วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“ทองคำ” อาวุธลับมหาอำนาจ

ความเป็นไปในสถานการณ์โลกไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ สังคม การต่างประเทศ วัฒนธรรม ศึกสงครามล้วนมีความเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก ไทยแม้จะเป็นประเทศเล็กๆ แต่ก็ไม่พ้นวังวนเหล่านี้ไปได้

ในเวทีโลกทุกวันนี้ประเทศอภิมหาอำนาจที่แสดงตนอย่างชัดเจนไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ จีน รัสเซีย ยุโรป หรือแม้กระทั่งประเทศในตะวันออกกลางล้วนมีความเคลื่อนไหวที่จะต้องให้ความสนใจด้วย

คู่ขัดแย้งที่ปรากฏเห็นชัดๆ ก็คือ สหรัฐฯ ยุโรปกับรัสเซีย จีน

พูดง่ายๆว่าแม้มองผิวเผินจะยังไม่ปรากฏชัดถึงขั้นที่ว่าจะเปิดสงครามกันจนก่อให้เกิดสงครามโลกอย่างที่ผ่านมา

แต่น่าจะเป็นเพียงการต่อสู้ที่ลึกลํ้าด้วยการเตรียมการกันโดยเฉพาะเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ที่เสริมศักยภาพเป็นการภายในและพยายามเจาะหาข่าวซึ่งกันและกัน

เท่าที่รู้รัสเซียนั้นมีอาวุธเด็ดๆเหนือกว่าสหรัฐฯด้วยซํ้าไป

แต่สิ่งที่รับรู้กันได้สงครามโลกที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นครั้งที่ 1-2 ล้วนมีปัจจัยเหตุมาจากปัญหาเศรษฐกิจเป็นตัวกำหนดและชี้ขาด

“ทองคำ” คือสิ่งที่น่าจับตามากที่สุด

จีนและรัสเซียล้วนสะสมทองคำเพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะถือว่ามีมูลค่าที่เหนือว่ากระดาษอย่างชัดเจน

ว่ากันว่าเวลานี้จีนและรัสเซียเป็นผู้ซื้อทองคำสะสมเอาไว้เป็นรายใหญ่ของโลกนับแต่สิ้นปี 2008 เป็นต้นมา ปริมาณทองคำสำรองของจีนเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าตัวจาก 600 ตันเป็น 1,762 ตัน

รัสเซียได้ซื้อทองคำจนมีทองคำอยู่ในมือ 1,415 ตัน

บรรดาประเทศที่มีทองคำสำรองมากที่สุดนั้น จีนอยู่ในอันดับ 5 รัสเซียอันดับ 6 ตามหลังสหรัฐฯ เยอรมนี อิตาลีและฝรั่งเศส

ประเทศที่มีทองคำสำรองมากกว่าจีนและรัสเซียส่วนใหญ่จะเก็บสำรองเอาไว้ที่สหรัฐฯ แม้จะมีความพยายามทวงคืนแต่สหรัฐฯ ก็ไม่ยอมหรือขอตรวจสอบก็ไม่ได้อ้างว่าต้องการให้ประเทศต่างๆดำเนินการด้านธุรกิจอย่างโปร่งใส

เก็บเอาไว้ที่สหรัฐฯ นั่นแหละดีที่สุด ปลอดภัยที่สุด

ว่ากันว่าทองคำของจีนและรัสเซียนั้นแม้จะเปิดเผยตัวเลขจำนวนหนึ่ง แต่เชื่อว่าทั้ง 2 ประเทศยังมีทองคำสำรองอีกจำนวนมากแต่ไม่ยอมเปิดเผย

การที่จีนเริ่มดำเนินการเพื่อใช้มาตรฐานทองคำเป็นเงินหยวนถือว่าเป็นกลยุทธ์เพื่อสร้างอำนาจในการต่อรองที่สำคัญ

การกำหนดใช้ “เงินหยวน” เป็นมาตรฐานในการซื้อขายทองคำแทนที่ดอลลาร์เป็นการผลักดันให้จีนก้าวขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งเพื่อเป็นผู้กำหนดราคาในการซื้อขาย

เพราะทุกประเทศในโลกต่างก็ต้องการที่จะมีอำนาจในการกำหนดราคาหรืออย่างน้อยที่สุดก็เพื่อให้มีปากมีเสียงในเรื่องนี้

ปัจจุบัน 80% อำนาจในการกำหนดราคาอยู่ในมือคือลอนดอนและนิวยอร์ก

การเคลื่อนไหวครั้งนี้จะเป็นเครื่องรับประกันว่านักลงทุนชาวจีนจะค้าขายทองด้วยเงินหยวนแทนเงินดอลลาร์สหรัฐฯซึ่งจะช่วยเสริมสร้างอำนาจการกำหนดราคาของจีนให้มีความเข้มแข็งในตลาดต่างประเทศ และเพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงของอัตราแลกเปลี่ยนด้วย

พูดง่ายๆว่าจีนและรัสเซียกำลังจะใช้ “ทองคำ” เพื่อเป็นอำนาจต่อรองทางด้านการเงินอันหมายถึงเศรษฐกิจโลก

เงินหยวนจะเข้ามาแทนที่เงินดอลลาร์อย่างตรงไปตรงมาเพื่อสร้างอำนาจต่อรองในด้านเศรษฐกิจ

เป็นการ “ปิดล้อม” ด้านเศรษฐกิจของจีน-รัสเซียที่มีต่อสหรัฐฯ และยุโรป.

“สายล่อฟ้า”

6 พ.ค. 2559 10:16 6 พ.ค. 2559 10:16 ไทยรัฐ