าจอแสดงผล ได้แก่ Facebook, Twitter, Wiki Local, Last Mile, Calender นอกจากนี้ ผู้ขับขี่ยังสามารถรับฟังข้อมูลข่าวสารต่างๆ ได้ผ่าน RSS Feeds และ Web Radio เพื่อการรับฟังเพลงและข่าวสารจากทั่วทุกมุมโลก นอกจากนี้แล้ว ผู้ขับขี่ยังสามารถเชื่อมต่อระบบอีเมลในโทรศัพท์สมาร์ทโฟนบางรุ่นผ่านการ เชื่อมต่อบลูทูธเพื่อให้แสดงข้อความบนหน้าจอของรถยนต์ได้ รวมทั้งระบบสามารถอ่านให้ฟังได้โดยผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนนเบื้องหน้า และสำหรับการโทรเข้าเมื่อเชื่อมต่อกับบลูทูธแล้วนั้น หน้าจอสามารถแสดงผลทั้งในส่วนของเบอร์โทรเข้า ชื่อผู้โทรเข้า และแม้แต่รูปของผู้โทรเข้าที่เก็บไว้ในโทรศัพท์มือถือ ก็สามารถแสดงผลขึ้นหน้าจอได้เช่นกัน

ขุมกำลังของ 330i F30 M-Sport วางเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 กระบอกสูบ พร้อมเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo เป็นเครื่องยนต์ขนาดกะทัดรัดที่ใช้แนวคิดลดปริมาตรความจุกระบอกสูบลงให้เหลือแค่ 4 สูบ จากที่เคยเป็นเครื่องยนต์แบบ 6 สูบเรียงที่ค่อนข้างซดเชื้อเพลิงใน Series-3 E90 รุ่นที่แล้ว แนวคิดย่อขนาดเครื่องยนต์ลงแต่ยังคงประสิทธิภาพของกำลังในรูปแรงบิดเชื่อมโยงกับนวัตกรรม BMW Efficientdynamics เพื่อการใช้พลังงานเชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ ผสานเทคโนโลยีใหม่ของระบบอัดกาศที่เรียกกันว่า BMW TwinPower Turbo เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2 ลิตร มีปริมาตรความจุ 1,998 ซีซี ออกแบบให้มีการลดระดับ CO2 ลงโดยไม่สูญเสียพละกำลังของเครื่องยนต์ มีเรี่ยวแรงสูงสุดที่ 185 กิโลวัตต์ หรือ 252 แรงม้าที่ 5,200-6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร หรือ 35.7 กิโลกรัม/เมตรระหว่าง 1,450-4,800 รอบต่อนาที อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 5.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เจ้า 330i M-Sport ใหม่คันนี้ มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 18 กิโลเมตรต่อลิตร และระดับการปล่อย CO2 151 กรัมต่อกิโลเมตร ตามมาตรฐานการวัดค่าเฉลี่ย EURO-6 เครื่องยนต์รุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี TwinPower Turbo พ่วงกลไกในระบบการทำงานของเครื่องยนต์ Auto Start/Stop function (สามารถปิดหรือเปิดการทำงานได้ด้วยปุ่มที่อยู่ด้านบนของสวิตช์สตาร์ท) เครื่องยนต์จะหยุดการทำงานแบบอัตโนมัติ เมื่อจอดอยู่กับที่เพื่อลดการใช้เชื้อเพลิง และลดการปล่อยมลพิษ ระบบปรับอากาศและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ ยังคงทำงานต่อไป และจะสตาร์ตตัวเองอย่างรวดเร็วอีกครั้ง เมื่อผู้ขับยกเท้าออกจากแป้นเบรกเพื่อแตะคันเร่ง นอกจากจะลดการใช้เชื้อเพลิงแล้วระบบ Auto Start/Stop ยังช่วยลดการปล่อยมลพิษได้อีกด้วย พวงมาลัยไฟฟ้าแบบ Electro Hydraulic Servo Valve แปรผันน้ำหนักไปตามความเร็ว ระบบรองรับ ด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท สปริง โช้กอัพ เหล็กกันโครงกับปีกนกอัลลอยด์ ด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงก์ สปริง โช้กอัพ เหล็กกันโครง

