วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'หงส์แดง' อมตะ! ถล่ม 'เรือดำน้ำ' 10 ตัว 3-0 ลิ่วชิงยูโรปา

'หงส์แดง' อมตะ! ถล่ม 'เรือดำน้ำ' 10 ตัว 3-0 ลิ่วชิงยูโรปา

  • Share:

'หงส์แดง' ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเอาชนะ บียาร์เรอัล จากสเปนไปได้ 3-0 พลิกสถานการณ์จากที่พ่ายมาก่อน 0-1 ในบ้านของ 'เรือดำน้ำ' ทำให้สกอร์รวม 2 นัด หงส์แดงชนะ 3-1 ผ่านเข้าไปชิงถ้วยยูโรปา กับ เซบียา...

ศึกฟุตบอลยูโรปาลีก รอบรองชนะเลิศ นัดที่ 2 ประจำวันที่ 5 พ.ค. 'หงส์แดง' ลิเวอร์พูล ทีมขวัญใจมหาชนจากอังกฤษ เปิดสนาม 'แอนฟิลด์' รับการมาเยือนของ 'เรือดำน้ำ' บียาร์เรอัล ยอดทีมจากสเปน ซึ่งกุมความได้เปรียบเล็กน้อย หลังจากเปิดบ้านเอาชนะ หงส์แดง มาได้ในเกมแรก 1-0

ในนัดนี้ ลิเวอร์พูลภายใต้การนำของกุนซือจอมห้าว เยอร์เกน คลอปป์ ส่ง เดเนียล สเตอร์ริดจ์ ลงเป็นตัวจริงครั้งแรกในรอบ 3 นัด ของเกมยุโรป คอยล่าประตูคู่กับโรแบร์โต เฟอร์มิโน และมีฟิลิปเป คูตินโญ คอยทำเกม ขณะที่ฝ่ายทีมเยือน มาร์เซลีโน การ์เซีย โตราล กุนซือ บียาร์เรอัล เปลี่ยนไปใช้บริการ อัลฟอนเซ อเรโอลา ผู้รักษาประตูชาวฝรั่งเศส แทน เซร์คิโอ อเซนโฆ และใช้โรเบร์โต โซลดาโด และ เซดริก บากัมบู คู่กองหน้าเหมือนเดิม

เยอร์เกน คลอปป์ กุนซือลิเวอร์พูลมีปากเสียงกับ มาร์เซลีโน การ์เซีย โตราล โค้ชทีมบียาร์เรอัลอีกแล้ว (ภาพ: AFP)

ในช่วง 5 นาทีแรกทีมเยือนบุกกดดันได้น่ากลัวกว่า โดยในนาทีที่ 5 โซลดาโด พักบอลคืน ให้ มาริโอ กาสปาร์ ยิงในกรอบเขตโทษแต่ซิมง มินโญเลต์ เซฟเอาไว้ได้

แต่ในนาทีที่ 7 ลิเวอร์พูลกลับเป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นนำก่อน จากจังหวะที่เนธาเนียล ไคลน์ เปิดบอลจากฝั่งขวาของกรอบเขตโทษ ผู้เล่นของบียาร์เรอัลสกัดบอลผ่านหน้าปากประตู จนบอลหลุดไปถึงเฟอร์มิโน ทางฝั่งซ้าย ก่อนผ่านบอลกลับเข้ามา สเตอร์ริดจ์ เข้าชาร์จไม่โดน แต่บอลดันไปชนตัว บรูโน โซเรียโน เข้าประตูตัวเองไป ทำให้เจ้าบ้านขึ้นนำก่อน 1-0

ในนาทีที่ 13 ลิเวอร์พูล บุกกดดันอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่ เจมส์ มิลเนอร์ จะผ่านบอลเรียดพื้นจากด้านซ้ายของกรอบเขตโทษเข้าไปหา อดัม ลัลลานา ที่จุดนัดพบ แต่ลัลลานายิงหลุดกรอบประตูออกไป

จากนั้นลิเวอร์พูลเป็นผ่ายทำเกมบุกเป็นส่วนใหญ่ โดยในนาทีที่ 24 พวกเขามีโอกาสเตะมุม 2 ครั้ง แต่ถูกเคลียร์ทิ้งไปได้หมด คูตินโญพยายามยิงไกลก็ไม่ผ่านกองหลังของทีมเรือดำน้ำ ขณะที่บียาร์เรอัลได้ตอบโต้บ้าง แต่ยังไม่ได้ลุ้นทำประตู

ลิเวอร์พูลได้ลุ้นอีกครั้งในนาทีที่ 31 มิลเนอร์ เปิดลูกเตะมุมจากด้านขวา เดยัน ลอฟเรน ได้โขก แต่บอลไม่มีน้ำหนักทำให้อเรโอลา นายด่านชาวฝรั่งเศสของทีมเยือน รับเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย

บรูโน โซเรียโน สุดโชคร้าย บอลกระดอนมาชนตัวเขา เข้าประตูตัวเอง (ภาพ: REUTERS)

ในช่วงท้ายครึ่งแรกเกมเริ่มหนักขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ทั้งสองฝ่ายยังไม่มีโอกาสจบสกอร์เป็นชิ้นเป็นอัน และในที่สุดก็จบครึ่งแรกไปโดยที่ลิเวอร์พูลนำอยู่ 1-0 รวม 2 นัด เสมอกันอยู่ที่ 1-1

เริ่มครึ่งหลัง เป็นบียาร์เรอัลที่เป็นฝ่ายได้เริ่มบุกก่อน โดยในนาทีที่ 46 โซลดาโด แทงบอลทะลุช่องให้กับบากัมบู เกือบได้สับไกอยู่แล้ว แต่ลอฟเรนตามมาสกัดได้ทัน

