วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฟังบิ๊กเน ชำแหละ Miracle Champion เลสเตอร์ Fearless พาทีมพุ่งชนแชมป์

ปริ๊ด ปริ๊ด ปรี๊ดดดดดดดด!!! วินาทีที่สิ้นเสียงนกหวีดจากสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ หลังจบเกมการแข่งขัน ลอนดอนดาร์บีแมตช์ คู่ระหว่างสิงโตน้ำเงินคราม เชลซี เปิดบ้านรับการมาเยือนของ ไก่เดือยทอง ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ จบเกมด้วยสกอร์ 2-2 ส่งผลให้สเปอร์สที่อยู่อันดับ 2 ไม่สามารถไล่ทันเลสเตอร์ที่รั้งอันดับ 1 โดยมีคะแนนนำห่างถึง 7 แต้ม แม้ว่าจะเหลือการแข่งขันอีก 2 นัดก็ตาม

ในเวลาเดียวกันนั้น พ่อค้าแข้งจิ้งจอกสยาม นัดรวมพลกันที่บ้านของ เจมี วาร์ดี ดาวยิงตัวเก่งของทีม เพื่อชมเกมคู่สำคัญแบบติดขอบจอ ชนิดที่เรียกได้ว่านั่งไม่ติดเก้าอี้ ลุ้นกันตัวโก่ง เมื่อรู้ผลการแข่งขันว่าทั้งสองทีมเสมอกัน ดาวเตะทั้งหลายต่างส่งเสียงเฮกันลั่นบ้าน เพราะพวกเขาได้สร้างประวัติศาสตร์วงการลูกหนังอังกฤษ ด้วยการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกมาสู่คิงพาวเวอร์ สเตเดียม และถือเป็น 132 ปีของสโมสรที่รอคอยแชมป์ถ้วยนี้

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ไม่รอช้า ยกหูโทรศัพท์ต่อสายตรงไปยังไอโมบาย สเตเดียม เพื่อสัมภาษณ์นายใหญ่แห่งกองทัพปราสาทสายฟ้า

เป็นที่รู้กันว่า ‘บิ๊กเน’ นายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถือว่าเป็นน้องชายผู้สนิทสนมกับ นายวิชัย ศรีวัฒนประภา เจ้าของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีก ผู้สร้างประวัติศาสตร์อันลือเลื่องที่โลกต้องจดจำ ถึงเรื่องราวของจิ้งจอกสยามที่เขาได้สัมผัส คลุกคลี จะเป็นอย่างไร ไปฟังเจ้าพ่อแห่งบุรีรัมย์ เล่าให้ฟังกัน...

เลสเตอร์ ซิตี้ วันนี้ที่ใครก็ต้านเขาไม่อยู่!

คำถามแรกที่ทีมข่าวฯ ถามนายเนวิน ในฐานะผู้อยู่ในวงการฟุตบอล ถึงเคล็ดลับความสำเร็จของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ เจ้าของแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ โดยเท่าที่ชายผู้นี้ได้สัมผัส เขาบอกว่า... สิ่งที่เกิดขึ้นกับเลสเตอร์นั้น เป็นดั่งปาฏิหาริย์! แทบจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ หากลองย้อนกลับไปจะเห็นได้ว่า เลสเตอร์มีผลงานที่ไม่ค่อยดีนัก พวกเขาเพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุด หลังจากตกไปเล่นอยู่ในลีกรองกว่า 10 ปี

ด้านการทำทีม แน่นอนว่า เจ้าของทีมทุกคนย่อมต้องการให้เกิดเหตุการณ์ดังเช่น เลสเตอร์ เพราะมันคือ การใช้เงินลงทุนที่ต่ำที่สุด สำหรับการเป็นแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษ การใช้บุคลากรในทีม ซึ่งหากเทียบกับสโมสรอื่นๆ แล้วนั้น ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพ ความสามารถ ค่าตัว เป็นรองกว่าสโมสรอื่นๆ ทั้งลีกเสียด้วยซ้ำ แต่ประสิทธิภาพของทีมกลับกลายมาเป็นที่ 1 ของลีก