BMW เป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกที่นำเอาระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ของ ZF เวอร์ชั่น 8HP50 มาติดตั้งไว้ในรถยนต์พรีเมียมสปอร์ตซีดานขนาด Mid-Size คันนี้ หากพิจารณาเปรียบเทียบในเรื่องของขนาด และน้ำหนักกับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดในรุ่นก่อนหน้าที่มีขนาดใหญ่และหนักกว่า ถือว่าไม่มีความแตกต่างกันแต่อย่างใดทั้งสิ้น เทคโนโลยีใหม่ของชุดส่งกำลังที่มาพร้อมระบบเกียร์ 8 สปีด ทำให้เกิดความประหยัดเมื่อขับในเมือง และสามารถสร้างอัตราเร่งได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเมื่อขับทางไกล เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่ ซึ่งมุ่งเน้นสมรรถนะในทุกองค์ประกอบของตัวรถ โดยเฉพาะการขับในรูปแบบที่มีความหลากหลาย ซึ่งผู้ขับสามารถเลือกโหมดในการขับขี่เป็นแบบแมนนวลหรือออโต ช่วยรีดสมรรถนะของสปอร์ตซีดานในรถยนต์ BMW รุ่นนี้ได้ออกมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เทคโนโลยีในการคอนโทรลที่ปรับให้ดียิ่งขึ้นทำงานโดยขึ้นตรงกับโหมดของการขับเคลื่อน 4 รูปแบบ (ECO-PRO / Comfort / Sport / Sport+) ทำให้ระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ZF8HP50 สามารถปรับเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็ว และตอบสนองต่อความต้องการในการเร่งความเร็วเพื่อแซงได้ดี ระบบเกียร์ 8 สปีด ควบคุมด้วยสมองกลอิเล็กทรอนิกส์ที่ปราดเปรื่อง สามารถปรับเปลี่ยนเกียร์เพื่อรองรับการขับขี่ ทั้งในโหมดสปอร์ต และการขับขี่ที่ผ่อนคลายในโหมดปกติเพื่อเน้นการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง อัตราทดเกียร์ที่มีถึง 8 ตำแหน่ง ยังส่งผลให้วิศวกรต้องทำการปรับช่วงเวลาระหว่างการเปลี่ยนเกียร์ในแต่ละช่วงให้หดสั้นลง เพื่อทำให้ได้อัตราเร่งที่ดี และมีความนิ่มนวลมากยิ่งขึ้น ประหยัดน้ำมันได้ดีขึ้นแม้ด้วยเกียร์โอเวอร์ไดรฟ์หรือเกียร์ 8 ด้วยการลดรอบเครื่องให้ต่ำลงมากกว่าเกียร์ 6 สปีดของ E90

ใช้คำว่าดีเยี่ยมคงไม่มากจนเกินไปสำหรับ BMW 330i M-Sport นี่คือรถ Series-3 ที่ไม่เป็นสองรองใครในวงการยนตรกรรม ประวัติศาสตร์อันรุ่งเรืองจากอดีตสู่ปัจจุบันทำให้รถ Series-3 จาก BMW Group เป็นแบบนั้นเสมอมาไม่เปลี่ยนแปลง มันถูกสร้างออกมาเป็นอย่างดี และมีการขับขี่ที่น่าตื่นตาตื่นใจ เป็นวิถีทางในการสร้างรถยนต์ของพวกเยอรมนีโดยใช้ความถนัดทางด้านวิศวกรรมยานยนต์ขั้นสูงประกอบเข้ากับเรือนร่างที่สมส่วนงดงามลงตัว BMW 330i M-Sport เป็นรุ่นที่มีความเร่าร้อนลดหลั่นรองลงมาจาก M3 และ 335i จากขุมกำลังขนาดกะทัดรัดที่ถูกอัพเรี่ยวแรงจนทะยานขึ้นไปติดอันดับรถซีดานขนาดเล็กจอมพลัง ขณะเดียวกันก็ยังมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงลดลงจนเป็นที่น่าพึงพอใจอีกด้วย BMW 330i รุ่นเก่าที่เคยวางเครื่อง 3 ลิตรแบบหายใจเอง ถูกแทนที่ด้วยเครื่อง 2 ลิตรอัดอากาศด้วยเทอร์โบแปรผันแบบ twin scroll turbocharger โดยใช้เทอร์โบเดี่ยวโดดๆ ประสิทธิภาพสูงแทนที่เครื่อง 3 ลิตร 6 สูบตัวโตที่ไม่มีระบบอัดอากาศในรุ่นที่แล้ว ตัวเลข 0-100 และ Top-Speed ที่ร้อนแรงยังบ่งบอกถึงการทำตัวเป็นสปอร์ตซีดาน แถมพกด้วยชุดแต่งเสริมความหล่อจาก M-Sport ที่พวกบีมเมอร์เคยเรียกร้องให้ออกเวอร์ชั่นจัดเต็มแบบนี้มาแทนที่เวอร์ชั่น Sport ผมกดสวิตช์สตาร์ทเครื่องยนต์ โยกคันเกียร์ไปที่ตำแหน่ง D พร้อมๆกับยกเท้าออกจากแป้นเบรก เจ้า 330i มีเสียงเครื่องยนต์ในรอบเดินเบาดังแปลกๆ มันมีเสียงเครื่องยนต์ที่ไม่หนักแน่นน่าเกรงขามเท่ากับ 330i E90 ที่วางเครื่อง 6 สูบ ท่านั่งที่กระชับออกแนวรัดกุมคล้ายนั่งอยู่ในสปอร์ตคูเป้ค่อนข้างขัดแย้งกับเรือนร่างภายนอกที่โตขึ้นแทบจะทุกมิติ

