วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตร.เตรียมเอาผิดเจ้าของโรงงานทำพลุระเบิดที่สุพรรณบุรี

เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน พร้อมอีโอดีลงพื้นที่เก็บรวบรวมพยานหลักฐานโรงงานพลุระเบิด ขณะที่ รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สุพรรณบุรี เตรียมเรียกตัวเจ้าของโรงงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย เตือนชาวบ้านได้ไม่คุ้มเสีย อย่าลักลอบผลิตพลุอย่างเด็ดขาด

จากกรณีเมื่อตอนค่ำ วันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุพลุระเบิดในบ้านไม่มีเลขที่ ริมคลองส่งน้ำมะขามเฒ่า - อู่ทอง หมู่ 7 ต.พลับพลาไชย อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี แรงระเบิดส่งผลให้บ้านทั้งหลังพังราบเป็นหน้ากลอง และคนงานที่ช่วยกันผลิตพลุซึ่งเป็นแรงงานชาวพม่าเสียชีวิตกระจัดกระจายจากแรงระเบิดของพลุอยู่ทั่วบริเวณรวม 6 ศพ เป็นผู้หญิง 4 ผู้ชาย 2 เบื้องต้นสันนิษฐานว่าคนงานทั้งหมดที่รับจ้างจากนายทุนให้มาทำการผลิตพลุ และเกิดประมาทจากการลากวัตถุประกอบระเบิดเสียดสีไปกับพื้น ทำให้เกิดประกายไฟและเกิดระเบิดขึ้น และยังส่งผลให้บ้านของชาวบ้านที่อยู่ละแวกนั้นได้รับความเสียหายไปด้วย

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 6 พ.ค.59 พ.ต.อ.ชัยรัตน์ ทิพยจันทร์ รอง ผบก.สุพรรณบุรี พ.อ.กุญชภัสร์ หาญสมบูรณ์ เสนาธิการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย มณฑลทหารบกที่ 17 พ.ต.อ.ไพฑูรย์ อยู่พะเนียด ผกก.สภ.อู่ทอง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (อีโอดี) บก.ภ.จ.สุพรรณบุรี ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เพื่อรวบรวมเก็บไว้เป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดีกับนายทุนที่ลักลอบมาผลิตพลุ รวมทั้งเพื่อเก็บวัสดุที่ใช้ในการประกอบเป็นพลุที่อาจหลงเหลืออยู่ออกจากพื้นที่ ป้องกันการระเบิดซ้ำ


ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.ไพฑูรย์ อยู่พะเนียด เผยว่า เบื้องต้นได้เชิญตัวนายเอนก จอวัน อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 247 หมู่ 7 ต.พลับพลาไชย อ.อู่ทอง ซึ่งเป็นผู้เช่าพื้นที่และบ้านที่เกิดเหตุจากนายปาระณี หาเรือนชีพ อายุ 51 ปี ที่อยู่กรุงเทพมหานคร โดยระบุในสัญญาเช่าว่าเพื่อทำการเกษตรมาสอบสวน ทั้งนี้นายเอนก ให้การว่าตนเช่าพื้นที่บริเวณดังกล่าวมาเพื่อทำการเกษตรปลูกมะม่วง ส่วนบ้านที่ถูกระเบิดนั้นมีนายสายธาร แผนดี อายุ 34 ปี บ้านอยู่ ต.พิหารแดง อ.เมืองสุพรรณบุรี มาขอเช่าต่อ ซึ่งตนไม่รู้มาก่อนว่ามีการใช้เป็นที่ประกอบวัตถุระเบิด นึกว่าใช้เป็นที่พักคนงาน จนมาเกิดเหตุเข้า


นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะกำลังตรวจที่เกิดเหตุ พ.ต.อ.ชัยรัตน์ ทิพยจันทร์ และ พ.อ.กุญชภัสร์ หาญสมบูรณ์ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าที่บ้านไม่มีเลขที่ หมู่ 7 ต.พลับพลาไชย อ.อู่ทอง ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับบ้านที่เกิดเหตุ ห่างกันเพียงแค่ 400 เมตร น่าจะเป็นสถานที่เก็บวัสดุที่ใช้ในการประกอบวัตถุระเบิด พลุ ดอกไม้ไฟ จึงสนธิกำลังทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด เข้าไปทำการตรวจค้น พบอุปกรณ์การผลิตพลุ ดอกไม้ไฟ และลูกระเบิดปิงปองที่ไว้ขายให้ชาวนาไปจุดไล่นก ซึ่งมีทั้งที่ประกอบเสร็จแล้วและรอการประกอบจำนวนหนึ่ง รวมถึงพบว่ามีดินปืนถูกทิ้งในคลองอีกจำนวนหนึ่งด้วย จึงยึดมาเก็บไว้เป็นหลักฐาน


ทั้งนี้ พ.ต.อ.ชัยรัตน์ เผยว่า แนวทางการสืบสวนสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่า พลุดอกไม้ไฟและวัตถุที่ใช้ในการประกอบเป็นระเบิดปิงปองที่ตรวจสอบพบและได้ทำการยึดเอาไว้ทั้งหมดนี้ น่าจะเป็นของนายสายธาร แผนดี ที่มีอาชีพจำหน่ายพลุดอกไม้ไฟและเคยถูกจับกุมมาครั้งหนึ่งเมื่อปลายเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างติดตามตัวนายสาธาร เพื่อมาสอบสวนหาข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไปอยู่


อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.ชัยรัตน์ เผยด้วยว่า ที่ผ่านมามีการสนธิกำลัง ตำรวจ ทหาร และปกครอง ตรวจโรงงานประกอบพลุที่มีใบอนุญาตอยู่ 6 แห่ง เป็นประจำทุกเดือนอยู่แล้ว ปัจจุบันพบว่ามีผู้ประกอบการที่มักง่ายมีการนำวัตถุดิบ และอุปกรณ์ส่งไปให้ชาวบ้านประกอบถึงบ้าน เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ โดยไม่คำนึงผลเสียที่เป็นอันตรายตามมา เพราะชาวบ้านไม่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องวัตถุประกอบระเบิด เฉพาะอย่าง ยิ่งกลุ่มผู้รับไปประกอบมักจะทำกันในเวลากลางคืน ตามรอยตะเข็บติดต่อระหว่างอำเภอเพื่อหลบการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ จึงขอเตือนไปยังชาวบ้านที่คิดจะรับงานทำระเบิดปิงปองห้ามนำมาผลิตที่บ้านอย่างเด็ดขาด เพราะอาจจะเกิดเหตุระเบิดขึ้นได้ตลอดเวลา ไม่คุ้มกับค่าจ้างที่ได้รับ 


ด้าน พ.อ.กุญชภัสร์ หาญสมบูรณ์ เผยว่า จากเหตุระเบิดครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่รุนแรงมากครั้งหนึ่ง เพราะมีคนตายจำนวนมาก มาตรการต่อจากนี้ไปจะต้องเข้มงวดเต็มพิกัดในการตรวจโรงงานผลิตพลุทั้งที่มีใบอนุญาต และไม่มี โดยเฉพาะที่ไม่มีใบอนุญาตจะต้องจับกุมและส่งดำเนินคดีสถานเดียว ส่วนโรงงานพลุที่มีใบอนุญาตก็จะต้องตรวจสอบอย่างเข้มข้นว่า มีขั้นตอนการประกอบการที่ได้มาตรฐานด้านความปลอดภัยตามกฎหมายกำหนดหรือไม่ มีการกักตุนมากกว่าที่ทำเรื่องขอไว้หรือไม่ รวมทั้งจะกำชับห้ามไม่ให้มีการว่าจ้างชาวบ้านนำไปพลุและลูกระเบิดปิงปองไปประกอบที่บ้านอย่างเด็ดขาดอีกด้วย.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พลุระเบิดในบ้านที่ อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ดับสยอง 6 ศพ

เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน พร้อมอีโอดีลงพื้นที่เก็บรวบรวมพยานหลักฐานโรงงานพลุระเบิด ขณะที่ รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สุพรรณบุรี เตรียมเรียกตัวเจ้าของโรงงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย เตือนชาวบ้านได้ไม่คุ้มเสีย อย่าลักลอบผลิตพลุ 6 พ.ค. 2559 17:29 6 พ.ค. 2559 20:25 ไทยรัฐ