ฉะนั้นแล้ว ความสำเร็จของเลสเตอร์ ในวันนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การอัดฉีดเงินรางวัลให้กับนักเตะเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึง ‘ความลงตัวของทีมทั้งระบบ’ เจ้าของ ผู้จัดการทีม ผู้ฝึกสอน ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน ทีมเทคนิคด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา และตัวนักฟุตบอลเอง ซึ่งไม่มีซุปเปอร์สตาร์ดัง ช่วยกันทำให้ทีมพีคขึ้นมาพร้อมๆ กันทั้งหมด เกิน 100% กันทุกคน จึงเกิดเป็นโมเมนตัมที่ใครก็ต้านทานเอาไว้ไม่อยู่

หัวใจคุณมีแค่ไหน หัวใจพวกเขามันเกินร้อย

บิ๊กบอสใหญ่แห่งทัพปราสาทสายฟ้า บอกถึงสิ่งสำคัญของ เลสเตอร์ ที่สามารถมาปรับใช้กับฟุตบอลไทยว่า หัวใจ เป็นส่วนสำคัญในการพาทีมไปสู่ชัยชนะ พวกเขามีความมุ่งมั่นที่จะเล่น พวกเขามีความมุ่งมั่นที่จะชนะ พวกเขามีความมุ่งมั่นที่จะสู้ โดยไม่สนใจว่าจะต้องสู้กับใคร ไม่สนใจว่าจะเล่นกับทีมดังระดับไหน ไม่สนใจที่จะต้องเจอกับดาวดังระดับโลกที่โคตรเก่ง

คำๆ หนึ่งในท้ายฤดูกาลที่จิ้งจอกสยามมักใช้ และเป็นคำที่ติดไว้ในห้องแต่งตัวนักเตะ นั่นคือคำว่า 'Fearless' เขาไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น ฉะนั้นผู้เล่นในทีมแม้จะชื่อชั้นไม่ถึง เวลาไปเล่นกับทีมดังอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ลิเวอร์พูล อาร์เซนอล หรือ ทีมอื่นๆ ที่ใหญ่กว่า แต่พวกเขาไม่กลัว ไม่สนเรื่องชื่อชั้นใดๆ ทำให้ผลการแข่งขันในแต่ละนัดที่ปรากฎออกมานั้น พาพวกเขามาถึงเส้นชัยได้ด้วยหัวใจแห่งความกล้าหาญชาญชัยที่มี

ปัญหาหลัก นักเตะไทย ไม่ยอมรับเรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬา

เลสเตอร์ เป็นทีมที่มีวิทยาศาสตร์การกีฬาอย่างดีเยี่ยม และเทคนิคด้านนี้ปรับใช้กับนักเตะไทยได้บ้างไหม นายเนวิน เปิดเผยว่า เรื่องของวิทยาศาสตร์การกีฬา สามารถเอามาใช้ได้กับนักเตะไทย และแต่ละสโมสรก็พยายามที่จะเอาเรื่องของวิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามาช่วย แต่ปัญหาที่สำคัญที่สุดนั้น ไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยี ไม่ใช่เรื่องของทุน แต่เป็นเรื่องความร่วมมือของผู้เล่นที่จะยอมรับและทำตามระบบหรือไม่

นายเนวิน ยอมรับว่า สโมสรบุรีรัมย์ได้เน้นเรื่องนี้มาโดยตลอด แต่ปัญหาก็มีมาตลอดเช่นกัน เพราะความไม่ยอมรับของผู้เล่นไทย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ ถ้าเปิดให้ผู้เล่นสมัครใจก็ไม่มีใครทำ ต้องบังคับ บุรีรัมย์เองเอาเรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬามาใส่แล้วให้สมัครใจให้ทำ แต่ได้รับความร่วมมือจากนักเตะ 40-50% เท่านั้น ต้องบังคับ แม้ว่าจะบังคับก็ยังมีผู้เล่นให้ความร่วมมือแค่ 70% เท่านั้นเอง