บนทางแบบไฮเวย์ข้ามจังหวัดที่โล่งมากพอ เสียงเครื่อง 2 ลิตร 252 แรงม้าที่เคยสุภาพอ่อนน้อมถ่อมตนเปลี่ยนไปเป็นหนักแน่นเมื่อใช้รอบสูง แรงบิดมีมากมายไม่รู้จักหมดสิ้นกับความรู้สึกแน่นๆ หนึบๆ ของช่วงล่างที่แข็งกว่า Series-3 รุ่น 320d เจ้า 330i มอบอารมณ์การขับคอมแพคซีดานที่เชื่อมโยงกับความรู้สึกในแบบสปอร์ตได้อย่างกลมกลืน ฐานล้อที่ยาวขึ้น 50 มิลลิเมตรทำให้พื้นที่เบาะหลังกว้างขึ้นอีกเล็กน้อย แม้ตัวจะโตขึ้นแต่การขับที่กระชับรัดกุมมากกว่า Series-3 เกือบทุกรุ่นยกเว้น 335i และ M3 คือเคล็ดลับในการปรุงแต่งของ BMW ที่ยากจะลอกเลียนแบบ ผมควบมันทะยานผ่านถนนเพชรเกษมมุ่งหน้าลงใต้ไปยังจังหวัดประจวบฯ โดยรักษาความเร็วเดินทางที่ถูกกฎหมายมากกว่าที่จะพยายามบีบเค้นแรงม้าเพื่อไปให้เร็วขึ้นซึ่งถือว่าค่อนข้างอันตรายบนทางหลวงประจำจังหวัดที่อุดมไปด้วยรถราร่วมทาง 330i M-Sport ให้ความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวระหว่างคนขับและตัวรถ ช่วงล่างที่แน่นขึ้นอีก 10% ปรับจูนมาเพื่อความเหมาะสมกับแรงม้าที่เพิ่มขึ้นจากรุ่นมาตรฐาน ที่มีกำลังไม่ถึง 200 แรงม้ามาเป็น 252 แรงม้า หรือ 185 กิโลวัตต์ แรงบิด 350 นิวตันเมตร หรือ 35.7 กิโลกรัม-เมตร มากเกินพอที่จะใช้ขับเดินทางทั้งในและนอกเมือง สภาพของถนนไฮเวย์ลงภาคใต้ในวันทำงานยังคงมีรถร่วมทางอยู่บ้างแต่ไม่มากเท่ากับวันหยุด ทำให้การขับเจ้า 330i เต็มไปด้วยความเบิกบานขัดแย้งกับอุณหภูมิภายนอกที่ทะยานขึ้นไปถึง 38 องศาเซลเซียสในช่วงบ่าย ไอแดดที่เต้นยิบๆ อยู่บนถนน ทำให้ยาง Pirelli Cinturato เกาะหนึบกับผิวถนนราวกับตีนตุ๊กแก คุณสามารถโลดแล่นผ่านรอยต่อของถนนและคอสะพานชันๆ ได้อย่างสบายใจเฉิบ แค่ระวังในเรื่องของความต่ำเตี้ยให้มากหน่อยเป็นพอ สปอยเลอร์หน้าของ M มีระยะห่างจากพื้นถนนไม่มาก ระยะห่างจากพื้นถึงใต้ท้องแค่ 140 มิลลิเมตร และราคาที่แพงแสบตับของสปอยเลอร์กับล้ออัลลอยด์ลายสวยของ M ทำให้ผมรู้สึกเหมือนคนกำลังเสียจริต เมื่อลงจาก Ford Everest ตัวสูงโย่งที่มีมิติของตัวถังแตกต่างจากรถตราใบพัดคันนี้อย่างสิ้นเชิง

