วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เบื้องหลัง เลสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก

วันเสาร์สบายๆ ลองวีคเอนด์วันนี้ ไปคุยเรื่อง ความสุขของแฟนบอลไทย กันดีกว่านะครับ เมื่อ ทีมเลสเตอร์ ซิตี้ จิ้งจอกสยาม ของเจ้าพ่อดิวตี้ฟรี วิชัย ศรีวัฒนประภา ที่มีอัตราต่อรอง 5,000 ต่อ 1 กลับสามารถคว้า แชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2016 ไปครองได้สำเร็จอย่างเหลือเชื่อ

สื่อไทย สื่อนอก เล่นข่าวชัยชนะของ เลสเตอร์ ซิตี้ กันอย่างครึกโครม บ้างก็ว่าเป็นความศักดิ์สิทธิ์ของ ผ้ายันต์แพ้ไม่เป็น ของ เจ้าคุณธงชัย วัดไตรมิตร แต่ในแง่วิทยาศาสตร์การกีฬาและการบริหารจัดการ ผมว่าน่าสนใจยิ่งกว่า เดี๋ยวผมจะค่อยๆเล่าให้ฟัง

เจ้าสัววิชัย ซื้อทีม เลสเตอร์ ซิตี้ มาแค่ 39 ล้านปอนด์ ราว 2,000 ล้านบาท ตอนที่ซื้อคงไม่คาดหวังจะปั้นให้ทีมเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก เพราะไม่มีนักเตะดังค่าตัวแพงอยู่เลย แต่วันนี้เมื่อ เลสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาได้ ราคาพุ่งขึ้นไป 11 เท่า เป็นกว่า 22,000 ล้านบาท บริษัทที่ปรึกษาการเงิน ดีลอยต์ คาดว่า เลสเตอร์ ซิตี้ จะกลายเป็น ทีมที่รวยที่สุด 20 อันดับแรกของโลก ในอนาคตอันใกล้นี้

ก่อนจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ค่าตัวนักฟุตบอล 11 คน ของ เลสเตอร์ ซิตี้ มีราคารวมกันแค่ 21 ล้านปอนด์ หรือแค่ 1,000 ล้านบาทเศษเท่านั้น เทียบกับค่าตัวของทีมชั้นนำในลีกเดียวกันไม่ได้เลย ทำให้เลสเตอร์ ซิตี้มีต้นทุนที่ถูกมาก

แต่ด้วยระบบการบริหารจัดการแบบ “เถ้าแก่” ที่ “ใจถึงพึ่งได้” ของ เจ้าสัววิชัย ทำให้ทีมรองบ่อนอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ กลายเป็นสุนัขจิ้งจอกที่ทรงพลังมีเขี้ยวเล็บที่แหลมคมไม่แพ้ทีมไหนในพรีเมียร์ลีกทันที

เรื่องการ “อัดฉีด” ผมเชื่อว่าในโลกนี้ไม่มีใครเทียบคนไทยได้ ไม่ว่าการอัดฉีดนักกีฬาอาชีพ หรือการอัดฉีดนักกีฬาสมัครเล่น มีคนเล่าให้ผมฟังว่า ด้วยการอัดฉีดผู้เล่นในทีมอย่างถึงลูกถึงคนของเจ้าสัววิชัย ทำให้นักฟุตบอลในทีมเล่นอย่างถวายหัว ใครมีผลงานยิงประตูได้ จะได้รับอัดฉีดเฉพาะตัวเป็นเงินก้อนโต ถ้าทีมชนะด้วย นักฟุตบอลทั้งทีมก็จะได้รับการอัดฉีดด้วย โดยไม่เกี่ยวกับค่าตัวของนักฟุตบอล ทำให้เกิดแรงจูงใจในการเล่นมากขึ้น

สิ่งสำคัญ ที่ทำให้ ทีมเลสเตอร์ ซิตี้ คว้า แชมป์พรีเมียร์ลีก ในครั้งนี้ก็คือ “การวิ่ง” ลูกทีมเลสเตอร์จะวิ่งเร็ว ไล่ประกบลูกบอลตลอดเกม ทำให้มีโอกาสยิงประตูมากขึ้น

ผิดกับ การบริหารทีมแบบยุโรป ที่ ไม่มีการอัดฉีดใดๆ เพราะถือว่าให้ค่าจ้างแพงอยู่แล้ว ลูกทีมต้องเล่นตามเกม ใครยิงประตูได้ก็ได้รับความชื่นชม ทีมชนะก็ยินดีกันไป ไม่มีการ “อัดฉีดเงินถึงตัว” เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ

ไม่เพียงการอัดฉีดเท่านั้น เจ้าสัววิชัย ยังนิมนต์ เจ้าคุณธงชัย แห่งวัดไตรมิตรไปทำพิธีกรรมต่างๆให้นักฟุตบอลในทีม ทั้งการเป่ากระหม่อม เอาน้ำมนต์เคาะหัว ไปจนถึงการสร้างผ้ายันต์รุ่นเลสเตอร์แพ้ไม่เป็น เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ

แต่เรื่องสำคัญที่สุดที่ยังไม่มีใครพูดถึง วันวาน สำนักข่าวบีบีซี เพิ่งนำมาเปิดเผยก็คือ การใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาสร้างทีมเลสเตอร์ให้เกิดความแข็งแกร่งที่สุด จากสถิติของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ทีมเลสเตอร์มีผู้เล่นบาดเจ็บน้อยที่สุด เปลี่ยนผู้เล่นน้อยที่สุด วิ่งเร็วที่สุดมีโอกาสยิงประตูมากที่สุด จนคว้าแชมป์ไปได้

ทีมเลสเตอร์ ถูกฝึกให้วิ่งด้วยความเร็วสูงในระยะทางสั้นๆ เพื่อสปีดความเร็วให้ทันลูกบอลในเกม โดยเฉพาะ เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ต้องสปีดได้เร็วที่สุด จากสถิติของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ทีมเลสเตอร์ทำความเร็วได้สูงสุด 35.44 กม.ต่อชั่วโมง ในระยะทาง 500 เมตร นอกจากนี้ ยังถูกฝึกให้ สร้างความแข็งแกร่ง ให้กับ “เอ็นร้อยหวาย” ให้สามารถ รับน้ำหนักได้ถึง 350-500 กิโลกรัม เพื่อป้องกันการบาดเจ็บขณะเล่น ฯลฯ

ชัยชนะของ จิ้งจอกสยาม เลสเตอร์ ซิตี้ ครั้งนี้ จึงไม่ใช่โชคช่วย แต่ต้องชม รานิเอรี ผู้จัดการทีม ที่สามารถใช้วิทยาศาสตร์การกีฬา สร้างทีมเลสเตอร์ให้แข็งแกร่งได้ขนาดนี้ โดยไม่จำเป็นต้องมีนักเตะดังค่าตัวแพงในทีมเลย เป็นตัวอย่างที่ดี ที่ผู้จัดการทีมฟุตบอลอาชีพไทยน่าจะนำไปใช้บ้างนะ.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

6 พ.ค. 2559 10:12 6 พ.ค. 2559 10:12 ไทยรัฐ