“ปัจจัยสำคัญที่นักเตะไทยไม่ยอมรับเรื่องของวิทยาศาสตร์การกีฬา ก็เพราะทัศนคติ ที่คิดว่าตัวเองเก่ง คิดว่าตัวเองเล่นได้ คิดว่าตัวเองไม่ต้องไปเน้นเรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬามากมาย เพราะคิดว่าตัวเองเก่งมาแต่ไหนแต่ไรก็เลยเป็นแบบที่เห็นกันอยู่ทุกวันนี้” นายใหญ่แห่งบุรีรัมย์ กล่าว

บิ๊กเน ปัด แนะนำ วิชัย ซื้อเลสเตอร์

จากข่าวคราวแว่วๆ เข้ามาว่า ประธานสโมสรบุรีรัมย์น้องรักของนายวิชัย เป็นผู้แนะนำให้ซื้อ เลสเตอร์ ซิตี้ เรื่องนี้จริงเท็จอย่างไร นายเนวิน ให้คำตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “ไม่จริง!” พร้อมอธิบายต่อว่า “เราเป็นพี่น้องกัน เราคุยกัน เขาเคยคิดจะทำทีมในประเทศไทย ตอนที่ผมทำบุรีรัมย์ เราก็เลยบอกว่าเราเป็นพี่น้องกัน เรารักกัน เราอย่ามาทะเลาะกันเพราะเรื่องฟุตบอลเลย ผมทำในประเทศ ผมก็เป็นคนที่กระหายในชัยชนะและความสำเร็จ ผมไม่ยอมแพ้ใคร พี่ก็เป็นคนไม่ยอมแพ้ใครเหมือนกัน เพราะฉะนั้นพี่ไปทำต่างประเทศเถอะ เราจะได้ไม่ทะเลาะกัน (หัวเราะ)”

ทีมข่าวฯ ถามต่อทันทีว่า คิดหรือไม่ว่าเลสเตอร์ในวันนั้นที่มีผลงานไม่ค่อยดีนัก พี่ชายที่รักและเคารพจะสามารถทำให้เลสเตอร์เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ นายเนวิน ตอบในทันทีหลังจากที่ฟังคำถามจบว่า “ผมไม่คิด เราคุยกันหลังจบฤดูกาลที่แล้ว เราก็คุยกันว่าฤดูกาลนี้จะทำอย่างไร เอาแค่ 40 แต้ม หนีตกชั้น แม้กระทั่ง รานิเอรี มาสมัครงานเซ็นสัญญากับคุณวิชัย เป้าหมายก็แค่ 40 แต้ม คือ การรอดหนีตกชั้น มันไปไกลจนกระทั่งว่า รานิเอรี ขอกรอกในสัญญาว่า ถ้าทำทีมเป็นแชมป์ จะขอ 5 ล้านปอนด์ ทาง เลสเตอร์ ยังบอกเลยว่าอยากใส่เท่าไรก็ใส่ เพราะไม่มีใครคิดว่าจะมาถึงจุดนี้ (หัวเราะ)”

เลสเตอร์ ชนะด้วยใจ ไม่ใช่ซุป’ตาร์

สำหรับแผนการทำทีมในฤดูกาลหน้า เลสเตอร์ จะทุ่มทุนซื้อสตาร์ดังมาร่วมทีม หรือจะใช้การพัฒนาเด็กนั้น นายเนวิน ให้ความเห็นในประเด็นดังกล่าวว่า “โดยคอนเซปต์ของเลสเตอร์นั้น ไม่ใช่การทุ่มทุนซื้อนักเตะมาเสริมทัพแน่นอน ปรัชญาของทีมแต่ละทีมเปลี่ยนโครงสร้างตัวเองไม่ได้ คุณเป็นอะไรแล้วคุณไปเปลี่ยนโครงสร้างตัวเองเป็นอย่างอื่น คุณพังทันที เลสเตอร์ชนะมาด้วยใจ ไม่ได้ชนะมาด้วยซุปเปอร์สตาร์ เลสเตอร์ ชนะด้วยระบบทีม ทุกคนสู้หมด”