รถ Series-3 F30 มีการผนึกใต้ท้องด้วยวัสดุปิดทับพวกพลาสติก รวมถึงการปรับปรุงระบบอากาศพลศาสตร์โดยให้ความสำคัญกับทุกชิ้นส่วนที่มีผลกระทบต่อกระแสลมในระหว่างการขับขี่ การออกแบบที่ดีมีส่วนช่วยทำให้แรงต้าน และแรงยกตัวลดลง ส่งผลไปถึงการทรงตัวที่นิ่งขึ้น ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศที่ 0.26 ทำให้มันอยู่เหนือคู่แข่งอยู่นิดๆ ด้านระบบแอร์โรไดนามิกส์ รถ Series-3 รุ่นนี้ยังเบากว่า E90 รุ่นพี่ที่เพิ่งจะยกเลิกสายการผลิตอยู่ถึง 100 กิโลกรัม สำหรับการขับขี่ช่วงแรกในกรุงเทพมหานครที่มีการจราจรคับคั่งไปจนถึงการขับออกทางไกลทั้งวันตั้งแต่เช้าไปจนถึงดึก ผมใช้โหมดขับเคลื่อนสลับกันไปขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และความต้องการใช้แต่ละช่วง โหมด ECO-PRO พร้อมกดปุ่มใช้งานระบบ Auto Stop/Start ของ BMW แม้จะช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงกับลดการปล่อยของเสีย แต่การทำงานติดๆ ดับๆ ไปตลอดทางอาจสร้างความรำคาญให้กับขาซิ่ง เครื่องยนต์จะดับแทบจะทุกครั้งที่เหยียบเบรกจนรถหยุดสนิท และติดตัวเองขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อถอนเท้าออกจากแป้นเบรก จังหวะที่เครื่องยนต์ติดมีอาการกระตุกไม่มากนัก พอให้ได้รับรู้ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาสักพักกว่าจะคุ้นเคย เปิดใช้งาน Auto Stop/Start มันจะช่วยให้คุณประหยัดเงินในกระเป๋าแม้จะไม่มากมายอะไร แถมยังช่วยทำให้อากาศรอบตัวสะอาดขึ้นมาบ้างก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย

กำแพงภาษีของรถหรู และภาพลักษณ์กับแบรนด์อันแสนแพงของ BMW (รวมถึงอะไหล่และค่าบำรุงรักษาหลังห้าปี) คือสิ่งที่คุณจะต้องจ่ายออกไปเพื่อการครอบครองจักรกลสปอร์ตซีดานคันนี้ แต่ประสิทธิภาพและสมรรถนะที่ได้รับกลับมานั้นคุ้มค่าต่อเงินที่ต้องเสียไปเพื่อแลกกับรถซีดานสี่ประตูทรงปราดเปรียวซึ่งมีการขับขี่ที่ดี การหลอมรวมเอางานวิศวกรรมด้านบังคับควบคุมให้เข้ากับรูปแบบที่ทันสมัย Series-3 คือรุ่นที่ทำเงินอย่างมหาศาลให้กับ BMW Group เพราะฉะนั้นพวกผู้บริหารของ BMW จึงรู้ดีว่าจะต้องทำอะไรบ้างในรถรุ่นใหม่เพื่อความสำเร็จตามหลังรถรุ่นพี่ที่สามารถสร้างยอดขายท่วมท้นมากถึง 12 ล้านคัน การขับใช้งานในเมืองเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบเดี่ยว 252 แรงม้า ไม่ได้สำแดงประสิทธิภาพฤทธิ์เดชอะไรออกมามากนัก เนื่องจากเจอรถติดซะเป็นส่วนใหญ่ การเก็บเสียงและความสบายของห้องโดยสารได้เข้ามาช่วยให้การอยู่อาศัยอยู่ใน F30 330i Sport เมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่การจราจรติดขัดอย่างหนักมีความผ่อนคลายลงได้บ้าง แม้ iDRIVE จะถูกปรับปรุงให้เข้าสู่เมนูของการใช้งาน และการสั่งงานต่างๆ ง่ายขึ้น แต่ผมก็เสียเวลาปรับเจ้าปุ่มอเนกประสงค์เพื่อสั่งงานระบบต่างๆ โดยเฉพาะการเลือกเพลงจาก iPod เหมือนเดิมทุกๆ ครั้งที่ทดสอบรถจากค่าย BMW ส่วนโหมดการขับ 4 รูปแบบ (ECO-PRO/ COMFORT / SPORT / SPORT+) นั้่นสั่งงานได้ง่ายด้วยสวิตช์ข้างคันเกียร์