ต่อมาในนาทีที่ 48 ลิเวอร์พูลได้ลุ้นบ้าง โดยมิลเนอร์ และ คูตินโญ่ เล่นบอลสั้นๆ ในกรอบเขตโทษฝั่งขวา ก่อนที่คูตินโญจะยิงติดเซฟของอเรโอลา

จากนั้นในนาทีที่ 51 ลิเวอร์พูลทำเกมขึ้นจากริมเส้นฝั่งซ้ายเข้ามาในแดนกลาง ก่อนที่มิลเนอร์ จะมีโอกาสยิงหน้ากรอบเขตโทษ แต่อเรโอลายังรับเอาไว้ได้ ในนาทีที่ 56 โอกาสเป็นของบียาร์เรอัลบ้าง จากจังหวะที่ โจนาธาน ดอส ซานโตส เตะฟรีคิกจากริมเส้นฝั่งขวาเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนที่โซลดาโด จะเหินขึ้นโหม่งแต่บอลหลุดออกนอกกรอบ

เดเนียล สเตอร์ริดจ์ ยิงประตูที่ 2 ให้ลิเวอร์พูล (ภาพ: AFP)

ในนาทีที่ 63 ลิเวอร์พูลก็ได้ประตูที่ 2 โดยเฟอร์มิโน ส่งบอลผ่านกองหลังบียาร์เรอัล ก่อนที่สเตอร์ริดจ์ จะยิงผ่านมืออเรโอลา เข้าประตูไป

ในนาทีที่ 71 บียาร์เรอัลต้องเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน หลังจาก บิคตอร์ รูอิซ กองหลังบียาร์เรอัล เข้าสกัดช้าทำฟาวล์สเตอร์ริดจ์ หน้ากรอบเขตโทษ จนโดนใบเหลืองที่ 2 กลายเป็นใบแดงไล่ออกจากสนามไป

ซึ่งลิเวอร์พูลฉวยโอกาสที่มีตัวผู้เล่นมากกว่า โหมบุกอย่างหนัก นาทีที่ 74 เฟอร์มิโนมีโอกาสยิงจากหน้ากรอบเขตโทษฝั่งขวา แต่ติดเซฟของอเรโอลา จากนั้นสเตอร์ริดจ์ มีโอกาสยิงอีก 2 ครั้งแต่ข้ามคานไปหมด

จนกระทั่งในนาทีที่ 81 หงส์แดงก็ได้ประตูที่ 3 โดยเริ่มจากเฟอร์มิโน ลากบอลหนีตัวประกบ จี้เข้าไปในเขตโทษจากฝั่งซ้าย ก่อนผ่านบอลเข้าไปตรงกลาง แต่สเตอร์ริดจ์ ยิงแป้ก ทว่ายังมี ลัลลานา เขี่ยบอลตามน้ำจ่อๆ เข้าประตูไป

กรรมการแจกใบแดงให้กับ บิคตอร์ รูอิซ กองหลังบียาร์เรอัล (ภาพ: REUTERS)

ต่อมา สเตอร์ริดจ์พลาดโอกาสทองอีกครั้ง หลังหลุดเดี่ยวเข้าไปในกรอบเขตโทษ แต่ยิงติดขาของนายทวารอเรโอลา ขณะที่ โจ อัลเลน ซึ่งถูกเปลี่ยนลงมาเป็นตัวสำรองแทน คูตินโญ พยายามยิงซ้ำแต่ก็ไม่เข้ากรอบ

ในช่วงทดเจ็บ ลิเวอร์พูลยังได้ลุ้นประตูอีก จากจังหวะที่ลัลลานา ได้โอกาสยิงจากกรอบเขตโทษแต่บอลติดเซฟของอเรโอลา เฉี่ยวคานออกหลังไปนิดเดียว ก่อนจะหมดเวลาการแข่งขันลิเวอร์พูลเอาชนะบียาร์เรอัลไปได้ด้วยสกอร์ 3-0 รวม 2 นัด หงส์แดงพลิกกลับมาเอาชนะไปด้วยสกอร์ 3-1

ลิเวอร์พูล จะผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ศึกฟุตบอลยูโรปาลีกไปพบกับ 'เซบียา' ของสเปน ที่ชนะ ชัคเตอร์ โดเนตส์ จากยูเครน 3-1 รวมสองนัด เซบียาชนะ 5-3 โดยนัดชิงชนะเลิศ จะมีขึ้นที่สนามเซนต์ จาค็อป-ปาร์ค ในเมืองบาเซิล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ วันพุธที่ 18 พฤษภาคม นี้

อดัม ลัลลานา เขี่ยบอลตามน้ำเข้าประตูไปอย่างง่ายดาย (ภาพ: REUTERS)

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม

ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์, เนธาเนียล ไคลน์, โคโล ตูเร, เดยัน ลอฟเรน, อัลเบร์โต โมเรโน, เจมส์ มิลเนอร์, เอ็มเร ชาน, อดัม ลัลลานา, ฟิลิปเป คูตินโญ, โรแบร์โต เฟอร์มิโน, เดเนียล สเตอร์ริดจ์

บียาร์เรอัล : อัลโฟนโซ อเรโอลา, มาริโอ กาสปาร์, ฆวาเม กอสตา, บิคตอร์ รูอิซ, มาเตโอ มูซัคคิโอ, บรูโน โซเรียโน, โจนาธาน ดอส ซานโตส , โตมาส พีนา, เดนิส ซูอาเรซ, โรเบร์โต โซลดาโด, เซดริก บากัมบู

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้