ทีมข่าวฯ ถามต่อว่า โอกาสที่เลสเตอร์จะผงาดขึ้นเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกอีกครั้ง จะเป็นไปได้หรือไม่ ผู้คลุกคลีกับวงการฟุตบอล กล่าวว่า ไม่สามารถตอบคำถามนี้แทนได้ เพราะไม่รู้ว่าโครงสร้างการปรับเปลี่ยนในอนาคตจะเป็นอย่างไร และผู้เล่นจะรู้สึกอย่างไร ความฮึกเหิมกระหายในชัยชนะ ความกระหายในการเล่นจะยังอยู่กับตัวผู้เล่นอีกกี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผันแปรมากมายมหาศาล

จะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีแข้งไทยไปเตะให้เลสเตอร์ เป็นคำถามที่ใครหลายคนอยากรู้ น้องชายคนสนิทของเจ้าของทีมจิ้งจอกสยาม กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “ภายใน 3 ปี ไม่มีแน่นอน ทุกอย่างต้องรออีกเจเนอเรชั่นหนึ่ง ฝีเท้าของนักเตะไทยยังไม่ถึงขั้นนั้น”

และคิดว่าว่านักเตะไทยต้องมีฝีเท้าถึงระดับไหนจึงจะไปเล่นกับเลสเตอร์ได้บ้าง บิ๊กเน นิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบแบบติดตลกว่า “ก็ประมาณ มาห์เรซ หรือ ก็องเต ไง (หัวเราะ)”

จากใจน้องรัก ‘บิ๊กเน’ ถึง ‘เลสเตอร์’ และ ‘พี่วิชัย’

ในฐานะที่เป็นน้องชายที่สนิทสนมกัน มีการพูดคุยหรือแนะนำเรื่องฟุตบอลอย่างไรบ้าง บิ๊กเน เล่าว่า “ก็คุยเรื่องฟุตบอลกันมาตลอด เวลาคุยกันเรื่องฟุตบอล ผมเห็นผู้เล่นเขาคนไหนเป็นอย่างไรผมก็บอกเขาไปแบบนั้น ส่วนจะเอาไปคิดหรือไม่คิดก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะยังไงเขาก็เป็นพี่

ส่วนเรื่องการแนะนำนั้น ไม่มี เพราะว่าก่อนหน้านี้เลสเตอร์ก็หนีตกชั้น บุรีรัมย์เป็นแชมป์ทุกแชมป์ เป็นแชมป์ไทยลีก 3 ปีติด ขณะที่เลสเตอร์เพิ่งขึ้นมา แล้วหนีตกชั้น มันคนละโมเมนต์ วันนี้ก็เป็นโมเมนต์ที่ไปไกลกว่ากันมาก เขาเป็นแชมป์ของพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ส่วนบุรีรัมย์ กำลังเหนื่อยกับการรักษาแชมป์ เพราะฉะนั้นมันคนละโมเมนต์อยู่แล้ว”

อย่างไรก็ตาม ในท้ายที่สุดนี้ นายใหญ่แห่งปราสาทสายฟ้า ฝากไปยังนักเตะและแฟนๆเลสเตอร์ ซิตี้ ว่า “ยินดีกับความสำเร็จ ดีใจกับแชมป์ และก็หวังว่าพลังทุกอย่างที่เกิดขึ้นในปีนี้ จะยังดำรงคงอยู่กับผู้เล่นเลสเตอร์ และแฟนเลสเตอร์ต่อไป ส่วน พี่วิชัย ก็ไม่มีอะไร ผมก็ยังเป็นน้องคนเดิม และเป็นน้องเหมือนเดิมตลอดไป”

  • สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์ สามารถส่งเรื่องราวหรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่
    
reporter.thairath@gmail.com หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ

ปริ๊ด ปริ๊ด ปรี๊ดดดดดดดด!!! วินาทีที่สิ้นเสียงนกหวีดจากสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ หลังจบเกมการแข่งขัน ทำให้จิ้งจอกสยาม 'เลสเตอร์ ซิตี้' คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างไม่เป็นทางการ ด้วยคะแนนที่มากกว่าอันดับสอง อยู่ 7 แต้ม 6 พ.ค. 2559 14:00 7 พ.ค. 2559 00:34 ไทยรัฐ