ความสมมาตรในด้านน้ำหนักของพวงมาลัยแสดงออกมาทันทีที่ขับไปได้ไม่ไกลนัก พวงมาลัยในย่านความเร็วต่ำเบามากขึ้น และออกแบบมาเพื่อสุภาพสตรีเอวบางร่างน้อย หลังจากเคยโดนต่อว่าเรื่องน้ำหนักของพวงมาลัยใน 335i E90 ส่วนตัวผมชอบน้ำหนักพวงมาลัยของ E90 ซึ่งเป็น Series-3 รุ่นที่มีพวงมาลัยหนักแน่นมากเป็นพิเศษ พอฟัดพอเหวี่ยงกับ M3 E90 น้ำหนักของพวงมาลัยไฟฟ้าใน 330i ให้สัมผัสของการหมุนที่ดีในทุกช่วงของความเร็ว ความเบาสบายของพวงมาลัยไฟฟ้าแบบแรคแอนพีเนียน พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าผ่อนแรงหมุน กับวาล์วที่ปรับน้ำหนักละเอียดอ่อนเกินเหตุ เริ่มตั้งแต่คุณกดสวิตช์สตาร์ตเครื่องยนต์ ไปจนถึงขั้นจัดเต็มในย่านความเร็วสูง

พวงมาลัยไฟฟ้าใน Series-3 F30 ผลิตโดยบริษัท ZF ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบส่งกำลัง และระบบไฮดรอลิกจากเยอรมนี ชุดบังคับเลี้ยวแบบไฟฟ้าของ BMW ยุคใหม่จะมีสองระดับด้วยกันคือ ThyssenKrupp Servotronic ใช้เซนเซอร์ตรวจจับความเร็ว แล้วแปรผันน้ำหนักของพวงมาลัยให้หน่วงขึ้นเมื่อผู้ขับใช้ความเร็วสูง ขยับขึ้นไปอีกระดับจะเป็นชุดพวงมาลัยไฟฟ้าที่มีอยู่ในรถ Porsche รุ่นล่าสุดทั้ง 911/991 /Boxster /Cayman ที่กำลังออกขาย มันใช้เฟืองปลายแรคที่มีระยะของฟันเฟืองแตกต่างจากช่วงกลางแรค เพื่อช่วยในการเร่งอัตราทดในขณะที่หมุนพวงมาลัยไปจนสุดอีกด้าน ระบบ Servotronic ในพวงมาลัยของ 330i M-Sport เข้ามาแทนที่พวงมาลัยแบบ Active ของ E90 335i Sport ส่วนระบบบังคับเลี้ยวของ Porsche นั้นก็มีใช้ในรถรุ่น Series-5 และ New Series-6 Gran Coupe ซึ่งเป็นพวงมาลัยไฟฟ้าที่มีต้นทุนสูงกว่า และให้สัมผัสของการขับเหนือกว่า ใช้เวลาสักพักสำหรับการปรับความคุ้นเคยบนสัมผัสของพวงมาลัยใน Series-3 F30 ที่ออกแบบให้หมุนได้ไวขึ้นเล็กน้อย พร้อมระยะฟรีกึ่งกลางที่ลดลง คุณจะชอบความเที่ยงตรงแม่นยำของมันเมื่อขับไปได้ไม่ไกล

ความหนักแน่นของเครื่อง 6 สูบรุ่นเก่าที่น่าประทับใจ พอเปลี่ยนมาเป็นเครื่อง 4 สูบเทอร์โบที่เบาลง พร้อมกระบอกสูบที่เหลือแค่ 4 ตำแหน่ง กับความจุที่หายไปเกือบ 1,000 ซีซี ช่วยทำให้ประหยัดเชื้อเพลิง แถมยังมีอัตราเร่งที่ดุเดือดเลือดพล่านไม่น้อยหน้าเครื่องตัวโต ด้วยการพกพาเทอร์โบประสิทธิภาพสูง ทางหลวงจังหวัดที่โล่งนั้นเหมาะกับการลากรอบใช้ความเร็วแต่ก็ต้องระวังให้ดีๆ ผมปรับโหมดไปที่ Sport ซึ่งยังมีการควบคุมการทรงตัวของระบบช่วยเพิ่มเสถียรภาพ ESC เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกขณะ โหมดสูงสุด Sport+ ที่ระบบควบคุมการทรงตัวถูกยกเลิกนั้น เหมาะกับการขับในสนามมากกว่าจะเอามาเค้นกันหนักๆ บนถนนสาธารณะ ใส่หนักจัดแน่นๆ ในโค้งเจ้า 330i มีอาการอันเดอร์สเตียร์ปรากฏขึ้นมาเมื่อใช้ความเร็วมากเกินไป ซึ่งไม่สัมพันธ์กับสภาพของโค้ง แต่ตัวช่วยเพิ่มเสถียรภาพ หรือ ESC ที่ดอดเข้ามา ช่วยทำให้การขับเข้าโค้งเร็วๆ มีความเชื่องไม้เชื่องมือพอสมควร

ยางรันแฟลตของ Pirelli รุ่น Cinturato ส่งเสียงดังหึ่งๆ ขณะบดลงไปบนผิวถนน โดยเฉพาะถนนที่เทลาดด้วยปูน เสียงยางจะดังอย่างชัดเจน เป็นนิสัยที่แก้ไม่หายของยางแบบรันแฟลตที่มีแก้มยางแข็งมากกว่ายางสแตนดาร์ด โหมดการขับขี่แบบประหยัด หรือ ECO-PROใน 330i M-Sport ทำอัตราสิ้นเปลืองในเมืองได้ที่ตัวเลข 9.8 กิโลเมตรต่อลิตร เป็นการขับทดสอบแบบใช้คันเร่งปกติทุกครั้ง และไม่คำนึงถึงความประหยัดด้วยการขับช้าเป็นเต่าคลาน ซึ่งคนที่ซื้อรถสปอร์ตซีดานที่มีราคาขนาดนี้คงไม่เอามาวิ่งแบบย่องเบาเพื่อเซฟเชื้อเพลิงอย่างแน่นอน และเมื่อคาอยู่ในโหมด Sport ที่มีการตอบสนองทันอกทันใจมากยิ่งขึ้น ทั้งกำลังและคาบเวลาของการเปลี่ยนเกียร์ รวมถึงน้ำหนักของพวงมาลัย ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองในโหมดนี้อยู่ที่ 13.8 กิโลเมตรต่อลิตร เป็นการขับที่ใช้คันเร่งอย่างต่อเนื่องแต่ก็ไม่ได้กินจุมากจนเกินไป และอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของเครื่องยนต์ยุคใหม่ที่พกม้ามากถึง 252 ตัว

เครื่องยนต์ 1,998 ซีซี เทอร์โบเดี่ยว กับเทคโนโลยี BMW EfficientDynamics และ BMW TwinPower Turbo ใช้หัวฉีดตรงแบบไดเรกอินเจกชั่น และระบบวาล์วแปรผัน คือนวัตกรรมของขุมกำลังที่มีขนาดเล็กลง แรงบิดดีขึ้น และสะอาดมากยิ่งขึ้น ในระดับ EURO-6 จากกฎควบคุมมลพิษที่เข้มงวดของ EURO Zone มันคือเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ที่มีเรี่ยวแรงเท่ากับเครื่อง 6 สูบรุ่นเก่า แต่กินเชื้อเพลิงน้อยกว่าจากระบบต่างๆ ที่ทันสมัยขึ้น ไล่เรียงตั้งแต่ ท่อรับอากาศ ลิ้นปีกผีเสื้อไฟฟ้า ไปจนถึงลูกสูบทั้งสี่ กลไกของวาว์ล และการควบคุมของ ECU ขนาดที่เล็กและเบาลงของเครื่องยนต์และชุดเกียร์ยังช่วยให้น้ำหนักตัวของ F30 330i ที่วางเครื่องยนต์ 4 สูบเรียงอยู่ในคาบ 1.5 ตัน ถือว่าพอสมน้ำสมเนื้อไม่ตัวหนักจนทำให้วิ่งไม่ออก การตอบสนองของคันเร่งใน Sport Mode ทำได้ว่องไวทันอกทันใจ แทบจะไม่มีอาการหน่วง หรือรีเลย์ของคันเร่งไฟฟ้า ทำให้การออกตัวจากสัญญาณไฟ หากกดคันเร่งลึกๆ บนแรงบิด 350 นิวตันเมตร คงต้องประคองพวงมาลัยกันให้ดีๆ แรงบิดที่ส่งไปยังล้อคู่หลังมาเยอะจนแทบจะล้น ทำให้รถพุ่งทะยานลิ่วๆ ได้อย่างใจสั่ง และมีอาการดึงนิดๆ ปรากฏที่พวงมาลัยเมื่อใช้โหมดสูงสุดในการออกตัวแบบปล่อยม้าหมดคอก เมื่อทางข้างหน้าโล่งพอ คุณจะรับรู้ถึงอัตราเร่ง และแรงดึงอันต่อเนื่องตั้งแต่ต้นยันปลายของเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรอัดเทอร์โบ ตัวเลข 5.9 วินาทีในการตะกายจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รวมถึงสปีดความเร็วสูงสุดที่ทำได้ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้ BMW 330i M-Sport ไม่ใช่เด็กเมื่อวานซืนที่แซงได้ง่ายๆ หากคนขับจัดเต็มสูบ

เรี่ยวแรงที่ดีเท่าเครื่อง 6 สูบ แต่เบาและทันสมัยมากกว่าจากระบบจ่ายเชื้อเพลิง กลไกของวาล์วแบบใหม่ ไมโครโปรเซสเซอร์ที่ควบคุมการทำงานของเครื่อง เกียร์ และระบบอัดอากาศ Twin Scroll Turbo ทำให้เครื่อง B48B20 เหมาะสมสำหรับยุคสมัยที่ต้องอ้างอิงกับความสะอาดและประหยัด เทอร์โบแบบ Twin Scroll ทำให้สมรรถนะขยับเข้าไปเทียบเท่า หรือดีกว่าเครื่อง 6 สูบรุ่นเก่า อาการ Turbo Lag ไม่ปรากฏให้เห็น ตลอดช่วงการทดสอบ 7 วัน ให้ความรู้สึกเหมือนกับขับรถสปอร์ตแรงๆ คันหนึ่งที่ไม่มีระบบอัดอากาศด้วยซ้ำ ตัวเลขแรงบิด 350 นิวตันเมตร เท่ากับรุ่นที่จำหน่ายในอเมริกาและยุโรป ช่วงล่างที่แน่นขึ้นบวกกับพวงมาลัยที่กระชับตัว ทำให้มันเหมาะกับนักขับที่ชอบรถแรงๆ การเก็บเสียงยังคงเป็นอีกหนึ่งจุดที่ทำได้ดีเหมือนเดิม

เงิน 3,099,000 บาท แลกกับรถยนต์ที่มีการขับขี่ดีเยี่ยม 330i คือการสานต่อประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของ BMW มันเหมาะสมกับภาพลักษณ์และตัวตนของนักขับซึ่งเป็นลูกค้าเก่า BMW มันเป็นรถสปอร์ตซีดาน 4 ประตูที่มีสมรรถนะสูงล้น แต่ถ้าคุณไม่ต้องการกำลังมากนัก รุ่นรองลงมาซึ่งมีราคาถูกกว่าอย่าง 320d เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ไม่ต้องควักกระเป๋ากันจนบานตะโก้ตะเกียง แต่ถ้าคุณเป็นพวกเท้าหนัก และต้องขับรถออกเดินทางไกลบ่อยครั้ง BMW 330i M-Sport ดูจะเป็นทางเลือกที่น่าจะเหมาะสมกว่า ถ้าชอบแรงกว่านี้และเงินเหลือก็เล็งไปที่ M3 F80 คุณก็จะได้รถที่สามารถจี้ติดท้าย Porsche 911 ได้อย่างสบายๆ แถมยังบรรทุกผู้โดยสารได้มากกว่าเจ้าชายกบอีกด้วย คุณอาจไม่ชอบพวงมาลัย M ซึ่งมอบน้ำหนักที่เบาในย่านความเร็วต่ำ แต่เมื่อขับเร็วขึ้นคุณจะปรับตัว และยอมรับว่ามันเป็นรถที่มีสมรรถนะดี ให้ความสบายในเมือง และพร้อมท้ารบเมื่อขับออกทางไกล เกียร์ 8 สปีด ZF8HP50 ทำงานได้อย่างลื่นไหลไร้ที่ติติง อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ดีขึ้นคือของแถมที่ทำให้คุณพอใจ เมื่อเทียบกับ 330i E90 ซึ่งซดน้ำมันมากกว่าเห็นๆ โหมด Sport+ ปลดปล่อยอารมณ์จากความซ้ำซากจำเจให้พบกับมิติใหม่ของแรงบิด การพุ่งทะยานด้วยความเร็ว และความแม่นยำของพวงมาลัย เบรกดีแม้จะมีถึง 252 แรงม้า แต่เบรกแบบคาร์ลิปเปอร์เดี่ยวก็ยังพอเอาอยู่หากรู้จักคำนวณความเร็ว และทิ้งระยะห่างให้เหมาะสมเพื่อตัดขั้นตอนการเบรกแบบฉุกเฉิน การขับ 330i ในสภาพอากาศที่ร้อนจัดคือช่วงเวลาที่มีความสุข ท่ามกลางแสงแดดแผดจ้า และอุณหภูมิภายนอกที่สูงเกือบ 40 องศา ร้อนแรงทั้งรถและอุณหภูมิ จนหน้าดำกันไปเป็นแถบแบบนี้ก็ยอมครับ.

BMW 330i M-SPORT
engine type.....................................................turbocharged petrol
Engine manufacturer......................................BMW
Engine code....................................................B48B20
Cylinders Straight ......................................4
Capacity.......................................................2 litre 1,998 cc (121.925 cu in)
Bore × Stroke................................................82.0 mm × 94.6 mm 3.23 × 3.72 in
Bore/stroke ratio............................................0.87
valves............................................................double overhead camshaft (DOHC) 4 valves per cylinder 16 valves in total
maximum power output.............................252 PS (248.5 bhp) (185 kW) at 5,200-6,500 rpm
Specific output..............................................124.4 bhp/litre 2.04 bhp/cu in
maximum torque.........................................350 Nm (258 ft·lb) (35.7 kgm) at 1,450-4,800 rpm
Specific torque...............................................175.18 Nm/litre 2.12 ft·lb/cu3
Engine construction
sump................................................................wet sumped
compression ratio...........................................10.2:1
Fuel system.....................................................direct petrol injection
bmep (brake mean effective pressure)............2201.3 kPa (319.3 psi)
Maximum RPM...............................................
crankshaft bearings.........................................
Engine coolant................................................Water
Unitary capacity..............................................499.5 cc
Aspiration.......................................................Turbo
Compressor.....................................................BMW TwinPower turbocharger
Intercooler.......................................................Y
Catalytic converter...........................................Y
Acceleration 0-100km/h..................................5.9 s
Acceleration 0-160km/h (100mph).................?
Standing quarter-mile......................................?
Standing kilometre .........................................?
Maximum speed...............................................250 km/h (155 mph)
Power-to-weight ratio.......................................163.08 PS/g 119.94 kW/g 160.84 bhp/ton 0.07 bhp/lb
Weight-to-power ratio......................................8.34 kg/kW 13.93 lb/bhp
Engine position................................................front
Engine layout...................................................longitudinal
Drive wheels....................................................rear wheel drive
Torque split.......................................................N/A
Steering.............................................................rack & pinion EPAS
CO2 Emission Combined ...............................151 (g/km)
CO2 Extra Urban............................................125 (g/km)
Emission Standard ...........................................Euro 6
Fuel Consumption Combined ......................... 6.5 (L/100km)
fuel octane level .............................................. 95
Fuel Consumption Extra Urban ........................5.4 (L/100km)

Front suspension...............................................MacPherson strut
Rear suspension................................................multi-link
Wheel size front...............................................8J x 18" Alloy Wheels - M Double-spoke 397
Wheel size rear.................................................8J x 18" Alloy Wheels - M Double-spoke 397
Tyres front........................................................225/40 R 18 95Y Pirelli Cinturato
Tyres rear..........................................................255/40 R 18 95Y Pirelli Cinturato
Brakes F/R.......................................................VeDi/VeDi-S-ABS
Front brake diameter........................................320 mm
Rear brake diameter.........................................300 mm
Gearbox..........................................................ZF8HP50 8 speed auto/manual with paddle shift
Top gear ratio................................................
Final drive ratio.............................................
Model code...................................................Model family F30
Wheelbase....................................................2,810 mm
Track/tread (front)........................................1,531 mm
Track/tread (rear)..........................................1,572 mm
Length..........................................................4,633 mm
Width............................................................1,429 mm
Ground clearance..........................................140 mm
length:wheelbase ratio..................................1.65
Kerb weight..................................................1,545 kg 3,406 lb
Weight distribution
fuel tank capacity...........................................60 litres13.2 UK Gal15.9 US Gal

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/



ราคา 3,099,000 บาท เครื่องเบนซิน 2 ลิตร 252 แรงม้า พร้อมชุดแต่ง M-Sport เร่งจาก 0-100 ใน 5.9 วินาที รีวิวน้องดำจอมโหด BMW 330i M-Sport 6 พ.ค. 2559 18:25 9 พ.ค. 2559 10:19 ไทยรัฐ